โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดล่างอสังหาฯตะวันออกวูบ โรงงานลดโอที-ตกงาน แบงก์รีเจ็กต์เพียบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2563 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 10.40 น.

EEC ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญ มีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมากประกอบไปด้วยจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา มีโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และเมื่อเร็ว ๆ นี้ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. (REIC) ได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อ“วิเคราะห์ตลาดที่อยู่อาศัยภาคตะวันออก 3 จังหวัด EEC” โดยมี ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พร้อมตัวแทนผู้คร่ำหวอดอยู่ในพื้นที่จาก 3 จังหวัดมาฉายภาพรวมของโครงการที่เกิดขึ้นในปี 2562 และทิศทางที่จะเกิดขึ้นในปี 2563

“ดร.วิชัย” ให้ข้อมูลว่า ณ สิ้นปี 2562 ใน EEC มีโครงการที่อยู่อาศัยเสนอขายจำนวนทั้งสิ้น 78,780 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 22 ของจำนวนที่อยู่อาศัยใน 26 จังหวัดหลักรวม 355,145 หน่วย และมีหน่วยเหลือขายรวมบ้านจัดสรรและคอนโดฯ 68,093 หน่วย ประเมินว่าในปี 2563 ตลาดที่อยู่อาศัยแทบทุกจังหวัดอาจจะชะลอตัวเพราะพิษโควิด

ตลาดล่าง “ชลบุรี” กระทบแรง

“มีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ” นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ชลบุรีบอกว่า ปัจจุบันภาพรวมอสังหาฯในจังหวัดชลบุรีปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การขายในแต่ละโครงการต้องมีโปรโมชั่นลด แลก แจก แถมมากกว่าเดิมเพราะทิศทางในอนาคตยอดขายจะหายไปกว่าครึ่งจากที่มีอยู่ทั้งหมด ตัวเลขดูดซับน่าจะต่ำอยู่ที่ 1-2% ทั้งที่ไม่ควรต่ำกว่า 3% กลุ่มผู้ซื้อที่น่าจับตามองและอาจจะเกิดความเสี่ยงในอนาคตคือกลุ่มที่มาจากนิคมอุตสาหกรรมที่ซื้อบ้านในราคา 2 ล้านบาทต้น ๆ

“ยอดขายลดลงมากเนื่องจากลูกค้าที่ทำงานในโรงงานภายในนิคมอุตสาหกรรมรายได้ลด พนักงานไม่มีโอทีเพราะการส่งออกน้อยลง และการกู้ซื้อบ้านพนักงานโรงงานต้องใช้ชื่อกู้ร่วม เมื่อรายได้หายไปตลาดระดับนี้จึงเริ่มมีปัญหารุนแรง เป็นจุดที่ต้องจับตามอง ซึ่งผู้ประกอบการต้องเตรียมตัวรับมือ เพราะภาพในเดือนมีนาคม 2563 มีผลกระทบอย่างรุนแรง ยอดขายหายไปมากถึง 30% แต่กลุ่มถัดมาที่น่าสนใจซึ่งยอดขายไม่ลดลงเลยคือ กลุ่มลูกค้าที่ซื้อบ้านในราคา 3-5 ล้านบาท บางโครงการมียอดขายเพิ่มขึ้น 20-50%”

“มีศักดิ์” บอกว่า ต้องรอดูสถานการณ์ปลายปี 2563 หรือปี 2564 ว่าทิศทางของที่อยู่อาศัยในพื้นที่ EEC จะเกิดผลกระทบหนักแค่ไหน แต่ยังไงก็ถือว่าทิศทางของที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากเข้าสู่ยุคการใช้ชีวิตแบบ new normal บางพื้นที่ก็ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร และที่ผ่านมา EEC ถือว่าเป็นตัวผลักดัน GDP ของประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการย้ายถิ่นฐาน การผลิตหลายแห่งยังมีการลงทุนอยู่มากพอสมควร ทั้งจากนักลงทุนจีน ญี่ปุ่น การลงทุนสร้างสนามบินอู่ตะเภาก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้มีการลงทุนอื่นเพิ่มมาอีก รวมไปถึงการท่องเที่ยว ฉะนั้น ยังมีผู้มีรายได้สูงอีกมากที่พร้อมจับจ่ายใช้สอยในอนาคต

