โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จักกับ Human-Centred Design การดีไซน์ที่นึกถึงหัวใจของมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

Mango Zero

เผยแพร่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 06.47 น. • Mango Zero

ในปัจจุบันเทรนด์การออกแบบสิ่งปลูกสร้างหรืองานออกแบบที่ดีนั้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้งานแล้ว ไม่เพียงแค่มองหาความสวยงามของดีไซน์เพียงอย่างเดียว

แต่ต้องมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้ใช้งานด้วย มากกว่าความอลังการในด้านการออกแบบ ความสุขของผู้อาศัยหรือใช้งานนั้นย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า

ซึ่งนี่ก็คือ หัวใจหลักสำคัญของแนวคิด Human-Centred Design ที่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นจุดเริ่มต้นในงานสถาปัตยกรรมมากมายในปัจจุบัน

วันนี้ Mangozero จะขอพาทุกคนมารู้จักกับแนวคิด Human-Centred Design หรือแนวคิดสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยนึกถึงหัวใจของมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

Human-Centred Design คืออะไร ?

Human-Centered Design (HCD) นั้นเป็นแนวคิดในการออกแบบและสร้างสรรค์งานยุคใหม่ที่ยึดหัวใจของผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง

โดยเน้นแก้ปัญหาจากมุมมองและความต้องการที่แท้จริงของมนุษย์ สร้างสรรค์ออกมาเป็นชิ้นงานที่ยอดเยี่ยมทั้งในด้านดีไซน์และฟังก์ชันใช้สอยที่ตอบรับความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างตรงจุด

ยกอย่างเช่น หากคุณเป็นสถาปนิก ที่ต้องออกแบบสิ่งปลูกสร้าง นอกจากจะคำนึงถึงดีไซน์แล้ว แนวคิด Human-Centred Design นั้น จะต้องคำนึงถึงพฤติกรรมและปัญหาของผู้อาศัยหรือใช้งานงานออกแบบชิ้นนั้นให้มากที่สุดด้วย

โดยสถาปนิกจะต้องรู้ว่างานออกแบบนั้น ใครเป็นผู้ใช้งานบ้าง แต่ละคนมีพฤติกรรมอย่างไร ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาอะไรมาบ้าง เพื่อนำมาออกแบบให้ทุกคนใช้งานงานออกแบบนั้นได้อย่างมีความสุข

ซึ่งแนวคิด Human-Centred Design นั้นสามารถนำไปบูรณาการใช้ได้กับทุกศาสตร์ ทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะในงานสถาปัตยกรรม งานมัณฑนศิลป์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงธุรกิจสตาร์ทอัพหลายแห่งก็นำแนวคิดนี้มาใช้ในการสร้างธุรกิจในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำมากขึ้นด้วย

Human-Centred Design มีกระบวนการคิดอย่างไร ?

กระบวนการของ Human-Centered  Design นั้น เป็นการทำงานร่วมกับผู้ใช้อย่างใกล้ชิด โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้ามาแก้ปัญหาให้ผู้ใช้เป็นอันดับแรก

ซึ่งทาง IDEO (ไอดีอีโอ) บริษัทที่ปรึกษาด้านการออกแบบชั้นนำของโลก ได้แบ่งกระบวนการคิดของ  Human-Centered Design ไว้เป็น 3 ระยะด้วยกัน

ได้แก่  ขั้นตอนการหาแรงบันดาลใจ (Inspiration Phase), ขั้นตอนการระดมความคิด (Ideation Phase) และ ขั้นตอนการผลิตผลงาน หรือ Solution นั้นขึ้นมาใช้จริง เพื่อแก้ปัญหาที่เราต้องการจะแก้ไขให้กับผู้ใช้งาน (Implementation Phase)

Inspiration Phase: ขั้นตอนการหาแรงบันดาลใจ

สมมุติว่าเราจะออกแบบอาคาร แนวคิดนี้ก็จะเริ่มตั้งแต่ศึกษาทำความเข้าใจตัวผู้ใช้งานจริง ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น จากการเฝ้าสังเกตปัญหา หรือสัมภาษณ์ผู้ใช้งานในเชิงลึกไปถึงปัญหาการใช้งานจริง เพื่อหาปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้ลูกค้าไม่พึงพอใจหรือทำให้การใช้ชีวิตลำบากขึ้นในชีวิตประจำวัน

เช่น ผู้ใช้งานอาคารนี้ อยู่ในช่วงวัยไหนบ้าง มีพฤติกรรมเป็นอย่างไร มีความชอบและไม่ชอบอะไรร่วมกัน อะไรคืออุปสรรคในการใช้ชีวิตที่อาจทำให้ไม่มีความสุขเมื่อต้องใช้งานอาคารหลังนี้

โดยหัวใจสำคัญของขั้นนี้นั้น ผู้ออกแบบควรจะต้องมี Empathy หรือความคิดแบบ “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” ทำความเข้าใจผู้ใช้อย่างลึกซึ้ง

ลองคิดว่า “ถ้าเราเป็นเขา” เรารู้สึกอย่างไรและอยากแก้ปัญหานี้อย่างไร จะช่วยให้ผู้ออกแบบเข้าใจปัญหาและความต้องการของเขาได้มากขึ้น เพื่อนำมาวิเคราะห์ (Define) ความต้องการและปัญหาที่แท้จริง ค้นหาความเป็นไปได้ และออกแบบ Solutions ในการแก้ปัญหาให้ผู้ใช้ได้อย่างตรงจุด

