จูน ภรรยา หนุ่ม กะลา จัดหนัก ลั่นฟ้องมือที่สามไม่มียอมความ
หลังจากที่ จูน เพ็ญชุลี ภรรยาของ หนุ่ม กะลาได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการ โหนกระแส พร้อมทนาย ถึงเรื่องปัญหาครอบครัวที่มีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยในรายการ หนุ่ม กะลา ได้มีการยืนยันว่าจะเลิกกับสาวมือที่สาม พร้อมขอโทษภรรยา ต่อมา จูน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่ออีกครั้งว่า
"กับตัวสามีมันต้องใช้เวลา ที่เคยมีคำว่าหย่าอะไรหลุดออกไปมันก็มี ความคิด นั้นจริงๆ เพราะถ้าสมมุติมาคุยกันแล้วมาจูนกันแล้วมันไม่เหมือนเดิม เราแยกกันอยู่อย่างที่ทุกคนทราบ ตัวรายละเอียดหย่ามันง่ายนิดเดียวค่ะ ถ้าเราตกลงกันได้ก็แค่เซ็นหย่า นาทีนี้เราก็แยกกันอยู่แล้วต่างคนก็เยียวยาจิตใจตัวเอง โฟกัสที่ผลประโยชน์ของลูกเป็นอันดับหนึ่ง ณ ตอนนี้นะ"
"หลังจากที่ได้พูดออกไปแล้วสบายใจมาก ไอ้ที่โหลดเก็บไว้หลายปีมันหลุดออกมา ตอนหลุดออกมาเราไม่ได้สบายใจนะ แค่รู้สึกว่ามันจบสักที จะได้ไม่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนจะเดินหน้าก็ไม่ได้จะถอยหลังก็ไม่ได้ ลูกเราก็มีเอฟเฟคกลัวผลกระทบถึงลูก"
"ช่วงที่จับได้ตอนแรกเขาก็ขอโทษ แต่เราก็ยังรู้สึกว่าขอโทษแล้วทำต่อคืออะไร ผลแห่งการกระทำของเขาวันนี้มันเห็นแล้ว จูนก็รู้สึกว่าเขาได้รับเอฟเฟคเยอะมาก เขาขอโทษเราครั้งนี้รู้สึกว่าเขาก็คงสำนึกแหละ คุณทำผิดในใจมันต้องรู้สึกอยู่แล้วล่ะ ขอโทษจะเป็นช่วงแรกช่วงหลังๆจะเป็นการทะเลาะกันมากกว่า"
"ที่เค้าบอกว่าจะเลิกกับอีกฝ่ายก็รู้สึกดีแหละค่ะ ใครจะอยากให้ สามีไปมีคนอื่น มันคือสิ่งที่เขาควรทำอยู่แล้วค่ะ ถามว่าหลังจากนี้มันยังต้องฮิลใจอยู่ไหมมันก็ต้องฮิตอยู่เพราะเราเจออะไรมาเยอะมาก รวมถึงลูกเรา อยู่ๆสามีมาบอกว่าขอโทษจ้ะแล้วเราจะยอมคืนดี แฮปปี้เอนดิ้งมันไม่ใช่นิยาย มันต้องใช้เวลา ณตอนนี้เราก็เป็นพ่อแม่ช่วยกันดูแลลูกดีกว่า เราก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ตอนนี้มันก็ดีแล้ว"
"เอาจริงๆนะทีนี้เราก็ไม่ได้อยากกลับแล้วนะพูดตรงๆ แยกกันเราก็สบายใจ เราก็ไม่รู้ว่าเผื่ออนาคตเขาพิสูจน์ตัวเอง จนเราใจอ่อนแล้วเขากลับมา เดี๋ยวก็จะหาว่าเราพูดไม่ตรงอีก เอาจริงๆนาทีนี้เราก็พูดเลยว่ายังอยากแยกกันอยู่ ส่วนเรื่องจะเซ็นเมื่อไหร่ขอดูข้อกฎหมาย"
ถ้ามือที่สามยังแซะยังวุ่นวายกับเราอยู่ ?
"ถ้าเขายังอยากมาเราก็คงต้องใช้กฎหมายแหละ เราจะไปทำอะไรเขาถ้าเราจะทำเราทำตั้งนานแล้วแหละ"
ตอนนี้ยังรักเขาอยู่ไหม ?
