โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

รวมความกลัวที่เกม Resident Evil จัดมาให้คนเล่นผวา

BT Beartai

อัพเดต 12 มี.ค. 2564 เวลา 17.47 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2564 เวลา 07.48 น.
รวมความกลัวที่เกม Resident Evil จัดมาให้คนเล่นผวา

ถ้าพูดถึงซีรีส์เกมสยองขวัญในอดีตที่ทั้งน่ากลัวตื่นเต้นสยองขวัญ เราต้องคิดถึงเกมในซีรีส์ ‘Resident Evil’ เป็นเกมแรก ๆ เพราะในครั้งแรกที่เกมนี้วางจำหน่ายในปี 1998 เกม ‘Resident Evil’ ก็ถูกจัดให้เป็นเกมแนวสยองขวัญสุดน่ากลัว ที่ทุกย่างก้าวนั้นเต็มไปด้วยอันตรายจนหลายคนไม่กล้าเล่น ที่ถ้าเอามาเล่นในยุคนี้เราคงจะรู้สึกต่างออกไป แต่ในอดีตนั้นเกมภาคนี้เป็นที่จดจำของแฟน ๆ โดยเฉพาะรูปของซอมบี้ตัวแรกที่เราเจอในเกมที่ยังคงติดตราตรึงใจใครหลาย ๆ ในยุคนั้น จนมาถึงเกมเรซิเดนต์อีวิลภาค 5 ที่ตัวเกมอาจจะถูกลดทอนความน่ากลัวลงหลังจากนั้น แต่ภายหลังทางทีมพัฒนาก็กลับมาทำแนวสยองขวัญอีกครั้งในภาคที่ 7 จนสามารถทวงบัลลังก์จ้าวแห่งเกมสยองขวัญกลับมาได้ ซึ่งถ้าเรามองย้อนกลับไปในอดีตมาจนถึงตอนนี้ อะไรคือตัวแปรสำคัญของคำว่าความสยองขวัญที่เกม ‘Resident Evil’ มี เรามาหาคำตอบกันในบทความนี้

Resident Evil

ซอมบี้ที่ชวนหลอน

Resident Evil

เริ่มต้นเรื่องแรกกับจุดขายของเกม ‘Resident Evil’ ที่จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเหล่าผีดิบซอมบี้ในเกม ซึ่งตัวซอมบี้ในเกมนี้จะมี 2 แบบหลัก ๆ คือซอมบี้ที่เกิดมาจากการถูกซอมบี้กัดจนติดเชื้อ กับซอมบี้ที่เกิดมาจากเชื้อไวรัสที่หลุดออกมาหรือเป็นตัวทดลอง ส่วนการแยกรูปลักษณ์ภายนอกของซอมบี้ในเกมนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ อย่างซอมบี้ปกติที่ร่างกายยังคงเหมือนมนุษย์ แค่มีบาดแผลตามตัวที่บ่งบอกว่าศพนั้นเสียชีวิตไปแล้ว ที่เราจะเห็นได้ในเกมภาคต่าง ๆ กับซอมบี้กลายพันธุ์ที่รูปร่างนั้นจะต่างไปจากเดิมอย่างพวก Ooze  ซอมบี้กลายพันธุ์ในเกม ‘Resident Evil Revelations’ ที่จะเป็นซอมบี้กึ่งสัตว์ประหลาด และยิ่งในภาคล่าสุดอย่างภาคล่าสุดในฉบับรีเมคตัวซอมบี้ก็ยิ่งดูหลอนน่ากลัวมากขึ้น จนหลายคนแทบไม่อยากเล่นกันเลยทีเดียว ยิ่งตอนที่พวกมันค่อย ๆ เดินโยกหัวมาหาเราอย่างช้า ๆ ก่อนจะพุ่งตัวมาหาอย่างรวดเร็วเล่นเอาหลายคนรนจนทำอะไรมาถูกกันเลยทีเดียว ซึ่งนั่นคือความน่ากลัวของซอมบี้ที่เกมเรซิเดนต์อีวิลจัดมาให้คุณ

