โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รองขาโต๊ะ เพจรีวิวหนังสือที่คะแนน -10/5 แปลว่าน่าอ่าน แต่ 5/5 คือเอาไปรองขาโต๊ะเถอะ

a day magazine

อัพเดต 27 พ.ค. 2564 เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 12.22 น. • ฉัตรชนก ชัยวงค์

เคยคาดหวังว่าหนังสือเล่มที่เพิ่งซื้อมาจากร้านหรืองานหนังสือต้องสนุกและให้ความรู้เต็มเปี่ยมแต่เมื่อได้อ่านจริงๆ กลับไม่เป็นอย่างที่คิดไหม เพราะเหตุผลแบบนั้นแหละ ‘รองขาโต๊ะ’ เพจรีวิวหนังสือของ อัฑฒ์–ปฐม ภู่ระหงษ์ จึงเกิดขึ้น จากครั้งแรกที่คิดว่าหนังสือเล่มที่ซื้อมานั้นต้องให้ความรู้เรื่อง data analysis อย่างลงลึกมากๆ เขากลับพบว่าหนังสือเล่มนั้นให้เพียงความรู้พื้นฐานที่หาอ่านได้ทั่วไปในอินเทอร์เน็ต ไม่คุ้มเสียกับเงินเดือนที่มีไม่มากของเขา

ความอึดอัดคับแค้นต่อหนังสือเล่มที่ว่าจึงทำให้เขาก่นด่าลงเฟซบุ๊กส่วนตัว 3 วัน 7 วัน จนเกิดไอเดียว่าถ้าจะบ่นขนาดนี้ไปเปิดเพจเลยจะดีกว่าไหม จากความคิดวันนั้น เพียงเปิดเพจได้แค่ 4 วันยอดผู้ติดตามก็ขึ้นแตะเลข 9,000 และภายใน 1 ปีก็เกิน 40,000 คนไปแล้ว 

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้คนติดตามเพจมากขนาดนั้นอาจเพราะแทนที่นักรีวิวหนังสือคนนี้จะให้คะแนน 0/5 เมื่อเกลียดหนังสือเข้าไส้ อัฑฒ์เลือกให้คะแนน 5/5 สำหรับความน่า ‘รองขาโต๊ะ’ ซึ่งไม่เคยมีเพจรีวิวหนังสือเพจไหนเคยทำ เสมือนหนอนนักอ่านทุกเพศทุกวัยได้เพื่อนสนิทที่คอยบอกว่าควรซื้อ (หรืออย่าไปซื้อ) หนังสือเล่มนี้แบบตรงๆ

ฤกษ์งามยามดี หลังอัฑฒ์รีวิวหนังสือมาหลายสิบเล่ม เราจึงขอรีวิวเพจรองขาโต๊ะของเขากันบ้าง

ชื่อเพจ :

รองขาโต๊ะ

ชื่อแอดมิน :

อัฑฒ์-ปฐม ภู่ระหงษ์

ประเภท :

เพจรีวิวหนังสือ

เรื่องย่อ :

รองขาโต๊ะคือเพจรีวิวหนังสือที่มีแบบฉบับการรีวิวคล้ายเพจรีวิวทั่วไป ตั้งแต่ความน่าสนใจของหนังสือ เนื้อเรื่องฉบับรวบรัด และความเห็นหลังการอ่าน แต่สิ่งที่ทำให้รองขาโต๊ะแตกต่างคือการให้คะแนนหนังสือตามความน่ารองขาโต๊ะซึ่งเป็นกิมมิกที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด และชวนติดตามจนทำให้ใครหลายคนอยากกลับมาอ่านหนังสืออีกครั้ง

นอกจากการรีวิวหนังสือ รองขาโต๊ะยังพูดถึงประเด็นการเมืองและสังคมทั้งที่มีและไม่มีสาระสลับไปมา เพื่อคงความสนุกน่าติดตามและเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องตะบี้ตะบันอ่านหนังสือมากไปด้วย แถมยังเพิ่มโอกาสการเปิดบทสนทนาร่วมกับผู้ติดตามอีกต่างหาก

