ส่องหุ้นใหม่PRAPAT โบรกชูพื้นฐานแกร่ง
ทันหุ้น - สู้โควิด – โบรกส่องหุ้นน้องใหม่ “พีรพัฒน์ เทคโนโลยี” ธุรกิจเข้ายุคโควิด ผู้นำด้านสารทำความสะอาด และน้ำยาฆ่าเชื้อ มองเป็นหุ้นน่าสนใจ เตรียมเข้าเทรดกระดาน mai พร้อมเคาะมูลค่าพื้นฐาน 1.90 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT ซึ่งเป็นหุ้นใหม่ที่เตรียมจะเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) โดยได้ประเมินมูลค่าพื้นฐานของปี 2564 อยู่ที่ 1.90 บาทต่อหุ้น มองว่าเป็นบริษัทที่มีความน่าสนใจจากการเป็นผู้นำด้านสารทำความสะอาด และน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ในธุรกิจการให้บริการและธุรกิจผลิตอาหาร เครื่องดื่ม
ลักษณะธุรกิจ
ทั้งนี้ พีรพัฒน์ เทคโนโลยี ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำยาซักรีด น้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสำหรับภาคอุตสาหกรรม นำเข้าเพื่อจำหน่ายและให้เช่าเครื่องล้างภาชนะอัตโนมัติ นำเข้าและจำหน่ายสระว่ายน้ำสำเร็จรูป และอุปกรณ์ที่ใช้ในสระว่ายน้ำ รวมทั้งให้บริการแบบครบวงจรเกี่ยวกับน้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 100 ล้านหุ้น โดยมีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ฝ่ายวิจัยโนมูระ พัฒนสิน มองว่า พีระพัฒน์ เทคโนโลยี มีจุดเด่นคือมีช่องทางการขายและบริการครอบคุมทั่วประเทศ มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งราคาที่แข่งขันได้ การพัฒนาสินค้าให้ตรงความต้องการของลูกค้า และดำเนินธุรกิจนานกว่า 32 ปี และมีสัดส่วนรายได้กว่า 12% เป็นรายได้ประจำจากบริการให้เช่าเครื่องล้างจาน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการเหวี่ยงของรายได้
ธุรกิจเติบโตดี
ขณะที่รายได้จากผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อในสายการผลิต คิดเป็น 20% ของรายได้ จะเติบโตไปพร้อมกับคู่ค้าเดิม จากการขยายโรงงานหรือไลน์การผลิตและการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มเติมจากกลุ่มผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายอื่นๆ โดยคาดว่ารายได้จากผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อจะเติบโตต่อเนื่องคิดเป็นโตเฉลี่ย 10% ในช่วงปี 2561-2565
ส่วนรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ด้านครัว (ขายน้ำยาล้างจาน คิดเป็น 14% ของรายได้ และให้เช่าเครื่องล้างจาน 12% ของรายได้) จะเติบโตราว 12% ต่อปี ในช่วงปี 2564-2565 ซึ่งฟื้นตัวจากปี 2563 ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เนื่องจากการขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ เช่นร้านอาหารขนาดกลาง และศูนย์อาหารตามโรงเรียน ศูนย์การค้า และโรงงาน
ฝ่ายวิจัย คาดว่า พีรพัฒน์ เทคโนโลยี ในปี 2563 จะมีกำไรสุทธิ 20 ล้านบาท และในปี 2564-2565 คาดจะมีกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท และ 48 ล้านบาทตามลำดับ จากรายได้จากการขายและให้ริการที่เติบโต จากธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยกลับมา สินค้าฆ่าเชื้อเติบโตตามธุรกิจผลิตอาหาร เครื่องดื่ม ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น คาดว่าจะดีขึ้น และ SG&A to sales ที่ลดลง