Resident Evil Revelations

เสียงชวนหลอน

Resident Evil

อีกหนึ่งจุดเด่นความหลอนของซีรีส์เรซิเดนต์อีวิลนั่นคืองานทางด้านเสียง ที่ถ้าตัดเรื่องเสียงเพลงประกอบออกไปแล้วนับเฉพาะเสียงประกอบในเกม ที่นักพัฒนาบรรจงใส่ลงไปก็นับว่าสุดยอดจนต้องยกนิ้วให้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนเสียงเล็บจิกพื้นของ Hunter ที่แม้เราจะมองไม่เห็นตัวของมันแต่เราก็สามารถได้ยินเสียงเล็บจิกพื้นของมันได้จากไกล ๆ เรียกว่าชวนหลอนแบบสุด ๆ หรือจะเป็นเสียงเลื่อยไฟฟ้าของ ‘Resident Evil 4’ ที่เชื่อว่าทุกคนที่ได้เล่นเกมนี้ครั้งแรกต้องตกใจลนลานทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้ยินเสียงเลื่อยไฟฟ้าดังมาจากที่ไกล ๆ นี่ยังไม่นับเสียงร้องครวญครางของเหล่าซอมบี้ เสียงผู้คนที่ร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกซอมบี้กัด เสียงร้องว่าสตาร์ของ Nemesis ในเกม ‘Resident Evil 3’ ที่ไม่ว่าจะได้ยินกี่ครั้งก็ชวนขนลุก ซึ่งถ้าใครได้ดูเบื้องหลังการสร้างเกมของ Capcom จะเห็นเลยว่าทีมงานเอาใจใส่เรื่องเสียงทุกอย่างมาก ๆ ที่ขนาดเสียงเนื้อถูกฉีก เสียงโซ่ทุกอย่างนั้นจะมาจากเสียงจริง ๆ ทั้งหมด ใครที่ใส่หูฟังเล่นจะรับรู้เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

Resident Evil 4 Resident Evil 3

มุมกล้อง

Resident Evil 2

คุณคิดว่าเกมแนวสยองขวัญควรจะมีมุมกล้องแบบไหน แบบมุมมองบุคคลที่ 1 ที่เห็นแค่ปืนกับมือ แบบมุมกล้องตามหลังตัวละครที่เรียกว่ามุมมองบุคคลที่ 3 หรือเป็นแบบมุมกล้องตายตัวแบบกล้องวงจรปิด ที่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนเกมเรซิเดนต์อีวิลก็มีมาให้ครบ ถ้าจะให้เราอธิบายถึงความน่ากลัวในแต่ละแบบให้เข้าใจง่าย ๆ มุมมองบุคคลที่ 1 จะเป็นมุมกล้องผ่านสายตาตัวละคร มันจึงทำให้ผู้เล่นได้เห็นฉากต่าง ๆ เต็มตาเหมือนเราได้ไปอยู่ตรงนั้นเอง แบบมุมมองบุคคลที่ 3 ที่เราเห็นใน ‘Resident evil Remake 2’  กับ 3 จะเป็นมุมมองที่เพิ่งถูกใช้ครั้งแรกใน ‘Resident evil 4’ ที่ตัวเกมอาจจะแสดงความน่ากลัวออกมาได้ไม่เท่าแบบแรก แถมเรายังสามารถมองเห็นฉากและสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าแนวมุมมองบุคคลที่ 1 ซึ่งทางทีมพัฒนาก็ทราบเรื่องนี้ดี จึงเปลี่ยนให้เวลาเล็งปืนมุมกล้องจะเปลี่ยนมาประชิดคนเล่น จนเห็นภาพต่าง ๆ  ตรงหน้าชัดเจนจนทำให้คนเล่นหลอนขึ้นมาได้(ดูรูปประกอบด้านล่าง) หรือจะเป็นแบบมุมกล้องตายตัวแบบในภาคเก่าที่หลายคนคิดว่ามันคงไม่น่ากลัว ซึ่งตรงกันข้ามเพราะด้วยความที่มุมกล้องมันตายตัว เราจึงมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างหัวมุมที่เลี้ยวไปอาจจะมีซอมบี้รออยู่ หรือได้ยินเสียงครางของซอมบี้ตรงหน้าแต่เราไม่เห็นตัวที่ก็ทำเอาคนเล่นเกมหลอนได้ ซึ่งทุกอย่างนั้นถูกคิดมาอย่างดีเพื่อให้คนเล่นเกมได้หลอนกัน

