โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่หวั่นน้ำตาลตลาดโลกขาลง "มิตรผล-ไทยรุ่งเรือง" ผุด 2 โรงงานใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 23 พ.ค. 2562 เวลา 02.18 น.

สอน.ไฟเขียว มิตรผล-ไทยรุ่งเรืองผุด 2 โรงงานน้ำตาลแห่งใหม่ เตรียมออกใบรับรองตั้งโรงงานให้ GGC-KTIS ตั้งนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ไม่หวั่นตลาดโลกซบหลังผลิตอ้อยทะลัก ดัน “สต๊อกค้าง” 178 ล้านตัน ทุบราคาโลกดิ่งเหลือ 11 เซนต์/ปอนด์

นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการสำนักงานอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเอกชน 2 รายยื่นขออนุญาตเปิดโรงงานน้ำตาลใหม่ 2 แห่ง คือ บริษัท มิตรผล จำกัด ผู้ผลิตน้ำตาลมิตรผล เปิดที่ จ.อำนาจเจริญ และบริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตน้ำตาลลิน ตั้งที่ จ.สกลนคร ภายในปี 2562 ส่งผลให้ไทยมีโรงงานน้ำตาลเพิ่มขึ้นจาก 54 เป็น 56 โรง

นอกจากนี้ยังเตรียมออกใบรับรองตั้งโรงงานให้กับโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ของบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ในเครือ ปตท. และบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS ที่พร้อมลงทุน 7,500 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงหีบอ้อย กำลังการผลิต 24,000 ตัน/วัน และสร้างโรงผลิตเอทานอล กำลังการผลิต 600,000 ลิตร/วัน หรือประมาณ 186 ล้านลิตร/ปี และโรงผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ กำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้า 85 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตาม มีโรงงานที่ใบอนุญาตก่อสร้างโรงงาน (รง.4) กำลังจะหมดอายุ และไม่สามารถตั้งโรงงานน้ำตาลได้ทันตามกำหนดเงื่อนไขประกอบกิจการภายในปี 2563 จำนวน 2 โรง ที่นครสวรรค์ และพะเยาหรือเชียงราย เนื่องจากพิจารณาสถานการณ์ตลาดแล้วยังไม่คุ้มค่าการลงทุน ซึ่งหากจะตั้งโรงงานใหม่หลังจากนี้ต้องขออนุญาตใหม่อีกครั้ง

ส่วนกรณีการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย…(ฉบับใหม่) ล่าช้า ไม่ส่งผลกระทบต่อการตั้งโรงงานเอทานอล และสินค้าอื่น ๆ ที่ได้จากอ้อย เนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศภายใต้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เรื่องการให้ตั้งโรงงานที่ใช้อ้อยเป็นวัตถุดิบ (ที่ไม่ใช่โรงงานน้ำตาล) ในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (ฉบับที่…) พ.ศ.

…ระยะห่างภายใน 50 กม.ของโรงงานเดิมได้ มีเพียงเงื่อนไขเดียว คือ ต้องได้รับการอนุมัติจากโรงงานน้ำตาลเดิมเท่านั้น ซึ่งการยินยอมนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการอนุญาตตั้งโรงงาน ภายใต้แผนส่งเสริมอุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioecono-my)

นางวรวรรณกล่าวถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมน้ำตาลว่า ขณะนี้น่ากังวล เนื่องจากราคาอยู่จุดต่ำสุดร่วงมาอยู่ที่ 11 เซนต์/ปอนด์ และมีแนวโน้มอาจลดลงอีก เนื่องจากปีที่แล้วอากาศไม่ได้แล้งทำให้ปริมาณผลผลิตที่แท้จริงของอินเดียและไทยสูงเกินกว่าคาดการณ์ โดยไทยหีบอ้อย 130 ล้านตัน บวกค่าความหวานที่สูง และโรงงานพัฒนาประสิทธิภาพทำให้ได้น้ำตาลกว่า 14 ล้านตัน ส่งออก 12 ล้านตัน บริโภค 2.6 ล้านตัน เหลือสต๊อก

“ด้วยราคาน้ำตาลที่ลดต่ำทำให้ไม่มีใครอยากขายน้ำตาลขาดทุน ส่งผลให้เหลือสต๊อกคงค้างในโกดังล้น ขณะนี้มีการเซ็นเพิ่มจำนวนโกดังเช่ามากขึ้น จึงต้องมาขายด้วยราคาพรีเมี่ยม เช่นเดียวกับอินเดียที่น้ำตาลค้างสต๊อกเมื่อปีที่แล้วถึง 3 ล้านตันยังไม่มีการขาย และปีนี้ผลิตเพิ่มอีก คาดว่าจะเกินอีก 3 ล้านตัน ทั่วโลกจึงโทษว่าเป็นเพราะไทยและอินเดียกดราคาตลาดตก”

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าฤดูการผลิต 2562/2563 จะมีการลดกำลังการผลิต เพื่อระบายสต๊อกที่ค้างอยู่ออกให้หมด ด้วยภาวะภัยแล้งของปีนี้ บวกกับราคาพืชชนิดอื่นที่สูงกว่าอ้อยราคาตกต่ำมา 3-4 ปี นับจากตั้งแต่ไร่ละ 1,000 บาท เหลือ 800 จนในปีนี้อาจไม่ถึง 700 บาท ส่งผลให้เกษตกรอาจปรับไปปลูกมันสำปะหลังแทน

“โดยในวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ประชุมกับคณะกรรมการนโยบายขาย เพื่อประมูลน้ำตาลพรีเมี่ยมไว้ก่อนรอบของเดือน พ.ค.และ ก.ค.ที่เหลืออยู่ โดยมีเป้าจะต้องทำราคาได้เท่ากับราคาคำนวณขั้นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยจีน และอินโดนีเซียยังขาดน้ำตาล บวกกับไทยลดการผลิตจะทำให้ตลาดกลับมาสมดุลปี 2563 นอกจากนี้ ยังมีตัวแปรเรื่องราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่กำลังปรับสูงขึ้น ทางบราซิลยังต้องการนำอ้อยไปทำเอทานอลสูงถึง 55% แทนน้ำตาล ณ เวลานั้นจะกลับไปอยู่ที่ 15 เซนต์/ปอนด์ เป็นราคาที่อยู่ได้ของผู้ผลิตทั่วโลก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...