ความเห็นหลังอ่าน :

หลายคนบอกว่าการรีวิวหนังสือนั้นง่ายแสนง่ายเพียงแค่อ่านแล้วสรุปมาเล่าให้ฟัง แต่เพราะอัฑฒ์อยากให้คนอ่านได้อะไรจากการรีวิวของเขาจริงๆ การรีวิวแต่ละครั้งจึงต้องอาศัยเวลาในการคิดวิเคราะห์พอสมควร หากมองในแง่รายได้ที่เป็นศูนย์จากการทำรีวิวก็อาจไม่คุ้มเสียกับแรงและเวลาที่ลงไป แต่เพราะเชื่อในพลังของหนังสือ อัฑฒ์จึงอยากรีวิวหนังสือให้ผู้ติดตามทุกคน เผื่อว่าหนังสือที่เขารีวิวจะจุดประกายให้คนอื่นบ้าง

“ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนไม่อ่านหนังสือเลย ตอนเพิ่งจบมัธยมผมเป็นเด็กเกเรที่ไปพัวพันกับการติดยาและทำอะไรที่ไร้สาระมากๆ จนช่วงหนึ่งก็คิดว่าผมจะเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ เหรอ แล้วอยู่ๆ ก็หยิบหนังสือมาอ่าน

“ตอนแรกอ่าน เพชรพระอุมา วันละ 2 เล่มเพราะมันสนุกมากๆ หลังจากนั้นเลยได้อ่านหนังสือมาเรื่อยๆ จนช่วงม็อบ กปปส.ผมก็สงสัยว่าทำไมการเมืองไทยเป็นอย่างนี้เลยตามหาหนังสือการเมือง ประวัติศาสตร์ ปรัชญาต่างๆ มาอ่านจนเข้าใจเรื่องสิทธิเสรีภาพมากขึ้น และทำให้ผมเป็นคนที่ดีขึ้นจากแต่ก่อนที่เดินไปไหนคนก็รังเกียจ

“เพราะอย่างนี้ผมเลยอยากผลักดันให้คนได้หาความรู้เพิ่มเติมเรื่อยๆ บางคนอาจเป็นการฟังพ็อดแคสต์ บางคนอาจดูยูทูบ แต่สำหรับผมและอีกหลายคนมันคือการอ่านหนังสือ”

ถ้าดูเพียงองค์ประกอบการรีวิวอย่างคร่าวๆ รองขาโต๊ะอาจเหมือนเพจรีวิวหนังสือทั่วไป แต่ถ้ามองลึกลงไปถึงแนวคิดเบื้องหลังการทำเพจ เราจะพบเหตุผลที่ทำให้คนติดตามเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

รีวิวหนังสือที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง

หนังสือที่รองขาโต๊ะมักหยิบมารีวิวแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 

หนึ่ง–คือหนังสือการเมือง สังคม และปรัชญาที่อัฑฒ์สนใจแต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง เพราะอาจเข้าใจยากหรือกระทบต่อความปลอดภัยของแต่ละคน เขาจึงอุดช่องโหว่ด้วยการย่อยหนังสือเหล่านี้ให้เข้าใจง่ายจนได้ยอดแชร์และยอดไลก์จำนวนมาก 

ตัวอย่างหนึ่งคือหนังสือ ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี ของณัฐพล ใจจริง ที่มีคนพูดถึงอยู่บ้างแต่ไม่เคยมีใครรีวิวอย่างละเอียด เขาก็นำหนังสือเล่มนั้นมารีวิวโดยไม่เพียงเล่าเรื่องย่อแต่จับประเด็นสำคัญที่เห็นว่าควรค่าแก่การอ่านมาเล่าให้ฟัง เช่น การเข้ามามีบทบาทของสหรัฐอเมริกาและการแย่งชิงอำนาจของกลุ่มต่างๆ ซึ่งทำให้หนังสือเล่มที่หลายคนอาจมองว่าหนาเกินจะอ่านน่าสนใจขึ้น จนโพสต์นั้นได้ยอดแชร์กว่า 766 แชร์และยอดไลก์กว่า 2,100 ไลก์ 