Resident Evil 7

ฉากสภาพศพ

Resident Evil 2

อีกหนึ่งความดีงามชวนสยองที่ทาง Capcom บรรจงใส่ลงไปอย่างละเอียด ที่มีมาตั้งแต่ภาคแรก ๆ นั่นคือสภาพของศพที่ประกอบอยู่ในฉาก ที่ในเกม’Resident Evil’ ภาคแรกอาจจะยังเห็นไม่ค่อยชัด เพราะด้วยตัวกราฟิกที่ยังแสดงภาพละเอียดแบบในยุคนี้ไม่ได้ แต่ทางทีมพัฒนาก็ใส่ใจในรายละเอียดของการใส่ศพลงไป จนคนในยุคนั้นต่างชื่นชมในภาพที่แสดงออกมาว่าน่ากลัว(ดูรูปประกอบ) ยิ่งในยุคนี้ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าแต่ละศพที่เราได้เห็นนั้นมันชวนหลอนน่ากลัวแบบสุด ๆ จนบางทีก็แอบคิดไปว่ามันสมจริงเกินไปไหมเลยทีเดียว

Resident Evil

การออกแบบสัตว์ประหลาด

Resident Evil 7

นอกจากเหล่าซอมบี้ที่เป็นจุดขายของเกม ‘Resident Evil’ แล้ว ก็ยังมีเหล่าตัวละครอาวุธชีวะภาพที่ทางทีมพัฒนาของ Capcom เอาใจใส่ในการออกแบบ และสร้างออกมาจากความรู้สึกกลัวของผู้คนเอามาพัฒนาเป็นสัตว์ประหลาดแบบต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นพวก Molded  จากเกม ‘Resident Evil 7’ (รูปด้านบน) ที่ออกแบบมาได้ชวนหลอนน่ากลัวขยะแขยงแบบสุด ๆ หรือจะเป็นพวกสัตว์ประหลาดกึ่งมนุษย์อย่างพวก Scagdead ใน ‘Resident evil Revelations’ ก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง ที่ในทุกภาคทางแคปคอมได้ทำการบ้านมาอย่างดี ว่าคนเราจะเกลียดกลัวอะไรเกมนี้ก็พยายามหามาให้เรา อย่างคนที่กลัวรูเยอะ ๆ หรือลูกตาใหญ่ ๆ เราก็มี Lepotica จาก ‘Resident evil 6’ กับ G ใน ‘Resident evil 2’ เรียกว่ากลัวอะไรแบบไหนทางทีมพัฒนาเอามายำใส่ในสัตว์ประหลาดหมดเพื่อหลอนคนเล่นเกม

Resident Evil 6

ดัดแปลงสัตว์ธรรมดาให้ดูน่ากลัว

Resident Evil

ถ้าพูดถึงความกลัวของมนุษย์นั้นก็มีอยู่หลายแบบ บางคนอาจจะกลัวบางอย่างที่ไม่น่ากลัวอย่างพวกสัตว์ปกติที่ก็ดูน่ารัก แต่หลายคนก็ไม่ชอบอย่างพวกหมาแมวนก หรือบางคนอาจจะกลัวสัตว์มีพิษอย่างงูหรือสัตว์อันตราย ๆ ในน้ำอย่างฉลามที่ดูปกติก็น่ากลัวอยู่แล้ว แต่เมื่อมันมาอยู่ในเกม ‘Resident evil’ ความน่ากลัวนั้นจะยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก อย่างการเอาฉลามปกติมาดัดแปลงเป็นฉลามซอมบี้ในเกม ‘Resident evil’ ภาคแรก น้องหมาซอมบี้ในภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคที่ 5 ที่ดัดแปลงน้องหมาซอมบี้ให้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นจนเรียกว่าหลอนแบบสุด ๆ (รูปประกอบด้านล่าง) นอกจากนี้ก็มีการเพิ่มขนาดใส่ความหลอนลงไปอย่างหมัดยักษ์ใน ‘Resident Evil Outbreak’ ไปจนถึงช้างซอมบี้จระเข้สิงโตนกเงือกที่เป็นการนำสัตว์มาเปลี่ยนให้ดูน่ากลัว พร้อมความโหดชนิดที่เจอต้องวิ่งหนีป่าราบเลยทีเดียว

