โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระตำหนักใหม่ วังสระปทุม ลักษณะบ้านเพื่ออาศัยมิใช่วังเจ้านาย ที่ประทับราชสกุลมหิดล

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 ธ.ค. 2567 เวลา 02.51 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2567 เวลา 08.02 น.
พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม ภาพจากหนังสือบางกอก บอกเล่า (เรื่อง) วัง

พระตำหนักใหม่ วังสระปทุม ลักษณะบ้านเพื่ออาศัยมิใช่วังเจ้านาย ที่ประทับราชสกุลมหิดล

ภาพจำของย่านปทุมวันของใครหลายคนคงจะเป็นการจราจรคับคั่ง พื้นที่ห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัย ย่านการค้าที่เฟื่องฟู หากย้อนกลับไปเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว บริเวณนี้ยังคงเป็นทุ่งว่างเปล่าที่เรียกกันว่า “ทุ่งปทุมวัน”

“ทุ่งปทุมวัน” แต่เดิมเป็นที่อยู่อาศัยของชาวลาวเวียงจันทน์ไม่กี่หลังคาเรือนที่ถูกเทครัวมาสมัยรัชกาลที่ 3

ข้อมูลจากการรวบรวมโดยสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร บรรยายว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มีพระราชดำริจะขยายความเจริญของพระนครไปยังพื้นที่ห่างไกล และแก้ไขปัญหาความแออัดของจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังขึ้นบริเวณทุ่งปทุมวันพร้อมพระราชทานนามว่า “พระราชวังปทุมวัน”

โปรดเกล้าฯ ให้ขุดสระบัวขึ้น แบ่งออกเป็น“สระนอก” ให้ราษฎรทั่วไปได้เล่นแข่งเรือในฤดูน้ำหลาก และ “สระใน” ใช้เป็นที่สำราญพระอิริยาบถส่วนพระองค์

เมื่อสร้างวังและขุดสระเรียบร้อยแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นชื่อว่า “วัดปทุมวนาราม” เพื่อพระราชทานเป็นพระเกียรติแก่สมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี พระอัครมเหสี ตามโบราณราชประเพณีที่มีการสร้างวัดประจำพระราชวัง ทั้งนี้ได้อาศัยแรงงานชาวลาวในการสร้าง

จากนั้นพระองค์จึงโปรดเกล้าฯ นิมนต์พระครูกล่ำ ภิกษุชาวลาวจากวัดบวรนิเวศวิหารมาเป็นเจ้าอาวาสพร้อมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธปฏิมาศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพนับถือของชาวลาวมาประดิษฐานที่วัดปทุมวนาราม

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ยังได้พระราชทานชื่อบริเวณทุ่งปทุมวันนี้ว่า “ตำบลปทุมวัน” ตามดอกบัวที่ชูก้านออกดอกบานสะพรั่งทั่วทั้งคลอง

ครั้งถึงสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังของเจ้านายขึ้นบริเวณทุ่งปทุมวัน เพื่อเป็นศูนย์กลางการตั้งชุมชนของราษฎร วังที่มีพระราชดำริให้สร้างขึ้นนั้น ได้แก่ “วังวินด์เซอร์” หรือ “วังกลางทุ่ง” เพื่อให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร โดยถ่ายแบบมาจากพระราชวังวินด์เซอร์ของสหราชอาณาจักรแต่ย่อส่วนลงมา

เนื่องด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร สวรรคตก่อนที่จะประทับ ณ วังแห่งนี้ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 วังวินด์เซอร์ได้ถูกรื้อถอนเพื่อสร้างเป็นสนามกีฬาแห่งชาติ หรือสนามศุภชลาศัยในปัจจุบัน

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชทานที่ดินบริเวณทุ่งปทุมวันแปลงหนึ่งในเขตสระบัวด้านเหนือแก่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดชฯ กรมขุนสงขลานครินทร (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมชนก) พระราชโอรสซึ่งประสูติแต่สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า แต่ยังมิได้สร้างวังเนื่องจากสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดชฯ กรมขุนสงขลานครินทร เสด็จไปทรงศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ครั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้เสด็จออกจากพระบรมมหาราชวัง มาประทับที่ “พระตำหนักเขียว” ในพระราชวังปทุมวันเป็นการชั่วคราวเพื่อรอพระตำหนักใหญ่ที่ยังสร้างไม่เสร็จ

เมื่อพระตำหนักใหญ่สร้างแล้วเสร็จ โปรดให้เรียกวังนี้ว่า “วังสระปทุม” และได้ประทับอยู่ที่พระตำหนักใหญ่แห่งนี้ตลอดพระชนชีพ

