โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปลี่ยนที่ดินปลูกยาง หันปลูกกัญชง STA เตรียมขอ อย. ลุยเฟสแรก 100–200 ไร่ กลางปีนี้

TODAY

อัพเดต 23 ก.พ. 2564 เวลา 12.01 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2564 เวลา 12.01 น. • workpointTODAY

บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี หรือ STA วางแผนรุกธุรกิจพืชกัญชง เตรียมขออนุญาตจาก อย. เพื่อเพาะปลูกเฟสแรกบนที่ดินเดิม 100 – 200 ไร่ ในพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน วางเป้าหมายเก็บเกี่ยวช่อดอกและเมล็ดพันธุ์จำหน่ายให้แก่โรงงานสกัดน้ำมัน ซีบีดี (CBD Oil) และหากมีผลลัพธ์ที่ดี เล็งขยายการลงทุนเฟสสอง อีก 1,000 – 2,000 ไร่

วันที่ 23 ก.พ.2564 นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติครบวงจรอันดับ 1 ของโลก เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ศึกษาโอกาสขยายการลงทุนใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจ โดยหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 เฉพาะกัญชง เพื่อผลักดันเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทย

ล่าสุด ‘ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี’ เตรียมรุกเข้าสู่ธุรกิจเพาะปลูกกัญชงที่เป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ  โดยเตรียมดำเนินการขอใบอนุญาตเพาะปลูกกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในเดือนมีนาคมนี้  เพื่อนำที่ดินบางส่วนจากปัจจุบันที่มีที่ดินเพื่อการเพาะปลูกยางพารากว่า 45,000 ไร่ทั่วประเทศ รองรับการเพาะปลูกกัญชง

สำหรับแผนงานเฟสแรกนั้น หลังจากได้รับใบอนุญาตจาก อย.แล้ว บริษัทฯ เตรียมนำที่ดินส่วนแรก 100 – 200 ไร่ ในจังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศเหมาะสมมาใช้เพาะปลูกกัญชง โดยในช่วงแรกจะนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากต่างประเทศ คาดว่าจะเริ่มลงมือเพาะปลูกได้ในช่วงกลางปีนี้ และใช้ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ก่อนจะดำเนินการเก็บเกี่ยวผลผลิต ได้แก่ ช่อดอกกัญชงและเมล็ดพันธุ์กัญชง เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นโรงงาน นำไปสกัดน้ำมันซีบีดี (CBD Oil) ซึ่งเป็นสารที่ไม่ออกฤทธิ์ต่อสมอง สำหรับนำไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บางประเภท เช่น เครื่องสำอาง เครื่องดื่ม เป็นต้น

วีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA

จากการศึกษาพบว่าช่อดอกกัญชงและเมล็ดพันธุ์กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจและเป็นที่ต้องการของตลาด โดยช่อดอกกัญชงและเมล็ดพันธุ์กัญชงสามารถนำไปสกัดเป็นน้ำมันซีบีดี อันเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งราคารับซื้อน้ำมันซีบีดี จากประมาณการณ์ของหลักทรัพย์กสิกรฯ ด้วยพื้นที่เพาะปลูก 1 ไร่ จะสามารถนำผลผลิตที่เป็นเมล็ดพันธุ์กัญชงและดอกกัญชงมาสกัดเป็นน้ำมัน CBD ได้ประมาณ 25 กิโลกรัม

ทั้งนี้ สำหรับการเพาะปลูกกัญชงในเชิงอุตสาหกรรมในปัจจุบัน เชื่อว่ายังมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ให้ความสนใจนำน้ำมันซีบีดีไปใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก บริษัทฯ จึงมองเป็นโอกาสดีในการรุกเข้าสู่ธุรกิจกัญชงอย่างจริงจัง

“เราวางแผนขยายธุรกิจกัญชงเป็น 2 เฟส ในเฟสแรกเป็นการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวช่อดอกและเมล็ดพันธุ์ เพื่อจำหน่ายให้แก่โรงงานที่รับซื้อเพื่อนำไปสกัดน้ำมันซีบีดี หากได้ผลลัพธ์ที่ดี ในเฟสที่สองก็มีแผนขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น โดยมีที่ดินเตรียมไว้รองรับการเพาะปลูกได้ 1,000 – 2,000 ไร่ จึงมีความได้เปรียบด้านต้นทุนที่ดิน นอกจากนั้น เรายังสนใจจะขยายการลงทุนสร้างห้องแล็บและโรงงานสกัดน้ำมันซีบีดี เพื่อขยายธุรกิจให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ (เพาะปลูก) และธุรกิจกลางน้ำ (สกัดน้ำมันซีบีดี) ต่อไป” นายวีรสิทธิ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...