“ที่คนสนใจเพจรองขาโต๊ะอาจเพราะหนังสือส่วนใหญ่ที่รีวิวค่อนข้างสวนทางกับเพจอื่น คือพวกหนังสือการเมือง ปรัชญา และสังคมที่คนอื่นอาจจะรู้สึกไม่กล้าพูดเพราะดูไม่ค่อยปลอดภัยกับชีวิตเขาเท่าไหร่ พอผมโพสต์สิ่งนี้ลงไปมันก็ทำให้คอนเทนต์ผมต่างจากเพจอื่นแล้ว อีกอย่างคือคนอยากพูดถึงเรื่องเหล่านี้กันแต่ไม่กล้าพูดเอง เขาก็แชร์เพื่อให้โพสต์ผมบอกแทน”

ส่วนหนังสืออีกประเภทที่เขาจะอ่านคือหนังสือฮาวทูหรือไลฟ์โค้ชซึ่งส่วนตัวเขาไม่ชอบเอามากๆ แต่กลับได้ยอดไลก์ถล่มทลายกว่า อัฑฒ์จึงบาลานซ์คอนเทนต์หนังสือ 2 ประเภทนี้เพื่อให้เพจดำเนินต่อไปได้

“เมื่อก่อนผมไม่อ่านพวกฮาวทูเลย แต่คนก็อยากให้อ่านและรอรีวิวเพราะเขาคาดหวังให้ผมด่าหนังสือ แต่กลายเป็นว่าหนังสือบางเล่มของหมวดนี้มันก็มีประโยชน์จริงๆ ส่วนบางเล่มก็ยังไม่ชอบเหมือนเดิม (หัวเราะ) แต่ก็ต้องพยายามหามาผสมกับหนังสือที่ผมสนใจด้วย”

รีวิวหนังสืออย่างละเอียดและรีวิวให้เห็นข้อเสียบ้าง

รองขาโต๊ะไม่เพียงรีวิวว่าหนังสือเล่มหนึ่งมีข้อดียังไง แต่ยังพูดถึงข้อเสียของหนังสือตรงๆ พร้อมเหตุผล เพราะอัฑฒ์คิดว่าการบอกข้อเสียจะช่วยประกอบการตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มหนึ่งๆ ของผู้อ่านได้ดี 

ส่วนเหตุผลที่ชอบหรือไม่ชอบนั้นช่วยให้เพจน่าเชื่อถือ ไม่ดูหลักลอย ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ติดตามที่ต้องการเลือกซื้อหนังสือเล่มหนึ่งจริงๆ อีกทั้งยังทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหมู่หนอนหนังสือในเพจด้วย

“คนอาจคาดหวังให้ผมด่าหนังสือเยอะๆ รีวิวหนังสือที่ดูไม่ค่อยมีประโยชน์ เพราะเขามองว่าผมด่าอร่อยกว่าคนอื่น แต่พอทำเพจไปเรื่อยๆ และได้รู้ข้อจำกัดของคนที่ติดตามเพจบางคน เช่น ลูกเพจหลายคนอินบอกซ์มาบอกผมว่าช่วยซื้อหนังสือเล่มนี้ๆ มารีวิวให้หน่อยได้ไหม เพราะเขาไม่มีรายได้เพียงพอที่จะซื้อทุกเล่มมาอ่าน ผมเลยอยากรีวิวหนังสือให้ดีขึ้นกว่าการมานั่งด่าเฉยๆ แล้วก่อนหน้านี้ก็คิดอยากทำห้องสมุดฟรีเพื่อให้คนที่ไม่มีรายได้มากนักได้มาอ่าน แต่เพราะเพจยังไม่มีรายได้เลยต้องพับโครงการไปก่อน (หัวเราะ)”

รีวิวด้วยภาษาเป็นกันเองและแทรกมุกกวนประสาท

จุดเด่นที่เห็นได้ชัดอีกอย่างของเพจคือการใช้ภาษาเป็นกันเองสุดๆ อย่างการใช้คำหยาบคาย มุกตลก หรือการใส่อารมณ์ของอัฑฒ์ลงไปในการบรรยายถึงหนังสือ เพราะนี่คือตัวตนที่แท้จริงของเขาและลูกเพจที่ติดตามส่วนใหญ่