“ระยอง” ติดปัญหากู้ไม่ผ่าน

“เปรมสรณ์ ศรีวิบูลย์ชัย” นายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์ระยองบอกว่า สถานการณ์ในจังหวัดระยองคล้ายกับชลบุรี ในช่วงเดือนมีนาคมทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติ ลูกค้าหลายคนยื่นเรื่องขอกู้ผ่าน มีการจองและโอน กระทั่งเดือนเมษายน 2563 เกิดผลกระทบอย่างหนัก ลูกค้าบางรายจากโรงงานที่กู้ผ่านโดนตัดสิทธิและไม่ถูกพิจารณาซ้ำ เช่น กลุ่มที่โดนตัดเงินเดือนเหลือเพียง 75% ลูกค้าบางรายแม้จะกู้ผ่านแต่ไม่มีความเชื่อมั่นในการสร้างหนี้ระยะยาว บางคนยังกู้ผ่านแต่ก็ยอมทิ้งเงินดาวน์เพราะไม่แน่ใจว่าต่อจากนี้ไปตลอดทั้งปีอนาคตจะเป็นอย่างไร

“ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2563 สถานการณ์เหมือนจะเริ่มกลับมาดีขึ้น เข้าสู่ภาวะปกติด้วยยอดจองบ้านระดับราคาประมาณ 2-5 ล้านบาทคึกคักขึ้น แต่บ้านระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทมักจะกู้ไม่ผ่าน ฉะนั้น ทิศทางความต้องการที่อยู่อาศัยของคนในปัจจุบันยังมีอยู่เหมือนเดิม ลูกค้าอยากมีบ้าน แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ติดปัญหาเข้าไม่ถึงสินเชื่อจึงจับจองเป็นเจ้าของไม่ได้ ขณะเดียวกัน ต้นทุนในการสร้างอสังหาริมทรัพย์ยังเท่าเดิม การซื้อขายที่ดินยังคึกคักกำไรตกไปอยู่ที่แลนด์ลอร์ดกว่า 90% ส่วนคนซื้ออสังหาฯต้องขอกู้เงินจากธนาคาร ถ้าหากธนาคารยอมปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการก็พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจ วงจรเศรษฐกิจจะกลับคืนมา แต่ในสภาวะแบบนี้ธนาคารปล่อยสินเชื่อยาก”

ฉะเชิงเทรายังคงที่

“วัชระ ปิ่นเจริญ” นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ฉะเชิงเทราบอกว่า สำหรับจังหวัดฉะเชิงเทราธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีสัดส่วนที่น้อยว่าชลบุรีและระยอง จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่นัก แม้ยอดที่อยู่อาศัยในช่วงเดือนมีนาคม 2563 จะวูบลงต่อเนื่องจนถึงเดือนเมษายน แต่เมื่อเข้าเดือนพฤษภาคมก็กลับมาเป็นปกติ ทิศทางอสังหาริมทรัพย์ปี 2563 กลุ่มบ้านระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท หรือ 3 ล้านบาทต้น ๆ จะได้รับความสนใจจากลูกค้าค่อนข้างมาก เพราะเป็นบ้านขนาดที่ไม่ใหญ่มาก คาดว่าในไตรมาส 3-4 จะมีการรับจอง โอน ขายออก ที่สำคัญใน จ.ฉะเชิงเทราไม่มีโครงการใหม่เกิดขึ้นเท่าไหร่

“ผมมองว่าในจังหวัดฉะเชิงเทราธุรกิจอสังหาฯยังเหมือนเดิม แต่การเข้าไม่ถึงสินเชื่อทำให้ลูกค้าถูกตัดออกไป ทั้งที่ความต้องการบ้านไม่ได้ลดน้อยลง ทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับทำเลและราคา แต่จะเอาสถานการณ์โควิด-19 มาเป็นตัวแปรในการพยากรณ์อนาคตไม่ได้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรมีนโยบายช่วยลูกค้ามากกว่านี้ เพราะบางทียอดขายดี ยอดจองสูง แต่โอนไม่ได้”

อย่างไรก็ตาม โครงการ EEC ไม่ได้หายไปไหน ยังคงมีโปรเจ็กต์และแผนโครงการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคมากมาย การท่องเที่ยวน่าจะเติบโตขึ้นเมื่อโครงการรถไฟความเร็วสูงเริ่มมาต่างชาติยังให้ความสนใจลงทุนเยอะเพราะระบบสาธารณสุขของประเทศไทยค่อนข้างดี แม้ปัจจุบันเรื่องโควิด-19 จะกลบข่าว EEC ให้ดรอปลงไปก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...