โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่ไหวอย่าฝืน! เครื่องสำอางหมดอายุ ยิ่งฝืนใช้ยิ่งอันตรายต่อผิว

Dek-D.com

เผยแพร่ 01 มี.ค. 2564 เวลา 03.37 น. • DEK-D.com
เพื่อนๆ รู้ไหมว่าเครื่องสำอางพวกนี้มันมีวันหมดอายุด้วยนะไม่ใช่ซื้อครั้งเดียวแล้วจะสามารถใช้ไปได้ตลอดจนหมดและถึงแม้ว่าเราจะยังใช้ไม่หมดแต่เมื่อถึงเวลาหมดอายุก็ควรหยุดใช้ทันที ไม่อย่างงั้นอาจจะเป็นต้นเหตุของปัญหาผิวหน้าที่ตามมา

spoil

  • เครื่องสำอางที่ยังไม่ได้เปิดใช้และถูกปิดสนิท ส่วนใหญ่มีอายุ 2 - 3 ปี
  • สภาพอากาศมีส่วนทำให้เครื่องสำอางหมดอายุเร็วขึ้น
  • หากเครื่องสำอางเริ่มมีกลิ่นหรือเนื้อผิดปกติ ให้หยุดใช้ทันที

ทุกวันนี้แน่นอนว่าจะต้องมีเพื่อนๆ ที่ซื้อเครื่องสำอางมานานเกิน 3 ปีแต่ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเครื่องสำอางนั้นหมดอายุไปแล้ว และก็ยังใช้อยู่ไม่ยอมทิ้งสักที ไม่ว่าจะเป็น ลิปสติก, พาเลตอายเเชโดว์, พาเลตปัดแก้ม, มาสคาร่า หรือแม้แต่ครีมรองพื้น เพื่อนๆ รู้ไหมว่าเครื่องสำอางพวกนี้มีวันหมดอายุนะ ไม่ใช่ซื้อครั้งเดียวแล้วจะสามารถใช้ได้เรื่อยๆ จนกว่าจะหมด ดังนั้นถึงแม้เราจะยังใช้ไม่หมด แต่เมื่อถึงเวลาหมดอายุก็ควรหยุดใช้ทันทีไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นต้นเหตุก่อให้เกิดปัญหาบนผิวหน้าได้ค่ะ

รู้ไหม? เครื่องสำอางมีอายุใช้งานเท่าไหร่

จะมีเพื่อน ๆ สักกี่คนที่เคยพลิกดูวันหมดอายุของเครื่องสำอางที่ใช้อยู่ทุกวัน บางคนก็อาจลืมไปเลยด้วยซ้ำว่าซื้อมานานแค่ไหนแล้ว โดยทั่วไปหากเก็บไว้อย่างถูกต้องในที่แห้งและเย็น เครื่องสำอางที่ยังไม่ได้เปิดใช้ส่วนใหญ่จะมีอายุ 2 - 3 ปี แต่ว่าหากเราเปิดใช้งานแล้วก็จะขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา เพราะอากาศที่เข้าไปสัมผัสเครื่องสำอางต่างมีส่วนทำให้เครื่องสำอางหมดอายุเร็วกว่าวันที่บนฉลากได้ โดยส่วนใหญ่เครื่องสำอางจะมีอายุการใช้งานที่เหมาะสมตามนี้

  • ลิปสติก18-20 เดือน
  • ลิปกลอส12-18 เดือน
  • รองพื้น12-18 เดือน
  • มาสคาร่าและอายไลน์เนอร์ 3- 6 เดือน
  • เครื่องสำอางประเภทเนื้อครีม12-18 เดือน
  • เครื่องสำอางประเภทเนื้อแป้งหรือเนื้อฝุ่น 12-18 เดือน

จะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าเราใช้เครื่องสำอางหมดอายุ

เมื่อถึงเวลาที่เครื่องสำอางหมดอายุ สารกันบูดที่เคยมีก็หมดลงไปด้วย ทำให้สารเคมีที่เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางอาจมีีสภาพที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เครื่องสำอางเก่าหรือหมดอายุสามารถส่งผลให้เกิดปัญหาผิวหนังรุนแรงเช่น อาการผื่นแพ้ ระคายเคือง เป็นฝี และมีการติดเชื้ออื่นๆ ตามมา ที่สำคัญคือยิ่งใช้ไปนานๆ ผิวอาจบอบบางมากขึ้น จนทำให้กลายเป็นคนผิวแพ้ง่าย โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่ต้องใช้กับดวงตา เช่นมาสคาร่าและอายไลน์เนอร์ เป็นเครื่องสำอางที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ดวงตา ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด

จะรู้ได้อย่างไร? ว่าเครื่องสำอางหมดอายุเมื่อไหร่

บนเครื่องสำอางทุกชิ้นที่จำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะมีสัญลักษณ์บอกวันหมดอายุไว้อย่างทุกต้อง โดยจะเป็นตัวเลข 3M 6M 12M อยู่บนตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งหมายถึงเครื่องสำอางจะมีอายุตามจำนวนตัวเลขเดือนที่ระบุ เช่น 6M = 6 เดือนนับตั้งแต่วันเปิดใช้ครั้ง แรกแต่บางทีวันหมดอายุบนฉลากก็ไม่ได้เป๊ะเสมอไป เพราะถ้าหากเครื่องสำอางถูกใช้งานแล้ว อายุของมันจะขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและอากาศที่เข้าไปสัมผัสกับเครื่องสำอางเป็นหลัก ดังนั้นเราอาจจะต้องใช้วิธีสังเกตร่วมด้วย ว่าเครื่องสำอางที่ใช้เริ่มมีความผิดปกติหรือยัง หรือเนื้อสัมผัสมีความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และถ้าหากเริ่มมีกลิ่นแปลกๆ ที่ไม่เหมือนเดิมให้รีบทิ้งทันที

หมดอายุแล้วก็ควรตัดใจทิ้ง!

รู้ว่าอาจเป็นเรื่องยากสำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องตัดใจทิ้งเครื่องสำอางชิ้นโปรด แต่ลองคิดดูว่าหลังจากที่เครื่องสำอางเริ่มหมดอายุ มันก็จะกลายเป็นศัตรูผิวของเรา เราจึงควรรู้จักสังเกตและดูแลเครื่องสำอางให้ดี เพราะในแต่ละครั้งเราใช้เครื่องสำอางรวมกันหลายชิ้น หากบังเอิญมีเครื่องสำอางหมดอายุพร้อมกันหลายชนิดคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ดังนั้นหากเริ่มรู้ว่าเครื่องสำอางของเรามันแปลกไปหรือหมดอายุแล้ว ก็ควรตัดใจทิ้งไปซื้อใหม่ ดีกว่าปล่อยให้หน้าพังนะคะสาวๆ

สำหรับใครที่เริ่มสงสัยว่าเครื่องสำอางของเราหมดอายุแล้วหรือยัง ก็อย่าลืมรีบไปเช็กดูให้ดีๆ กันด้วยน้า ถ้าไม่อยากเอาหน้าสวยๆ ของเราไปเสี่ยง ก็ต้องตัดใจห้ามเสียดายเด็ดขาดเลย! เป็นยังกันบ้างคะเพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไรกับบทความนี้ อย่าลืมคอนเมนต์พูดคุยกันได้เช่นเคยเลย พี่เบเบสรออ่านอยู่เหมือนเดิมนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...