“สิ่งสำคัญคือผมมองว่าการใช้คำเหล่านี้หรือเล่าให้มันตลกๆ ไปเลยทำให้หนังสือไม่ใช่สิ่งที่เข้าถึงยาก ไม่ใช่สิ่งที่คนฉลาดหรือมีเงินเท่านั้นที่จะมาอ่านหนังสือที่มีประโยชน์ได้ มันทำให้คนเห็นว่าคนห่ามๆ อย่างผมยังสนุกกับการอ่านหนังสือเหล่านี้ได้ พวกเขาก็น่าจะสนุกกับมันได้หมือนกัน”

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาใช้ภาษาระดับนี้ผสมด้วยอารมณ์ส่วนตัวเพื่อทำให้การรีวิวมีรสชาติและความเป็นมนุษย์ ซึ่งจับใจและเข้าถึงผู้อ่านได้ง่ายกว่าการใช้คำสุภาพเนิบๆ ทั่วไป

รีวิวหนังสือด้วยการให้คะแนนตามความน่ารองขาโต๊ะ

แน่นอนว่าเอกลักษณ์หลักที่ทำให้รองขาโต๊ะแตกต่างจากเพจอื่นคือการให้คะแนนหนังสือด้วย ‘ความน่ารองขาโต๊ะ’ ซึ่งได้ไอเดียมาจากรุ่นพี่ของอัฑฒ์ที่แนะนำให้เอาหนังสือที่เขาก่นด่าไป ‘รองขาตู้’ แต่เพราะจำผิดเป็น ‘รองขาโต๊ะ’ เขาจึงนำไปตั้งเป็นชื่อเพจ และปิ๊งไอเดียว่าถ้าให้คะแนนตามความน่ารองขาโต๊ะก็น่าจะเข้าท่า

“ผมไม่มีมาตรฐานการให้คะแนนมากนักและจริงๆ ก็ไม่ได้ชอบการให้คะแนนเท่าไหร่ ไม่ว่าจะหนังสือ หนัง หรือเพลง เพราะคิดว่าการใส่คะแนนเข้าไปจะทำให้คนบางกลุ่มติดภาพจำว่าหนังสือเรื่องนี้มันห่วยหรือดีมากทั้งที่มันก็ขึ้นอยู่กับความชอบและรสนิยมของแต่ละคน

“แต่ด้วยครั้งแรกที่เปิดเพจผมให้คะแนนจนเป็นสิ่งสำคัญของเพจไปแล้วจึงต้องให้คะแนนมาเรื่อยๆ ที่สำคัญคือการคอยย้ำว่าความชอบของผมอาจแตกต่างจากคนอื่นได้ คนติดตามไม่ควรเอาคะแนนของผมไปกำหนดความอยากอ่านของเขาเอง”

อัฑฒ์จะให้คะแนนติดลบกับหนังสือที่อ่านแล้วสนุกหรือนำเสนอข้อคิดใหม่ๆ ให้สังคม แต่จะให้คะแนนบวกกับหนังสือที่เขาคาดหวังว่าควรให้ข้อมูลเชิงลึกกว่านี้แต่กลับให้ข้อมูลพื้นฐานที่หาอ่านตามอินเทอร์เน็ตก็ได้ หรือเป็นหนังสือที่เอาทฤษฎีมายึดโยงให้ดูน่าเชื่อถือแต่ไม่เกี่ยวกัน

ดังนั้นถ้าเล่มไหนที่ชอบหรือไม่ชอบมากๆ เขาก็ใส่คะแนนเว่อร์ๆ เช่น -10/5 หรือ 999,999/5 ไปเลย เพราะนอกจากจะเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ตัวเลขนี้ยังดึงยอดไลก์ยอดแชร์ได้ดีแท้เพราะดูตลกและน่าสนใจ

ความน่ารองขาโต๊ะ :

_/5 (ลองให้คะแนนกันเอง)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...