โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สั่งทุกจังหวัดเข้มคัดกรองเดินทางข้ามจังหวัด

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 07 ม.ค. 2564 เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 05.25 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กระทรวงมหาดไทย 7 ม.ค.-ปลัดมท.สั่งทุกจังหวัดดำเนินมาตรการเข้มตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด ใช้“หอกระจายข่าว” สร้างการรับรู้ประชาชนให้ทั่วถึง กำชับเจ้าหน้าที่ทุกระดับปฏิบัติงานถูกต้อง โปร่งใสสกัดโควิด-19

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการ ออกหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 17) ลงวันที่ 6 มกราคม 2564 ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการยกระดับการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรค การยกระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุดที่จำเป็นต้องมีมาตรการเข้มงวดอย่างยิ่ง และการปราบปรามและลงโทษผู้กระทำผิดอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค

“เพื่อให้การตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัดเป็นไปตามข้อกำหนดฯ รวมทั้งมาตรการที่ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) กำหนด จึงสั่งการผู้ว่าราชการทุกจังหวัดจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจในเส้นทางคมนาคมที่เป็นเส้นทางหลักในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัด โดยใช้อำนาจในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดบูรณาการและประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและตำรวจ และในการจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจในเส้นทางคมนาคมที่เป็นเส้นทางรอง ให้มอบหมายนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการทุกภาคส่วนจัดตั้งจุดตรวจคัดกรองในเส้นทางรองตามความจำเป็นและเหมาะสม และให้ประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้นายอำเภอประชาสัมพันธ์ผ่าน “หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน” ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อขอความร่วมมือประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ต้องแสดงเหตุผลและหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และเข้ารับการตรวจคัดกรองและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอันอาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและทำให้ต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางมากกว่าปกติ” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ด้านการตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด กรณีเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 5 จังหวัด (จังหวัดจันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง และสมุทรสาคร) เน้นการตรวจคัดกรองใน 5 ประเด็น คือ 1) ตรวจวัดอุณหภูมิและสังเกตอาการผู้เดินทาง 2) สอบถามเหตุผลความจำเป็นและสถานที่ปลายทางจากผู้เดินทางให้ชัดเจน 3) ตรวจสอบการติดตั้งและใช้ระบบแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” ของผู้เดินทาง 4) ตรวจสอบเอกสารการรับรองความจำเป็น/การปฏิบัติหน้าที่/การติดต่อราชการ 5) บันทึกข้อมูลผู้เดินทาง กรณีเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุด 23 จังหวัด เน้นการตรวจคัดกรองใน 4 ประเด็น คือ 1) ตรวจวัดอุณหภูมิและสังเกตอาการผู้เดินทาง 2) สอบถามเหตุผลความจำเป็นและสถานที่ปลายทางจากผู้เดินทางให้ชัดเจน 3) ตรวจสอบการติดตั้งและใช้ระบบแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” ของผู้เดินทาง 4) บันทึกข้อมูลผู้เดินทาง กรณีเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมและเฝ้าระวังสูง 49 จังหวัด เน้นการตรวจคัดกรองใน 2 ประเด็น คือ ตรวจวัดอุณหภูมิและสังเกตอาการผู้เดินทาง และสอบถามเหตุผลความจำเป็นและสถานที่ปลายทางจากผู้เดินทางให้ชัดเจน

“สำหรับแนวปฏิบัติผู้ประสงค์จะเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สามารถปฏิบัติ ดังนี้ 1) ผู้ประสงค์จะเดินทางทั่วไปให้แสดง “เอกสารรับรองความจำเป็น” โดยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้แก่ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ หรือข้าราชการที่นายอำเภอมอบหมาย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 2) ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางปฏิบัติหน้าที่ ผู้ขนส่งสินค้าเพื่อประโยชน์และการดำรงชีวิตของประชาชน และสินค้าเพื่อการนำเข้าหรือส่งออก ผู้ปฏิบัติงานในกิจการกิจกรรมเพื่อประโยชน์ด้านสาธารณูปโภค ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ การธนาคาร การศึกษา การขนส่งประชาชน บุคคลไปสู่ที่เอกทศเพื่อกักกันตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งต่าง ๆ ของทางราชการ ให้แสดง “เอกสารรับรองการปฏิบัติหน้าที่” โดยยื่นคำขอต่อผู้ประกอบการ นายจ้าง บริษัท หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ แล้วแต่กรณี และ 3) บุคคลที่มีความจำเป็นต้องติดต่อราชการ ให้แสดง “เอกสารรับรองการติดต่อราชการ” ซึ่งออกโดยหัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานที่บุคคลได้ไปติดต่อราชการ ทั้งนี้ ในกรณีบุคคลซึ่งมีความจำเป็นเร่งด่วน หากมีความล่าช้าอาจจะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตหรือเกิดความเสียหายร้ายแรง ให้มีการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติไว้เป็นหลักฐาน” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกระดับปฏิบัติงานด้วยความถูกต้อง โปร่งใส โดยมุ่งหวังผลต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเป็นสำคัญ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...