"ตอบตรงๆก็ยังรักแหละ คนเราอยู่กันมาครึ่งชีวิตเนอะเป็นห่วงเขามากๆเลยแหละ จากที่เขาโดนเราก็รู้ว่าเขาโดนมาหนัก จริงๆแล้วเขาเป็นคนใจบาง เรารู้ว่าเขาโดนกระทบข้างในเยอะมากแล้ว เวลาที่เขาตอบอะไรไม่รู้เรื่องรู้ราว ข้างในเขาคงแย่ เรามั่นใจว่าเรารู้จักเขาดีที่สุด อยากจะให้สังคมให้อภัยเขา ครั้งนี้เป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตเขาแล้ว ทั้งกระแสทั้งอะไรต่างๆ เราอย่าพูดคำเดิมว่าเราไม่ได้อยากเห็นใครพังทลาย แล้วยิ่งเขาเป็นคนในครอบครัวเป็นสามีของเรา เราก็ยิ่งไม่อยากเห็นเขาล้ม แต่ก็อยู่ที่ตัวเขาด้วยว่าตั้งใจที่จะแก้ไขหรือเปล่า แยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานเนอะถ้าเขาตั้งใจ เรื่องที่เขาทำกับเราก็ส่วนนึง เรื่องงานเขาก็ทำออกมาได้อย่างเต็มที่ อยากให้สังคมให้อภัยเขา เพราะว่าจริงๆแล้วมันก็มีผลกระทบถึงลูกเราแหละ มันก็เลี่ยงไม่ได้"
"ส่วนเรื่องเงิน ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วเงินมันก็อยู่กับพี่อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเพิ่งจับได้แล้วยึดเงิน เราเปิดเป็นบัญชีบริษัท ฉะนั้นการจัดการบริหารบริษัทเป็นหน้าที่พี่อยู่แล้ว พี่มีหน้าที่ในการไปรับเช็คเอาเงินเข้าบัญชีอยู่แล้ว ทุกวันนี้พี่จ่ายเขาเป็นเงินเดือน ค่าใช้จ่ายทุกอย่างพี่เป็นคนจัดการบริหาร ถ้าเขาอยากได้อะไรเขาก็ขอ บางทีพอเราแยกกันไปเขาอยากได้อะไรก็อาจจะไม่กล้าบอก มันก็อาจจะมีบ้างว่าเค้าอยากได้อะไรราคาหลักแสนหลักล้านเราก็อาจจะไม่ให้ บางชิ้นเราก็รู้สึกว่ามันไม่โอเค แต่มันก็เป็นเรื่องปกติของสามีภรรยา ถ้าชิ้นใหญ่ๆแล้วดูแล้วไม่เหมาะสมก็มีบ้างที่จะห้ามหรือไม่ให้ "
"จริงๆแล้วเงินเราก็มีไม่ใช่เป็นคนไม่มีเงิน บางทีเขาจะซื้อแบรนด์เนมซักอย่างนึงหรือว่าสร้อยสัก 50,000 เราก็ไม่ให้พูดตรงๆ พอมีคนอื่นมาให้เขาอาจจะชอบตรงนั้น ถามว่าเขาชอบผู้หญิงเปย์หรือเปล่าตอบแบบนี้ดีกว่า ใครมาให้เราก็ชอบก็รักเนาะ แต่ถึงขนาดว่าไปรักไปเห็นดีเห็นงาม มันก็ไปอยู่ที่วิจารณญาณ ของแต่ละคนมากกว่า"
ครอบครัวของ พี่หนุ่ม พี่จูน มีความสัมพันธ์อย่างไรบ้าง?
"มันหลายปีมันก็มีทั้งดีและไม่ดี มีกระทบกระทั่งกันบ้าง เราก็ไม่แน่ใจว่าที่เขาโพสต์ออกไปเขาไปได้ยินอะไรมาหรือเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า หรือด้วยอารมณ์หรือเขาไม่ได้กลั่นกรองหรือเปล่า"
คนจับสังเกต ว่าคุณแม่ไปญี่ปุ่นกับฝ่ายหนึ่ง แทนที่จะไปกับเรา?
"เราก็ตกใจแหละ อ้าวมันยังไง ก็สับสนเหมือนกัน เราไม่รู้ในส่วนนี้จริงๆก็เลยไม่รู้ว่าจะตอบอะไร ขอไม่ตอบดีกว่า กับคุณแม่ไม่ได้คุยค่ะ เรื่องนี้ไม่ได้คุยเลย ตั้งแต่มีเรื่องกันมาก็ไม่ได้คุยกันเลย"
มีข่าวว่าพี่หนุ่มเคยมีลูกมาก่อนหน้านี้อีกคนแล้ว?
“ไม่รู้เลยค่ะอันนี้ไม่ขอตอบ มันไม่ใช่ส่วนของเราแล้ว ส่วนเรื่องของการฟ้องผู้หญิงคนนั้นยังฟ้องอยู่ค่ะ ยืนยันว่าฟ้องเหมือนเดิม เราฟ้องตามสมควร"
ทนาย : ซึ่งหลักฐาน เป็นการกระทำหลายปี จนถึงปัจจุบันนี้ ล่าสุดก็ยังไม่นาน ไม่เกินปีละลูกความก็น่าจะไม่ขาด ส่วนตัวเลข 10 ล้าน ก็เป็นตัวเลขที่เหมาะสม ไม่ได้มากเกินไปหรือน้อยเกินไป ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูศาลด้วย กับมุมมองของท่านด้วย ว่าท่านจะพิจารณาให้ประมาณไหนอย่างไร และอีกส่วนหนึ่งก็คือพี่จูน ไม่ได้เน้นที่ว่าจะฟ้องแล้วได้ตัวเลขที่จำนวนที่เยอะ เพียงแต่ว่าอยากออกมาเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองเท่านั้นครับ
ไม่ยอมความแน่นอนใช่ไหม ?
