โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จรัญ มะลูลีม : สายสัมพันธ์กึ่งศตวรรษไทย-มาเลเซีย 2 ประเทศร่วมทำอะไรกันบ้าง?

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 23 ธ.ค. 2563 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2563 เวลา 07.27 น.

สําหรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียนั้นอาจกล่าวได้ว่ามีศตวรรษที่ 21 ให้เห็นเป็นประจักษ์พยานถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดและความเป็นหุ้นส่วนความสัมพันธ์ต่อกันท่ามกลางความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งคนส่วนใหญ่มีความใกล้ชิดกับวัฒนธรรมมาเลเซีย

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียเริ่มต้นมาช้านาน ก่อนการมีความสัมพันธ์ทางการทูตในวันที่ 31 สิงหาคม ปี 1957 ความสัมพันธ์และความร่วมมือที่มีจุดเด่นอย่างชัดเจนก็คือการก่อตั้งประชาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน (ASEAN) ในปี 1967 ซึ่งประเทศไทยและมาเลเซียเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง และนับจากนั้นทั้งสองประเทศก็มีส่วนทำให้อาเซียนมีความเข้มแข็งขึ้นโดยผ่านความสัมพันธ์ทวิภาคีและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

ความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียได้รับการสนับสนุนผ่านความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองหลังจากประเทศไทยและมาเลเซียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันในปี 1957

ในระดับภูมิภาคทั้งสองประเทศก็มีศักยภาพสูงที่จะกลายมาเป็นพลังในการขับเคลื่อนความเจริญเติบโตของภูมิภาคผ่านความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและความเข้าใจที่ดีต่อกันมาโดยตลอด

ความสัมพันธ์ฉันประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนประชิดกันของไทยและมาเลเซียนั้น สามารถนับย้อนไปนานกว่านั้นมาก ไทยและมาเลเซียมีความพึงพอใจในมิตรภาพที่ใกล้ชิด ตลอดจนผลลัพธ์จากความร่วมมือในด้านต่างๆ ทั้งในระดับทวิภาคี

เช่น คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-มาเลเซีย (Thailand-Malaysia Joint Commission : JC) พื้นที่พัฒนาร่วม (Joint Development Area : JDA) และคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย (Joint Development Strategy for borders Areas : JDS) เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือในทุกๆ ด้าน ตลอดจนเอื้ออำนวยกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม และเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนไทยและมาเลเซียในบริเวณชายแดน ดังเช่นการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก เชื่อมตำบลบูเก๊ะตาที่จังหวัดนราธิวาสกับบูกิตบุงอหรือบูกิตบุหงาในรัฐกลันตัน

ยิ่งไปกว่านั้น สมาคมไทย-มาเลเซีย (Thailand-Malaysian Association : TMA) และสมาคมมาเลเซีย-ไทย (Malaysia-Thai Association : MTA) ได้รับการก่อตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดและเกิดความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนและองค์กรต่างๆ ของทั้งสองประเทศ

การที่ทั้งสองประเทศผ่านช่วงเวลาที่ดีมาด้วยกันนี้ ไทยและมาเลเซียจึงเป็นมากกว่าเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนร่วมกัน หากแต่เป็นมิตรที่มีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และความรับผิดชอบที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน อีกทั้งประชาชนทั้งสองaากฝั่งแม่น้ำโก-ลก ก็มีความผูกพันกันเป็นเครือญาติ จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ความเชื่อมั่นของประเทศและของประชาชนทั้งสองประเทศเป็นอย่างดี (ชปา จิตต์ประทุม ความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย ปี 2004-2006 โครงการไทยในการรับรู้และความเข้าใจของประเทศเพื่อนบ้าน ศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ และคณะ กรุงเทพ : สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สำนักงานสนับสนุนการวิจัย (สกว.), 2009)

ในการศึกษาความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราชจนถึงปัจจุบันนั้น แม้จะมีช่วงเวลาของความสัมพันธ์ที่เสื่อมคลายอยู่บ้าง แต่ก็เป็นที่ประจักษ์ว่าประเทศทั้งสองมีช่วงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นอยู่มากกว่า

ทั้งในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้งประชาคม ASEAN และเป็นสองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่เคยก้าวไปไกลถึงการปะทะกันด้วยอาวุธแม้แต่ครั้งเดียว

ความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียในรอบมากกว่า 60 ปี นับตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราชจึงเป็นความสัมพันธ์ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการนำเอาสันติภาพและความรุ่งเรืองมาสู่ประเทศทั้งสอง รวมทั้งอาเซียนโดยรวม

ความสัมพันธ์ด้านสังคม เศรษฐกิจ เป็นพลังขับเคลื่อนที่เห็นได้อย่างชัดเจนในการสร้างความเข้มแข็งในความผูกพันทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับความสัมพันธ์ด้านการเมือง ความมั่นคง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และความร่วมมือทางสังคมและวัฒนธรรม

มากกว่าครึ่งศตวรรษของความร่วมมือที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความใกล้ชิดอันเนื่องมาจากผลประโยชน์ที่มีร่วมกันและการเยือนของผู้นำของทั้งสองประเทศ ในระดับประชาชนพบว่าประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดนมีความเป็นหนึ่งเดียวกันในทางวัฒนธรรม ภาษาและศาสนา

