ปิดคดี! ปล้นรถขนเงิน ชิง 8.4 ล้าน อรินทราชล้อมจับ'ตั้ม รูปหล่อ' ตัวการวางแผนและยิงเปิดทางหนี
หนี 4 ปีก็ไม่รอด!
วันนี้ (29 มิ.ย.62) พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.น.7 และ พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยอรินราช 26 ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.7 และสน.บางขุนนนท์ เข้าจับกุมตัว นายศาสตรา สุขสม หรือ “ตั้ม รูปหล่อ” อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหา ปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืนยิงฯ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยตำรวจจับกุมได้ในบ้าน ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
การจับกุมนายตั้ม ในครั้งนี้ สืบเนื่อง เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.58 นายตั้ม ได้ร่วมกันกับพวก ก่อเหตุปล้นพนักงานรถขนเงินของ บจก.โพรเกรสกันภัย ที่กำลังขนถ่ายเงินจากธนาคารกสิกรไทย ภายในห้างสรรพสินค้า ย่านพระราม 1 ได้เงินสดไปทั้งสิ้น 8.4 ล้านบาท โดยระหว่างหลบหนี กลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ยิงเปิดทางข่มขู่ พนักงานรถขนเงินด้วย 2 นัด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น.ได้สืบสวนแกะรอยตามล่าจับกุมตัวคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุไว้ได้ 3 คน ประกอบด้วย นายทวีวงศ์ หรือ ตูน หอมเนียน อายุ 31 ปี นายมารุต หรือ เบส แก่นคำหล่อ อายุ 29 ปี และนางอารยา ผลารักษ์ อายุ 31 ปี ยังคงเหลือนายตั้ม ผู้ต้องหา รายสุดท้ายที่ยังหลบหนี
โดยสายข่าวในขณะนั้น ทราบว่า หลังจากที่มีการปล้นเงินไปแล้ว นาตั้มได้หลบหนีออกนอกประเทศไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น
ต่อมาช่วงเย็นวานนี้ 28 มิ.ย. 62 ตำรวจสืบทราบว่า หลังนายตั้ม เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น ได้แฝงตัวเข้ามากบดานในพื้นที่อย่างเงียบๆ ที่บ้านหลังดังกล่าวเพียงลำพัง จึงนำกำลังพร้อมหมายค้นเข้าขอตรวจค้นบ้านพัก แต่นายตั้ม ไหวตัวทันไม่ยอมมอบตัวกับตำรวจ ทั้งยังมีพฤติการณ์ขังตัวเองอยู่แต่ในบ้านพร้อมกับอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก จนเหตุการณ์เริ่มตึงเครียดทางชุดจับกุมจึงประสานไปยังหน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 เข้าทำการล้อมบ้านเอาไว้ และประสานแม่นายตั้ม รวมถึงอดีตแฟนสาว เดินทางเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม ทั้งคืนจนเกือบรุ่งเช้า กว่านายตั้มจะยอมวางอาวุธปืนลูกซองและให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวแต่โดยดี
จากการสอบสวน เบื้องต้นนายตั้ม ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันมีหลักฐานสามารถดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน เนื่องจากผู้ต้องหาร่วมแก๊งที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ต่างซัดทอดว่านายตั้ม เป็นผู้วางแผนก่อนลงมือ และก่อนหลบหนียังเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงเปิดทาง 2 นัดด้วยตนเอง นอกจากนั้นเมื่อสืบค้นข้อมูลหมายจับค้างเก่าพบว่า นายตั้ม ยังเคยต้องคดีร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นในท้องที่ สน.บุปผาราม อีกด้วย
เนื่องจากนายตั้ม เป็นคนหน้าตาดี ช่วงนั้นจึงมีหญิงสาวมาติดพันหลายคน กระทั่งเจ้าตัวไปจีบสาวในเฟซบุ๊กทำให้สามีหญิงรายหนึ่งไม่พอใจนัดเคลียร์กันที่ปากซอยประชาธิปก 2 กลางดึกวันที่ 10 เม.ย.54 นายตั้ม ได้ใช้ปืนยิงคู่อริทำให้ชายคนหนึ่งอาชีพขี่รถ จยย.วินรับจ้างอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ โดนลูกหลงถูกยิงโดนที่อัณฑะจนอวัยวะเพศใช้การไม่ได้ และถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.56 ก่อนร่วมกับพวกก่อเหตุปล้นรถขนเงินในอีก 1 ปีถัดมา