ข้อมูลจากสำนักวัฒนธรรมฯ ชี้แจงว่า พระตำหนักใหญ่หลังนี้สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นผู้ออกแบบด้วยพระองค์เองทั้งหมด ทรงร่างแผนผังพระตำหนักและห้องที่ประทับต่างๆ เอกสารบางแห่งอธิบายเรื่องเล่ากันมาว่า ทรงใช้ก้านไม้ขีดเรียงกันเป็นรูปทรงของห้อง จากนั้นให้สถาปนิกออกแบบถวาย ตำหนักนี้จึงวางต้องตามทิศทางลม ทุกห้องรับลมได้เสมอกัน

ลักษณะพระตำหนักใหญ่ก่ออิฐถือปูนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 ชั้น หลังคาเป็นทรงปั้นหยามุงด้วยกระเบื้องว่าวตามสมัยนิยม มีลายปูนปั้นบนฝาผนังใกล้กับชายคาเป็นรูปต้นไม้และดอกไม้เรียงรายกันไปรอบตำหนัก และตอนบนของซุ้มบานพระแกลเป็นลวดลายแบบตะวันตก

หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดชฯ กรมขุนสงขลานครินทร เสด็จกลับจากการศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ได้เสด็จมาประทับที่วังสระปทุมเป็นการถาวร สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “พระตำหนักใหม่” เพื่อใช้เป็นที่ประทับของพระราชโอรส และหม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี)

พร้อมด้วยพระราชนัดดาทั้ง 3 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) และพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) อันเป็นที่ประทับแรกในเมืองไทยของครอบครัวราชสกุลมหิดล

“พระตำหนักใหม่” ออกแบบโดยหม่อมเจ้าอิทธเทพสรร กฤดากร ซึ่งเป็นสถาปนิกไทยรับการศึกษาจากฝรั่งเศส เป็นกำลังสำคัญในการออกแบบก่อสร้าง และยังเป็นผู้ออกแบบพระราชวังไกลกังวลที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้งยังเป็นผู้ดูแลการบูรณปฏิสังขรณ์พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง

พระตำหนักใหม่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่เรียบง่าย เป็นตึกก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ทาสีครีม วงกบ หลังคา และบานประตูทาสีเขียวเกือบดำ มีลักษณะโด่ดเด่น คือ ทำที่จอดรถไว้ใต้พระตำหนักแทนการยกมุขด้านหน้าแบบสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

รูปแบบที่แปลกกว่าที่อื่นคือตรงพระแกลตรงอัฒจันทร์ภายในตำหนัก เจาะช่องพระแกลเรียงขึ้นไปเป็นชั้นตามความลาดเอียงของอัฒจันทร์ ลักษณะนี้เป็นอิทธิพลนำมาสู่แบบนิยมในบ้านของคหบดีทั่วไป

เรียกได้ว่า เป็นตำหนักที่ออกแบบโดยสถาปนิกไทยซึ่งเข้าใจความเป็นอยู่ของชาวไทยมากกว่าตำหนักที่ออกแบบโดยชาวต่างชาติ

เอกสารที่จัดทำโดยสำนักวัฒนธรรมฯ กรุงเทพฯ บรรยายว่า สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเพื่อใช้เป็น “บ้านสำหรับคนเราอาศัยจริงๆ” มิใช่แบบ “วังเจ้านาย” พระตำหนักหลังนี้เป็นที่ประทับของทั้ง 2 พระองค์จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ และยังเป็นที่พักซึ่งเป็นจุดเจริญพระชันษาของยุวกษัตริย์ถึง 2 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9

รายงานยังเล่าว่า ทั้ง 2 พระองค์ทรงเคยเล่น “ปลูกป่า” โดยทรงนำกิ่งไม้และใบไม้มาปักลงดิน จากนั้นก็รดน้ำราวกับเป็นการปลูกต้นไม้

นอกจากนี้ “วังสระปทุม” อาจพอกล่าวได้ว่าเป็นวังแห่งความรัก เนื่องจากเคยเป็นสถานที่จัดพิธีอภิเษกสมรสระหว่างสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 10 กันยายน ปี 2463 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธาน

ต่อมาวันที่ 28 เมษายน ปี 2493 วังสระปทุมยังถูกใช้เป็นสถานที่จัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสระหว่าง พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ปัจจุบัน พื้นที่วังสระปทุมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ภายนอกวังเป็นสถานที่ตั้งบรรดาโรงแรมชั้นนำ อาคารห้างร้าน และห้างสรรพสินค้า กล่าวได้ว่าเป็นย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ขณะที่ภายในวังเงียบสงบ และร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาชนิด พระตำหนักใหม่เป็นที่ประทับของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ส่วนพระตำหนักใหญ่ในปัจจุบันจัดเป็น “พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร. บางกอก บอกเล่า (เรื่อง) วัง. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แก้วเจ้าจอม, 2555.

แน่งน้อย ศักดิ์ศรี, ศาสตราจารย์. สถาปัตยกรรมกรุงรัตนโกสินทร์. โรงพิมพ์กรุงเทพ, 2537

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 มกราคม 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระตำหนักใหม่ วังสระปทุม ลักษณะบ้านเพื่ออาศัยมิใช่วังเจ้านาย ที่ประทับราชสกุลมหิดล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...