ประเทศไทยและมาเลเซียในปัจจุบันมีข้อตกลงร่วมกันถึง 32 ข้อ ทั้งที่เป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นก่อนและหลังมาเลเซียได้รับเอกราช ทั้งสองประเทศผ่านช่วงเวลาที่ดีต่อกันมาและไม่เคยเปลี่ยนมาเป็นความรุนแรง (Chaichoke Julsiriwongs, The Problem of Thailand Border and National Security (Bangkok : Samphand Panich, 2533 p.29) ทั้งสองประเทศมีบันทึกความสัมพันธ์และการร่วมมือกันรับผิดชอบมาตั้งแต่อดีต ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศจึงมีความเข้มแข็ง

ชาวไทยและชาวมาเลย์ที่อยู่ตามชายแดนต่างก็มีความใกล้ชิดต่อกันและกัน เชื่อมสัมพันธ์กันด้วยความเป็นญาติและความเป็นเพื่อนบ้านก่อนที่จะมีการกำหนดเขตแดนระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์หรือวัฒนธรรม ไทยและมาเลเซียก็มีจุดหมายร่วมกัน ความเจริญรุ่งเรืองและสันติภาพของประเทศใดประเทศหนึ่งย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะผูกพันกับสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของอีกที่หนึ่ง (Message from Nitya Pibunsonggram, Former Minister of Foreign Affairs the Kingdom of Thailand, Rajaphrueh Bunga Raja, 50 years of everlasting friendship between Thailand and Malaysia Bangkok : Ministry of Foreign Affairs, 2007 p.10)

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วประเทศไทยและมาเลเซียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ปี 1957 ความจริงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียนั้นสามารถย้อนไปไกลกว่าความสัมพันธ์ทางการทูต

อันเนื่องมาจากสภาพทางภูมิศาสตร์และสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ ประเทศทั้งสองจึงมีความใกล้ชิดกันและมีการแลกเปลี่ยนการเยือนและการแลกเปลี่ยนทางการค้า ธุรกิจ การศึกษา รวมทั้งการเยือนญาติพี่น้องและการเชื่อมโยงสื่อสารมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งสองประเทศอนุญาตให้ประชาชนของอีกชาติหนึ่งที่อาศัยอยู่ตามชายแดนใช้หนังสือผ่านแดน (border pass) ซึ่งออกให้โดยฝ่ายบริหารของแต่ละฝ่ายเดินทางไปยังชายแดนของสองประเทศโดยไม่มีหนังสือเดินทางได้

บริษัทของมาเลเซียในประเทศไทยมีมากขึ้นและตื่นตัวมากขึ้น พวกเขามุ่งหวังที่จะเริ่มธุรกิจหรือไม่ก็หาตลาดการผลิตและการบริการในประเทศไทย

หลายๆ บริษัทของมาเลเซียให้ความสนใจที่จะขยายการทำงานในประเทศไทย

ตามรายงานของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พบว่าบริษัทมาเลเซีย 157 บริษัทได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วยเงินจำนวน 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ (5.5 พันล้านริงกิต)

จากข้อมูลของรัฐมนตรีการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม นักธุรกิจมาเลเซียได้ลงทุนในประเทศไทย 482.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ในขณะที่นักธุรกิจไทยลงทุนในมาเลเซีย 76.2 พyนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 228 ล้านริงกิต)

ในฐานะสมาชิกของ ASEAN ไทยเห็นว่าความร่วมมือกับมาเลเซียเป็นกุญแจไปสู่การสร้างชุมชน ASEAN เป็นการเชื่อมโยงภูมิภาคด้วยสันติภาพและความรุ่งเรือง ประเทศไทยมีความมั่นใจว่าประชาคม ASEAN จะดำเนินไปด้วยดี ไทยมองไปข้างหน้าให้ ASEAN เป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญในความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่กว้างขวางต่อไป ชาวมาเลเซียมากกว่าหนึ่งล้านคนได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยในแต่ละปีมากกว่าการไปเยือนประเทศอื่นใด ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศมุ่งกระชับความสัมพันธ์ในด้านนี้ด้วยการพิมพ์สื่อโฆษณาในประเทศของตนเป็นสองภาษา

ด้วยจิตวิญญาณของการเป็นพันธมิตรและมิตรภาพในการได้มาซึ่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในหมู่เพื่อนบ้าน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซียคือหนึ่งในความสำคัญสำหรับความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซียที่มีมายาวนานกว่า 60 ปี

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศเอกราชใหม่อย่างมาเลเซียในวันที่ 30 สิงหาคม ปี 1957 หรือปี 2550

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความอบอุ่นและมิตรไมตรี นำทางโดยความใฝ่ฝันและผลประโยชน์ที่มีอยู่ร่วมกัน เพื่อที่จะอยู่ร่วมกันด้วยความสันติและความปรองดอง ความใกล้ชิดของความสัมพันธ์ที่แสดงให้เห็นด้วยตัวของมันเองมาจากการแลกเปลี่ยนการเยือนของเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของสองประเทศมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...