Ideation Phase : ขั้นตอนระดมความคิด

เมื่อเรารวบรวมความต้องการและปัญหาที่แท้จริง (Pain Point) ของผู้ใช้งานได้แล้ว ก็จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาตกตะกอนสร้างสรรค์ไอเดียต่าง ๆ อาจมีการสร้างไอเดียให้ออกมาเป็นต้นแบบคร่าว ๆ (Rapid Prototype) ในรูปแบบของแบบร่างหรือโครงร่างอาคารจำลองขึ้นมา เพื่อให้ไอเดียของเราจับต้องได้มากขึ้น และนำไอเดียนั้นกลับไปคุยกับผู้ใช้ และเก็บ Feedback กลับมาปรับปรุงผลงาน เพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้นเรื่อย ๆ

Implementation Phase : ขั้นตอนการผลิตผลงาน

 

ในขั้นนี้จะเป็นการผลิตผลงาน (Solutions) ขึ้นมาใช้จริง เพื่อแก้ปัญหาที่เราต้องการจะแก้ไขให้กับผู้ใช้งาน หลังจากที่เราปรับปรุงไอเดียในขั้นที่แล้วมาเรื่อย ๆ ขั้นนี้ไอเดียของเราจะเริ่มออกมาเป็นผลงานที่สามารถใช้แก้ปัญหาได้จริงมากขึ้น ผู้ออกแบบอาจจะทำต้นแบบ (Live Prototype) ออกมาให้ผู้ใช้ทดลองใช้และประเมินผลอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง เพื่อพัฒนารูปแบบการออกแบบให้ตอบโจทย์ยิ่งขึ้นไปอีก

จากที่กล่าวมาโดยสรุปแล้วกระบวนการคิดของ Human-Centered Design  จึงมีกระบวนการที่คล้ายกับวิธีคิดทางวิทยาศาสตร์  ซึ่งมีคีย์เวิร์ดสำคัญ นั่นคือ การสร้าง, การวัดผลและการเรียนรู้ซ้ำไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้ผลงานการออกแบบที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุดนั่นเอง

ผู้ใช้งานจะได้อะไรจากการออกแบบแนวคิด Human-Centred Design ?

แน่นอนว่าแนวคิด Human-Centred Design ซึ่งเป็นแนวคิดเพื่อมนุษย์โดยแท้จริง ผู้ใช้งานย่อมได้รับประโยชน์จากผลงานนี้เต็มที่เพราะนอกจากจะได้ใช้งานออกแบบที่สวยงามแล้ว ก็ยังสามารถแก้ปัญหาในการใช้ชีวิตของเขาได้อย่างตรงจุด

ยิ่งถ้าเรามีพื้นที่อยู่อาศัยที่ได้รับการออกแบบผ่านแนวคิดที่ดีเพื่อมนุษย์นั้น ไม่เพียงจะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่จะยิ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของมวลมนุษย์ได้ยั่งยืน อาจนำไปสู่นวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่สามารถแก้ไขปัญหาเพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ชีวิตของผู้คนได้ในระดับชุมชนและสังคมได้อีกด้วย

ทำไมนักออกแบบถึงต้องคำนึงถึงการออกแบบแนวคิดนี้ ?

เพื่อให้ความสามารถสร้างสรรค์งานที่สมบูรณ์แบบได้ในยุคปัจจุบัน การทำความเข้าใจกระบวนการคิดแบบ Human-Centred Design จะช่วยให้ผู้เรียนสถาปัตย์หรือมัณฑนศิลป์ ไปจนถึงนักออกแบบทุกคน สามารถพัฒนาผลงานไปสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่แค่ออกแบบตกแต่งเพื่อความสวยงาม แต่สามารถทำงานออกแบบได้อย่างมีกระบวนการ โดยยึดหลักความต้องการของมนุษย์เป็นสำคัญ นำไปสู่ความพึงพอใจ ทั้งทางด้านกายภาพและคุณค่าทางจิตใจอีกด้วย

โครงการ Asia Young Designer Awards 2020 “FORWARD: Human-Centred Design”

สำหรับใครที่สนใจเรียนรู้แนวคิด Human-Centred Design นี้เพิ่มเติม Mangozero ก็มีงานประกวดที่น่าสนใจมาแนะนำกับโครงการ Asia Young Designer Awards 2020 “FORWARD: Human-Centred Design”

ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ฝึกฝนทักษะงานออกแบบ สำหรับนิสิตและนักศึกษาสาขาวิชาสถาปัตยกรรมและ การออกแบบตกแต่งภายใน จัดขึ้นโดยผู้ใหญ่ใจดีจาก บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด

โดยคอนเซ็ปสำคัญในปีนี้ นั่นก็คือ “FORWARD: Human-Centred Design” เน้นความสำคัญของงานออกแบบเพื่อวิถีชีวิตมนุษย์ในยุค New Normal รวมถึงต้องสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม เพื่อมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย

นอกจากความประสบการณ์ดี ๆ ที่หาในห้องเรียนไม่ได้แล้ว ก็ยังมีรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศ มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยไปทำกิจกรรมร่วมกับผู้ชนะจากอีก 15 ประเทศ ที่งาน Asia Young Designer Summit 2021 ซึ่งจะมีขึ้นที่ประเทศพันธมิตรในปีหน้า

ที่สำคัญ ผู้ที่ชนะในระดับเอเชีย ยังจะได้เข้าร่วมหลักสูตรพิเศษ “Design Discovery Program” ที่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอย่าง Harvard’s Graduate School of Design สหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 6 สัปดาห์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆเลยด้วย

นักออกแบบรุ่นใหม่ที่สนใจสามารถสมัครพร้อมผลงานได้ที่ www.asiayoungdesignerawards-th.com  ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2563 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม Facebook: Asia Young Designer Awards Thailand หรือหมายเลขโทรศัพท์ 02-462-5299 ต่อ 164

ที่มา : designkit, tcdc, ui_gradient

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...