โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

7 สโมสรฟุตบอลยุโรป รายได้หายกำไรหดมากที่สุดในวิกฤตโควิด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.พ. 2564 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2564 เวลา 10.19 น.

วงการฟุตบอลได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์โรคระบาด การที่ฟุตบอลต้องแข่งในสนามปิดไม่มีคนดู สโมสรไม่มีรายได้จากการขายตั๋วเข้าชมการแข่งขัน และการขายของในวันแข่งขัน เป็นภาพที่เห็นชัดที่สุดว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของบรรดาสโมสรฟุตบอลมากขนาดไหน

ก่อนจะมีโควิดวงการฟุตบอลก็มีปัญหาอยู่แล้วแต่เดิม คือมีรายจ่ายสูง ค่าเหนื่อยและค่าตัวนักเตะนั้นสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น ด้วยความที่เป็นอุตสาหกรรมที่มีสภาพคล่องต่ำอยู่แล้ว เมื่อโดนโควิดจู่โจมทำให้ต้องหยุดการแข่งขัน และกลับมาแข่งขันได้ก็เป็นการแข่งโดยไม่มีคนดู ทำให้สโมสรฟุตบอลทั่วโลกแทบกระอักเลือด

ในช่วงสัก 10 ปีก่อนหน้านี้ (ปี 2009-2018) สโมสรฟุตบอลชั้นนำในยุโรปมีรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 6.7% แต่ฤดูกาล 2019-2020 เกือบทุกสโมสรอยู่ในสถานการณ์ที่แย่เหมือน ๆ กัน

มีข้อมูลในรายงานของ KPMG ที่เปรียบเทียบงบการเงินของสโมสรฟุตบอลขนาดใหญ่ 20 สโมสรในยุโรป และศึกษาผลกระทบจากโควิดต่อวงการฟุตบอลยุโรป พบว่าสโมสรฟุตบอลขนาดใหญ่ 20 สโมสร (ยกเว้นลิเวอร์พูลที่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด) สูญเสียรายได้รวมกันมากถึง 1 พันล้านยูโร และขาดทุนรวม 1.1 พันล้านยูโร ซึ่งถดถอยลงอย่างน่ากลัวจากปีก่อนหน้านั้นที่มีกำไร 90.7 ล้านยูโร

ในบรรดาสโมสรฟุตบอลมากมายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เดียวกันมีอยู่ 7 สโมสรที่รายได้จากการดำเนินงาน (operating revenue) หดหายมากที่สุด ได้แก่

1.สโมสรปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส รายได้ลดลง 50.5% กำไรลดลง 125.5%

2.สโมสรโรมา ประเทศอิตาลี รายได้ลดลง 39.3% กำไรลดลง 179.7%

3.สโมสรเปเอสเฟ ไฮนด์โฮเฟิน ประเทศเนเธอร์แลนด์ รายได้ลดลง 26% กำไรลดลง 3.1%

4.สโมสรเบซิกตัส ประเทศตุรกี รายได้ลดลง 24.8% กำไรลดลง 23.3%

5.สโมสรเอซี มิลาน ประเทศอิตาลี รายได้ลดลง 23.8% กำไรลดลง 11.9%

6.สโมสรอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ รายได้ลดลง 18.6% กำไรลดลง 31.4%

7.สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเทศอังกฤษ รายได้ลดลง 18.5% กำไรลดลง 47.9%

ในภาพรวมโควิดทำให้สโมสรฟุตบอลเจอผลกระทบหลายด้าน ทั้งเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับสัญญานักเตะ การจำกัดการเดินทาง โปรแกรมการแข่งขันที่รวนหรือโดนยกเลิก ไปจนถึงค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด

สมาคมสโมสรฟุตบอลยุโรป (ECA) คาดการณ์ว่า wage-to-revenue ratio หรืออัตราส่วนค่าจ้างต่อรายได้จากการดำเนินงาน (ไม่รวมกำไรจากการขายผู้เล่น) ของสโมสรฟุตบอลในยุโรปอาจเพิ่มขึ้นจาก 59.6% ในฤดูกาล 2018/19 เป็น 70.1% ในฤดูกาล 2020/21 ซึ่งหากเป็นภาวะปกติที่ไม่มีโควิดคาดว่าจะอยู่ที่ 62.9%

ตัวเลขข้างบนนี้แสดงให้เห็นชัดว่าค่าจ้างนักเตะและพนักงานเป็นรายจ่ายหลักของสโมสร การต้องสูญเสียรายได้ขณะที่รายจ่ายไม่ได้ลดลง จึงทำให้สโมสรฟุตบอลเจ็บหนัก