Resident Evil 5

การดัดแปลงจากฉบับเก่าให้น่ากลัวกว่าเดิม

Resident Evil 3

ถ้าความน่ากลัวของเกม ‘Resident evil’ มาจากทุกสิ่งที่เราพูดมาทั้งหมดมันก็คงจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะในอดีตนั้นตัวเกม ‘Resident evil’ ยังไม่มีกราฟิกที่สวยงามสมจริงแบบในตอนนี้ การออกแบบสัตว์ประหลาดต่าง ๆ จึงไม่ค่อยมีความน่ากลัวเท่าที่มันควรจะเป็น จนเมื่อเวลาผ่านไปทาง Capcom ได้ทำการรีเมกเกมเก่า ๆ ของตัวเองด้วยกราฟิกในยุคนี้ เราจึงได้เห็นการนำสัตว์ประหลาดเก่า ๆ หลายตัวมาเปลี่ยนใหม่ให้ดูหลอนขึ้น อย่าง Hunter γ ที่เปลี่ยนจากสัตว์ประหลาดกบยักษ์มาเป็นสัตว์ประหลาดที่ดูน่ากลัว แต่ก็ยังคงเหลือเค้าโครงของกบเอาไว้(รูปด้านบน)  หรือจะเป็นเจ้าลิ้นยาว Lickers ที่ในฉบับเก่าทำออกมาได้หลอนแล้วมาเจอในฉบับรีเมกยิ่งชวนหลอนมากขึ้นไปอีก ซึ่งนั่นคือจุดขายที่น่าสนใจที่ Capcom ใส่ในให้คนดูรู้สึกกลัว  เพราะสัตว์ประหลาดตัวไหนถ้ามันดูแล้วโอเคทางทีมพัฒนาก็ไม่ไปเปลี่ยนรูปแบบของมัน แต่ถ้าตัวไหนที่ดูแล้วไม่โอเคก็จะถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเพื่อความน่ากลัว ซึ่งทั้งหลายทั้งมวลแล้วก็เพื่อคนเล่นเกมจะได้รู้สึกกลัวเมื่อเห็นพวกมันนั่นเอง ซึ่งก็ได้ผลมาก ๆ โดยเฉพาะแฟนเก่าที่เคยเล่นภาคเก่ามาก่อนจะยิ่งอิน

Resident Evil 2-3

ฉาก Jump Scare

Resident Evil

คุณยังจำความรู้สึกแรกที่หมาซอมบี้กระโดดทะลุกระจกในเกมเรซิเดนต์อีวิลภาคแรกได้ไหม นั่นคือ Jump Scare แรก ๆ ที่เรารู้จักในวงการเกม ที่ในยุคนั้นการที่จะใส่อะไรแบบนี้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในเกม ‘Resident evil’ ภาคแรกสามารถทำได้แถมมากกว่า 1 ครั้ง(อีกครั้งก็ซอมบี้ทะลุออกมาจากตู้เสื้อผ้า กับฉากฮันเตอร์วิ่งมาโผล่ตรงหน้าแบบไม่ตั้งตัว) ซึ่งน่าเสียดายที่ในภาคต่อ ๆ มาเรากลับไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้อีกเลย จนมาถึงเกม ‘Resident evil 7’ ที่คราวนี้ดูเหมือนทีมพัฒนาจะรู้ถึงเรื่องนี้ดีเลยจัดเต็ม Jump Scare เพื่อเอาใจแฟน ๆ ซึ่งแนวคิดนี้ก็ถูกสืบทอดมายังฉบับรีเมกของ ‘Resident Evil’ ภาค 2  กับ 3 ด้วย อย่างซอมบี้ที่น่าจะตายไปแล้วหรือศพที่เราไม่ได้ตรวจสอบอาจจะกระโดดมากัดขาเราก็ได้ นี่ยังไม่นับฉากที่ชวนตกใจในฉากอื่น ๆ อีก เรียกว่าทำออกมาได้ดีจนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในซีรีส์นี้ไปแล้ว ซึ่งเราก็คิดว่าใน ‘Resident Evil Village’ ก็ยังคงมีอะไรแบบนี้อยู่อย่างแน่นอนเตรียมตัวกันให้ดี