“ไม่ยอมค่ะ"
ถ้าพี่หนุ่มมาขอร้องไม่ให้ฟ้องผู้หญิง ?
"ไม่น่ากล้านะคะ ถามว่า 10ล้าน คุ้มไหมไม่คุ้มหรอกค่ะ ถ้าเทียบกับความรู้สึกที่เราเสียไปไม่คุ้มหรอก ถ้าเรียกได้อีกก็เอานะไม่ติด ถามว่าเชื่อไหมว่าเขาจะทำได้ เราตอบไม่ได้หรอกค่ะว่าพี่หนุ่มเขาจะทำได้หรือเปล่ามันอยู่ที่เขาแล้วล่ะ ตอนนี้เขาต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทั้งเราและสังคม เห็นว่าเขาตั้งใจจริงที่จะปรับปรุง แก้ไข ถ้าเขาผิดคำพูดอีกแป๊บเดียวคุณก็เอารูปมาเลย ก็ต้องอยู่ที่เขาแหละ"
ก่อนหน้านี้ทางนั้นแซะเราไว้เยอะมีอะไรอยากจะบอกเขาไหม?
"เค้าเคยอยากให้เราติดต่อไปเนอะ เราก็ไม่เห็นประโยชน์ที่จะติดต่อไปนะวันนั้น ตอนนี้เดี๋ยวรอให้ทางทนายเราติดต่อไป ถ้าอยากคุยกันเดี๋ยวเราไปเจอกันที่ศาลดีกว่า พูดกันด้วยพยานหลักฐานดีกว่า"
สาเหตุที่ต้องแยกบ้านในตอนแรกคืออะไร?
"ก็อย่างเวลาที่เราทะเลาะกันแล้วเรามีลูกเล็กก็ไม่อยากให้เขาเห็นว่าพ่อกับแม่ทะเลาะกัน หนึ่งแยกกันไปก่อนดีกว่าให้เขาไปอยู่บ้านคุณแม่ดีกว่า ถามว่าคิดผิดไหมที่ตัดสินใจแยกบ้าน ว่าไม่ว่าเราจะอยู่บ้านเดียวกันหรือแยกกัน ถ้าเขาจะทำเค้าก็ทำ คนไม่ทำก็ไม่ทำ ไม่ได้คิดว่าเป็นเพราะฉันไล่เธอไปเธอถึงไปมีคนอื่น ไม่ได้คิดแบบนั้นค่ะ"
อยากให้เรื่องนี้มันจบยังไง ?
"ถ้าในเรื่องของสามีภรรยาเรื่องความรักก็ยังพูดคำเดิมว่าขอเวลาให้มันช่วยฮิลหัวใจ เราก็ดูการกระทำของเขา เอาเป็นว่าทุกอย่างถ้าเห็นประโยชน์ของลูกสำคัญมองเป้าหมายเดียวกัน ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้คุยกันได้ นาทีนี้ก็ไม่ได้เกลียดเขานะ เขาก็น่าจะได้รับบทเรียนที่สาหัสแล้ว ที่เห็นพี่แข็งแรงได้ถึงตอนนี้ก็เพราะลูกค่ะ พอเรามีลูกเราก็โฟกัสที่ลูกอะไรที่เป็นประโยชน์กับลูก ลูกมีความสุขไม่ต้องทะเลาะกันให้ลูกเห็น เพราะฉะนั้นวันนี้มีหรือไม่มีก็เลี้ยงลูกได้ ก็เลยไม่ได้เฮิร์ทอะไร มันผ่านความเฮิร์ทอะไร"
อยากฝากอะไรถึงเป็นแฟนๆที่ให้กำลังใจบ้าง ?
"ขอบคุณจริงๆ เราเข้าใจแหละว่าคนที่ถูกกระทำแบบนี้ทุกคนก็เห็นใจ ขอบคุณจริงๆค่ะ เราไปไหนเราแค่รู้สึกว่าเราไม่ใช่เป็นคนผิดเราไม่อาย วันนี้พอเรื่องมันเกิดขึ้นคนให้กำลังใจเยอะมากควรเห็นใจเยอะมากกว่าจะผ่านมาถึงตรงนี้เราก็ดีใจที่มีคนเข้าใจเราถือว่าเราทำในสิ่งที่ถูกต้องในสิ่งที่ควรทำ”
เรื่องของการฟ้องร้องต้องติดตามกันต่อไป หากมีอะไรคืบหน้าแอดจะรายงานให้ทราบต่อไปค่ะ
หนุ่ม กะลา ซึ้งใจมีแฟนคลับมาดูคอนเสิร์ตคลิปอีจันแนะนำ