โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เฮอร์แปงไจน่า: ตุ่มแผลในปาก เริ่มระบาดในเด็กแล้ว

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2562 เวลา 09.30 น. • Motherhood.co.th Blog

เฮอร์แปงไจน่า: ตุ่มแผลในปาก เริ่มระบาดในเด็กแล้ว

เฮอร์แปงไจน่า อาจจะเป็นชื่อโรคที่ยังไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับคนไทยเท่าไหร่นัก แต่หากมันระบาดไปติดกับลูกน้อยแล้วละก็จะทำให้เด็กทรมานเป็นอันมาก คุณพ่อคุณแม่รีบทำความรู้จักกับโรคเฮอร์แปงไจน่าไว้ดีกว่านะคะ เพราะตอนนี้กำลังเริ่มระบาดในหมู่เด็กเล็กแล้ว

โรคเฮอร์แปงไจน่า มีสาเหตุจากอะไร?

โรคเฮอร์แปงไจน่า (Herpangina) หรือโรคตุ่มแผลในปากเด็ก จัดเป็นโรคในกลุ่มเดียวกับโรคมือเท้าปาก สามารถติดต่อจากเชื้อโรคกลุ่มเอนเตอโรไวรัส (Enterovirus) ที่แพร่กระจายตัวอยู่ในอากาศ ติดต่อได้จากการคลุกคลีกับเด็กที่ป่วย การไอ จาม โดยไม่ปิดปาก ทำให้เด็กที่ใกล้ชิดได้รับละอองน้ำลายหรือน้ำมูกไปด้วย เด็กในวัยที่เสี่ยงกับการรับเชื้ออยู่ในช่วงอายุ 3-10 ปี

เฮอร์แปงไจน่ามีอาการคล้ายโรคมือเท้าปาก ต่างกันตรงที่เฮอร์แปงไจน่าจะมีแค่แผลในปากอย่างเดียว

อาการของโรคเฮอร์แปงไจน่าเป็นอย่างไร?

อาการเบื้องต้นของโรคจะดูคล้ายกับโรคมือเท้าปาก คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการของลูกได้ ดังนี้

  • เริ่มเจ็บบริเวณเพดานปากและคอก่อน จากนั้นจะเกิดแผลคล้ายร้อนในบริเวณเพดานปาก ลิ้นไก่ และด้านหลังของคอหอย
  • ภายใน 24 ชั่วโมงแผลจะเริ่มเป็นตุ่มแดง และกลายเป็นตุ่มน้ำในที่สุด มีการอักเสบรอบๆแผลด้วย
  • ไม่มีผื่นสีแดงหรือตุ่มที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า
  • มีอาการไข้สูงเฉียบพลัน สามารถสูงได้ถึง 41 องศาเซลเซียส แต่ลดลงได้ภายใน 2-4 วัน
  • แผลในปากจะยังอยู่ไปอีก 1 สัปดาห์โดยประมาณ
เด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้อาจมีไข้สูงถึง 41 องศาเซลเซียสได้

วิธีรักษาโรคเฮอร์แปงไจน่า

ถึงแม้โรคเฮอร์แปงไจน่าจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ยังไม่มียาตัวไหนที่สามารถกำจัดไวรัสกลุ่มนี้ได้โดยตรง วิธีรักษาจึงทำได้แค่ดูแลไปตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ แก้ปวด ใช้ยาชาแบบหยดภายในปากเพื่อลดอาการเจ็บแผล เด็กจะค่อยๆฟื้นตัวได้เองหลังจากไข้ลด

สำหรับเด็กโตอาจจะใช้ยาชากลั้วปากได้ แต่กับผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็ก อาจจะให้ดื่มน้ำเย็น นมเย็น เนื่องจากเด็กจะกินอาหารได้ไม่มากเพราะเจ็บแผลในปาก อาจจะทำให้มีอาการขาดอาหารได้ การดื่มนมแช่เย็นหรืออาหารอื่นที่สามารถแช่และรับประทานแบบเย็นได้ก็จะช่วยในส่วนนี้ ความเย็นจะช่วยให้ชาในปาก ไม่เจ็บแผลตอนกลืนอาหาร หากต้องการรับประทานอาหารชนิดอื่นต้องเลือกที่รสไม่จัด ย่อยง่าย ไม่มีรสเปรี้ยว เพราะกรดในอาหารเหล่านั้นจะกัดแผลได้ ทำให้แสบมากขึ้น

หากยังมีอาการไข้สูง รับประทานอาหารไม่ได้ และเกิดอาการขาดน้ำ ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาโดยด่วน

แผลในปากจะทำให้เด็กไม่อยากอาหาร ให้เขากินของเย็นๆจะช่วยได้

จะป้องกันลูกจากโรคเฮอร์แปงไจน่าได้อย่างไร?

เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนที่ป้องกันโรคเฮอร์แปงไจน่า วิธีป้องกันลูกน้อยของคุณไม่ให้ติดโรคจึงทำได้ ดังนี้

  • ไม่ควรให้ลูกอยู่ใกล้เด็กอื่นที่เป็นโรคนี้ หรือไปอยู่ในที่แออัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หากในห้องเรียนมีเด็กป่วยโรคนี้ถึง 2 คน ควรให้มีการหยุดเรียน
  • ไม่ใช้ข้าวของของเด็กแต่ละคนปะปนกัน และควรทำความสะอาดของใช้ทุกอย่างด้วยน้ำยาทำความสะอาดเป็นอย่างดี
  • คุณพ่อคุณแม่ พี่เลี้ยง หรือผู้ที่เลี้ยงดูเด็กเป็นประจำ จะต้องล้างมือให้สะอาดหลังขับถ่าย ก่อนปรุงอาหารให้เด็ก ก่อนและหลังรับประทานอาหารของตัวเอง และช่วยเด็กรับประทานอาหาร
  • ตัวเด็กเองก็ต้องล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ เมื่อออกไปในที่ที่ล้างมือไม่สะดวกก็ควรให้เด็กใช้เจลทำความสะอาดหรือสเปรย์ทำความสะอาดให้เป็นนิสัย รวมทั้งรักษาสุขภาพโดยรวมให้ดี จะได้มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

ถึงแม้โรคเฮอร์แปงไจน่าจะไม่ส่งผลอังตรายถึงชีวิต แต่หากเด็กมีอาการหนักกว่าปกติ ก็จะทำให้แพทย์รักษาได้ยากขึ้น ใช้เวลาฟิ้นตัวจากโรคนาน จึงอาจส่งผลกระทบต่อการเรียนได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรป้องกันแต่เนิ่นๆ โดยเน้นการดูแลสุขอนามัยของลูกอย่างเคร่งครัด

 

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...