Resident Evil Village

ความไม่รู้

Resident Evil 7

คุณว่าอะไรคือความน่ากลัวที่แท้จริง ฉากมืด ๆ ตัวละครที่ออกแบบมาได้น่ากลัวหลอนขยะแขยงหรือฉากจั๊มสแกร์ ? ทุกอย่างที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงองค์ปประกอบของฉากที่เราจะได้รับรู้ตอนเล่น แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าทุกอย่างที่กล่าวมานั่นก็คือความไม่รู้ของผู้เล่น ยกตัวอย่างใน ‘Resident Evil’ ภาคแรก เราจะได้รับบทเป็นหน่วย S.T.A.R.S. ให้มาตรวจสอบป่าเพราะทีมแรกที่มาก่อนนั้นขาดการติดต่อไป พวกเรารวมถึงตัวละครที่เราเล่นกำลังเดินอยู่ในป่าดี ๆ ก็มีตัวอะไรไม่รู้มาทำร้ายเพื่อนร่วมทีม จนทั้งหมดต้องหนีเข้าไปในคฤหาสน์ปริศนากลางป่าโดยที่เราไม่รู้อะไรเลย ซึ่งนั่นคือความน่ากลัวของผู้เล่นที่รู้สึกไม่ไว้วางใจงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ยิ่งในภาคที่ 7 ที่เปิดเรื่องมาแบบง่าย ๆ กับการติดต่อมาของภรรยาเราที่หายไป 3 ปี จู่ ๆ ก็มีอีเมลวิดีโอมาหาบอกว่าอยู่ที่ ๆ หนึ่ง เราจึงไปรับจนเกิดเป็นเรื่องราวสยองขวัญตามมา ที่ตลอดทางที่ตัวเอกของเกมเดินไปนั้นมันเต็มไปด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่ ทำไมครอบครัวนี้ถึงได้ดูบ้าคลั่งโรคจิต เด็กที่มาหลอกหลอนเราคือใคร ทำไมภรรยาของเราถึงกลายเป็นพวกโรคจิตที่ขนาดยิงปืนใส่หัวเอามีดแทงคอก็ไม่ตาย นั่นคือความไม่รู้ที่หลอกหลอนคนเล่นจนกลายเป็นการดึงดูดเราให้เล่นต่อจนจบ นั่นคือความน่ากลัวที่เกม ‘Resident Evil ‘ จัดมาให้เราในทุกภาค แถมปริศนาที่โยนใส่ผู้เล่นพอเฉลยออกมาก็มีเหตุผลน่าเชื่อถือ จนมันกลายเป็นความกลัวที่ผู้เล่นต้องการ และเราก็กำลังจะเจอแบบนี้อีกครั้งใน ‘Resident Evil Village’

Resident Evil

การถูกไล่ล่า

Resident Evil 2

อีกหนึ่งความรู้สึกกดดันน่ากลัวที่เกมเรซิเดนต์อีวิลจัดมาให้คุณ ตั้งแต่ ‘Resident Evil’ ภาค 2 นั่นคือการถูกไล่ล่าของตัวละครบางอย่าง โดยเฉพาะพวกที่ตามล่าเราแบบสุ่มที่เราไม่รู้เลยว่ามันจะเดินมาจากทางไหนหรือตอนนี้มันอยู่ตรงไหนอย่าง Mr.X ในเกมเรซิเดนต์อีวิล 2 รีเมค มันจะสุ่มเดินในฉากแต่เมื่อมันได้ยินเสียงปืนหรือวิ่งของเรามันจะรีบมาหาเราทันที แบบเดียวกับเจค เบเกอร์(Jack Baker) ในภาคที่ 7 ที่จะเป็นการเดินไปมาในบ้านและจะออกมาแบบสุ่มให้เราตกใจ หรือจะเป็นเนเมซิสที่น่าเสียดายที่ทั้งสองฉบับนั้นจะเป็นการออกมาแบบตายตัวที่คนเล่นจะรู้ได้ทันทีว่ามันจะออกมา(ทั้งที่ทีมพัฒนาบอกว่ามันจะดีกว่า Mr.X ในภาค 2 แต่กลับทำออกมาได้แย่กว่า) และเราก็หวังว่าใน ‘Resident Evil Village’ คงจะมีตัวละครไล่ล่าเราแบบนี้อีก เพราะมันช่างดูตื่นเต้นน่ากลัวมาก ๆ

