โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เบรกขายทอดตลาด "โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่" 18 ก.พ.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.พ. 2564 เวลา 03.46 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2564 เวลา 03.46 น.
ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก Dhara Dhevi Chiang Mai

“IFEC” เผยกรมบังคับคดีต้องเบรกการขายทอดตลาด “โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่” ออกไปจนกว่าศาลจะมีคำสั่ง หลังเจ้าหนี้ร้องคัดค้านวิธีการขาย ชี้ราคาขายขั้นต่ำควรอยู่ที่ 3,728 ล้านบาท ยันพร้อมเจรจาดูแลพนักงานโรงแรมทุกรายหลังปิดกิจการ-เลิกจ้าง ลุ้นศาลล้มละลายไฟเขียวฟื้นฟูกิจการบริษัท “IFEC” 15 ก.พ.นี้

นายทวิช เตชะนาวากุล ประธานกรรมการบริษัท ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC เปิดเผยว่า โรงแรมดาราเทวี ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่สำคัญของ IFEC โดยกรมบังคับคดีการประกาศขายทอดตลาด ราคาขายตั้งแต่ 2,116 ล้านบาท

แต่จากการประเมินมูลค่าในสภาพปัจจุบัน โดยผู้ประเมินอิสระ พบว่าราคาควรจะอยู่ที่ 3,728 ล้านบาท ดังนั้น IFEC จึงได้คัดค้านการกำหนดราคาประเมินดังกล่าว โดยศาลนัดไต่สวนวันที่ 15 มีนาคม 2564 แต่ปรากฎว่ามีเจ้าหนี้ได้ร้องคัดค้านวิธีการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าว ทำให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องงดการขายทรัพย์สินในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 รวมทั้งวันอื่น ๆ ด้วย ออกไปจนกว่าศาลจะมีคำสั่ง

ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงแรมอยู่ในขั้นตอนการปิดกิจการ โดยเริ่มมาจากช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่พบว่าโรงแรมไม่มีสภาพคล่องในการจ่ายเงินเดือนพนักงาน ที่มีอยู่ 400 คน ขณะที่มีใบอนุญาตเปิดให้บริการเพียง 64 ห้อง จาก 123 ห้อง หากเปิดให้บริการต่อรายได้ของโรงแรมจะติดลบ 7-8 ล้านบาท/เดือน ดังนั้นผู้บริหารจึงตัดสินใจปิดและบอกเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด และได้ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยให้กับพนักงาน

โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มพนักงานชั่วคราว และพนักงานประจำ ประมาณ 200 คน ซึ่งกลุ่มนี้ได้กำหนดชำระเงินเดือนให้ 3 เดือน คือธันวาคม 2563, มกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 และได้ชำระไปแล้ว ส่วนเงินชดเชยจะชำระหลังจากที่ชำระเงินเดือนที่ค้างอยู่ 2.กลุ่มพนักงานที่ฟ้องร้อง ตอนนี้เรื่องอยู่ในชั้นศาล และต้องรอคำวินิจฉัยของศาล

“เรื่องกลุ่มพนักงานที่ฟ้องร้องทางโรงแรมยินดีให้เข้ามาเจรจา ซึ่งมีประมาณ 100 กว่าคนนั้น ล่าสุด มีการติดต่อมาประมาณ 60 คน เริ่มมีการเจรจาแล้ว คาดว่าจะมีข้อยุติที่ดีสำหรับทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนพนักงานอีกบางส่วนที่ยังไม่มีการติดต่อกลับมา คาดว่าเป็นคนที่ไม่ได้มีภูมิลำเนาในจังหวัดเชียงใหม่ โรงแรมยืนยันว่าไม่ได้ทอดทิ้ง แต่เนื่องจากทางโรงแรมขาดสภาพคล่องจริง ๆ ถ้าพนักงานมาคุยผ่านทางโรงแรมเหมือน 200 คนที่มาคุย เราก็จะชำระและดูแลเป็นอย่างดี” นายทวิชกล่าว

นายทวิช กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 15 ก.พ.นี้ ศาลล้มละลายกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.14/2561 และเป็นคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.25/2561 จะมีคำสั่งว่า จะให้ IFEC ฟื้นฟูกิจการหรือไม่ ซึ่งทางบริษัทน้อมรับคำสั่งของศาลทุกประการ ขณะที่คณะกรรมการบริษัทชุดปัจจุบัน พร้อมจะเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ ตลอดจนรับผิดชอบดูแลกิจการของ IFEC และ บริษัทย่อยทุกแห่งให้มีความโปร่งใส เพื่อให้เจ้าหน้าและผู้ถือหุ้นได้รับประโยชน์สูงสุดต่อไป ซึ่งที่ผ่านมามีผู้คัดค้าน 14 ราย แต่ปัจจุบันคงเหลือคัดค้านเพียง 1 ราย เนื่องจากผู้คัดค้าน 13 ราย ไม่ได้มีการสืบพยานหรือคัดค้านการฟื้นฟูกิจการ

“หากศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว คณะกรรมการบริษัทยืนยันว่าจะเร่งการจัดทำแผน รวมทั้งเสนอแผนให้เจ้าหนี้ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ และกำหนดวันที่ 1 ก.ค. 2565 เป็นวันที่ IFEC จะชำระหนี้งวดแรกให้กับเจ้าหนี้ทุก ๆ รายอย่างแน่นอน” นายทวิชกล่าว

นายภูวดล สุนทรวิภาต กรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพัฒนาธุรกิจ IFEC กล่าวว่า แผนธุรกิจของบริษัท ในช่วงปี 2564 นี้ จะเน้นดำเนินธุรกิจโรงงานไฟฟ้าพลังงานทางเลือก กระทั่งการบริหารจัดการขยะ และในอนาคตอีก 3 ปีข้างหน้าจะเริ่มมองหาการสัมปทานเหมือง เพื่อขายน้ำและไอน้ำ จะเป็นการลงทุนพร้อมกับการเจริญเติบโตของตลาด

“โดยพื้นฐานบริษัท IFEC เป็นบริษัทสาธารณูปโภคมาก่อน ซึ่งจะเป็นการขายไฟฟ้า ขายน้ำ หรือบริหารจัดการขยะ หรือการประหยัดพลังงาน ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง กระทั่งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าก็ต้องมอง และเราจะตัดสินทรัพย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภคออกไป ซึ่งเราต้องพยายามขายโรงแรมดาราเทวี เพราะดาราเทวีไม่ตรงกับหลักการธุรกิจของ IFEC มาตั้งแต่ต้นแล้ว” นายภูวดลกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...