หลาย ๆ สโมสรปรับลดค่าจ้างนักเตะและสตาฟลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับ อย่าง สโมสรเรอัล มาดริด ลดค่าจ้างนักเตะลงชั่วคราว 10% และอีกสโมสรที่ประสบความสำเร็จในการลดค่าจ้าง คือ บาเยิร์น มิวนิก ที่ลดลง 6% สโมสรฟุตบอลในลีกที่มีตังค์อย่างลีกอังกฤษก็มีการขอลดค่าจ้างนักฟุตบอล-พนักงาน และขอความช่วยเหลือจากมาตรการเยียวยาของรัฐบาลด้วย

กรณีของสโมสรปอร์โต้ที่รายได้ลดลงมากที่สุดถึง 50.5% นั้น สาเหตุหลัก ๆ มาจากผลงานในสนามที่ย่ำแย่ ตกรอบรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกไปตั้งแต่รอบคัดเลือก ทำให้พลาดรายได้จากการถ่ายทอดสดที่เคยได้ในปีก่อน ๆ ส่วนสโมสรดังจากเนเธอร์แลนด์ติดท็อป 7 สโมสรที่รายได้หดมากสุดถึง 2 สโมสร เนื่องจากลีกดัตช์เลือกตัดจบยกเลิกฤดูกาลแข่งขันไปตั้งแต่เดือนเมษายน

ถึงแม้จะเป็นทีมที่รายได้ลดลงมากที่สุด แต่ปอร์โต้ก็ไม่ใช่ทีมที่ขาดทุนมากที่สุด ส่วนทีมที่ขาดทุนมากที่สุด คือ เศรษฐีแห่งลีกฝรั่งเศส สโมสรปารีส แซงต์-แฌร์แม็ง ที่ขาดทุนมากถึง 125.8 ล้านยูโร

ในปีที่สาหัส เพื่อนร่วมอุตสาหกรรมรายได้หดหาย น่าทึ่งที่มีบางสโมสรทำรายได้ได้เพิ่มขึ้นจากฤดูกาลก่อนนั่นก็คือ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ จากเยอรมนี ที่ทำรายได้เพิ่มขึ้น 0.6% และ เซบีญา จากสเปน รายได้เพิ่มขึ้น 6.3% แต่ ดอร์ตมุนด์ก็ยังขาดทุน 44 ล้านยูโร ส่วนเซบีญามีกำไรนิดหน่อย 1.2 ล้านยูโร

อีกกรณีที่น่าสนใจก็คือ สโมสรที่แม้ว่ารายได้ลดลง แต่หักลบรายจ่ายแล้วก็ยังมีกำไรอยู่นั่นก็คือ บาเยิร์น มิวนิก แชมป์ลีกเยอรมันที่มีกำไร 5.9 ล้านยูโร และเรอัล มาดริด แชมป์ลีกสเปนที่มีกำไร 3 แสนยูโร ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการลดค่าใช้จ่ายในส่วนค่าจ้างนักเตะและบุคลากร ส่วนลิเวอร์พูล ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษยังไม่เปิดเผยรายจ่ายและผลกำไร

แน่นอนว่าในวิกฤตนี้สโมสรได้รับผลกระทบหนักกว่านักฟุตบอลหลายเท่า แต่โรคระบาดใหญ่ครั้งนี้ก็ส่งผลกระทบระยะยาวต่อค่าตัวนักเตะด้วย การประเมินมูลค่านักเตะโดย KPMG ระบุว่า มูลค่ารวมของนักเตะที่ค่าตัวสูงที่สุด 500 อันดับแรกลดลง 9.6% ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2020-มกราคม 2021 เนื่องจากสโมสรต่าง ๆ มีกำลังซื้อน้อยลง จึงจำเป็นต้องขายนักเตะในราคาที่ต่ำกว่าที่เคยตั้งไว้

ข้อมูลที่เรายกมานำเสนอ มาจากรายงานการศึกษางบการเงินของสโมสรใหญ่ ๆ เท่านั้น แต่บรรดาสโมสรเล็ก ๆ ที่ไม่อยู่ในการศึกษานี้อาจจะเดือดร้อนหนักกว่า เพราะว่ายิ่งสโมสรเล็กยิ่งพึ่งพารายได้จากวันแข่งขันเยอะ ไม่มีรายได้จากการขายสินค้า ค่าโฆษณา และรายได้เชิงพาณิชย์อื่น ๆ มากมายอย่างทีมใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...