Resident Evil 3

ตัวละครฆ่าไม่ตาย

Resident Evil 3

ต่อเนื่องจากหัวข้อที่แล้วกับตัวละครที่ไล่ล่าเราส่วนมากจะเป็นพวกฆ่าไม่ตาย(ฆ่าไม่ตายตอนแรก) ที่แบบยิงไปก็เปลืองกระสุนจะหนีก็ต้องแลกกับการโดนโจมตีใส่ หรือที่หนักกว่าคือมันขวางทางจนต้องสู้เพื่อล้มมันจึงจะไปได้ แต่อีกเดี๋ยวมันก็ฟื้นตัวขึ้นมาไล่ล่าเราต่อ จะมีเพียงจุดเซฟเกมเท่านั้นที่เป็นจุดปลอดภัยที่คนเล่นเกม ‘Resident Evil’ จะทราบดี ซึ่งนั่นก็เป็นจุดตื่นเต้นน่ากลัวที่ดีงามแต่ก็แลกมาด้วยความรู้สึกกดันของคนที่ขวัญอ่อนขี้ตกใจ ที่จะรู้สึกกลัวลนลานจนเล่นไม่ถูก และที่หนักกว่านั้นคือบางตัวจะมีจุดอ่อนที่ยิงแล้วมันจะล้มอย่างยิงที่หัวหรือลูกตาเท่านั้น แต่การเล็งหัวหรือจุดอ่อนไปพร้อม ๆ กับความกลัวแถมฉากตรงนั้นก็ไม่ใช่การสู้กับหัวหน้าประจำฉาก เราจึงไม่มีกระสุนหรือยาฟื้นพลังในฉาก ซึ่งกว่าจะล้มมันไปได้(ที่เดี๋ยวมันก็ฟื้น) ที่แลกไปกับกระสุนยาจำนวนมากนั่นก็คืออีกหนึ่งความรู้สึกกดดันที่คนเล่นเกมได้เจอ  เพราะกว่าจะเจอกระสุนยาฟื้นพลังชุดต่อไปต้องไปอีกไกลแค่ไหน หรือจะย้อนกลับมาที่ลังใส่ของจะทันไหม แล้วระหว่างทางที่เราไปนั้นพวกมันจะฟื้นขึ้นรมาตบเรารึเปล่า ที่คิดแค่นี้ก็ชวนหลอนจนแทบอยากเลิกเล่นแล้วสำหรับหลาย ๆ คน นี่ยังไม่นับพวกตัวธรรมดาที่ฆ่าไม่ตายหรือต้องยิงเฉพาะบางจุดอย่าง Verdugo กับ Regenerador ใน ‘Resident Evil 4’ (รูปประกอบด้านล่าง) ที่เราเชื่อว่าหลายคนคงจะเลิกเล่นกลางทางเพราะพวกมันอย่างแน่นอน

Resident Evil 4

ตัวละครตบทีเดียวตาย

Resident Evil 3

ถ้าทั้งหมดที่กล่าวมายังไม่ถูกใจพอ เกม ‘Resident Evil’ ก็พร้อมจะเอาทุกอย่างที่คุณกลัวมายำรวมกัน เพื่อให้คุณหลอนกดดันที่สุดกับตัวละครที่สามารถฆ่าคนได้ในการโจมตีแค่ครั้งเดียว ซึ่งเกมจะไม่สนใจเลยว่าคุณจะเหลือพลังชีวิตสีอะไรมากขึ้นไหน แต่ถ้าคุณพลาดถูกมันจับได้หรืออยู่ในระยะที่มันต้องการคุณจะตายในการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นมือเลื่อยใน ‘Resident Evil 4’ ที่ถ้ามันเข้ามาในระยะที่เกมกำหนดคุณเตรียมตัวตาย หรือจะเป็นตัวใหม่ ๆ หน่อยอย่าง Hunter γ ที่มันจะกินคุณทั้งตัวถ้าคุณไม่หนีหรือยิงมันให้ตาย หรือจะเป็น ‘Resident Evil’ ภาคแรกกับฮันเตอร์ตัวปกติที่ถ้าอยู่ถูกที่ถูกเวลา มันก็สามารถตัดคอเราในการโจมตีครั้งเดียวได้ และในบางครั้งพวกนี้ก็จะมาในรูปแบบของตัวละครที่ฆ่าไม่ตายบ้างหรือมีจุดอ่อนที่ต้องยิงให้โดนไม่งั้นจะฆ่าไม่ตาย ไปจนถึงบางตัวที่ตายยากซึ่งมันกว่าจะฆ่ามันได้คุณต้องวิ่งหนีทิ้งระยะห่างเพื่อโจมตี ซึ่งถ้ามันมาตัวเดียวก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้ามันมาพร้อมกันหลายตัวแล้วยังเป็นที่แคบอีกคุณคงต้องตั้งสติให้ดี เพราะไม่อย่างนั้นคุณจะตายแล้วมาเจอมันใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน แค่คิดก็สยองแล้วสำหรับบางคนที่กลัว ซึ่งนั่นคือสิ่งที่นักพัฒนาคิดมาแล้วเพื่อคนเล่น

Resident Evil 3-4

ความพยายามเปลี่ยนแปลงไม่หยุดอยู่กับที่

Resident Evil

ปิดท้ายกับความน่ากลัวสยองขวัญที่เกม ‘Resident Evil’ จัดมาให้คนเล่นรู้สึกกลัว นั่นคือความพยายามของทีมงานที่ไม่คิดจะย่ำอยู่กับที่ในความสำเร็จเดิม ๆ แต่ยังคงพยายามค้นหาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อคนเล่นเกม เพราะตั้งแต่ที่เรารู้จักเกม ‘Resident Evil’ มา เราได้เห็นเกมซีรีส์นี้เปลี่ยนแปลงไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนจากแนวสยองขวัญในเกม ‘Resident Evil 1’ ถึง 3 มาเปลี่ยนเป็นแอ็กชัน สยองขวัญในภาค 4 ถึง 6 ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นแนวสยองขวัญมุมมองบุคคลที่ 1 ในภาคที่ 7 นี่ยังไม่นับเกมภาคแยกที่เปลี่ยนตัวเองไปเป็นเกมแนวต่าง ๆ อีกมากมายที่มีทั้งดีบ้างแย่บ้าง แต่นั่นก็ทำให้เราเห็นถึงความใส่ใจของทีมงานที่ต้องการให้แฟน ๆ คนเล่นเกมได้รับความสนุก(ที่แม้บางเกมจะไม่สนุกจนคิดว่าทำมาทำไมก็ตาม) และนับต่อไปจากนี้เราก็คงจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ ที่เป็นความสยองขวัญมาให้เราผู้เล่นอีกมากมายอย่างแน่นอน

Resident Evil

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเรื่องราวความกลัวที่เกม ‘Resident Evil’ จัดมาให้คนเล่น ซึ่งใครที่เป็นแฟนเกมซีรีส์นี้มาตลอดจะมองเห็นความเปลี่ยนแปลง และความน่ากลัวที่ทางทีมพัฒนาใส่ใจเอามาหลอกหลอนผู้เล่น ที่ในบางภาคนั้นอาจจะมีการหลงทิศจับทางไม่ถูกบ้าง แต่สุดท้ายตัวเกม ‘Resident Evil’ ก็กลับมาสู่เส้นทางที่มันควรเป็นได้อย่างภาคภูมิ และเราก็หวังว่านับจากนี้ตัวเกมจะไม่หลงทิศและทำสิ่งที่พยายามสร้างมาเสียไปอีกครั้ง ซึ่งคงต้องรอดูกันต่อไปกันอีกยาวนับจากนี้ และถ้าใครสนใจเรื่องราวของเกม ‘Resident Evil’ อีก ก็ไปติดตามอ่านกันได้ใน Beartai เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับเกมนี้อีกมากมายให้คุณได้อ่าน ส่วนคราวหน้าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรก็ติดตามกันได้ที่นี่ที่เดียว

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...