โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

JMT หุ้นเริ่มฟื้น ...สัญญาณซื้อมาหรือยัง ?

efinanceThai

เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2566 เวลา 05.49 น.

เช้านี้หุ้น JMT เริ่มฟื้น พุ่งสูงสุด 5.97% โบรกฯมองราคาหุ้นตอบรับปัจจัยลบก่อนหน้าไปมากแล้ว ระยะสั้นมีปัจจัยหนุนงบ Q2/66 จ่อโตแกร่งตามยอดเก็บเงินสดฟื้นแรง แถมครึ่งปีหลังยังโตต่อ มองปีนี้มีโอกาสซื้อหนี้ทะลุเป้า 1.5 หมื่นลบ. หลัง H1/66 ซื้อไปแล้วราว 7.4 พันลบ – 1 หมื่นลบ. มอง Valuation หุ้นกลับมาน่าสนใจสะสมอีกครั้ง !

*** หุ้นเริ่มฟื้น หลังก่อนหน้ามีแรงขายหนัก

ราคาหุ้น บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ช่วงเช้าวันนี้ (27 มิ.ย.66) ดีดขึ้นทำจุดสูงสุดที่ราคา 35.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.97% จากวันทำการก่อนหน้า ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 35.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 5.22% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 69.41% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

ทั้งนี้ ราคาหุ้น JMT ที่ปรับตัวขึ้นแรง 5.97% ในเช้าวันนี้ ถือเป็นการฟื้นตัวที่โดดเด่นในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลงถึง 23% จากหลายปัจจัยลบกดดัน อาทิ ความกังวลในการถูกนำออกจากดัชนี SET50 รอบครึ่งหลังปี 66 หรือ แม้กระทั่งกระแสข่าวลือว่าหุ้นในกลุ่มตระกูล J จะถูกตรวจสอบการซื้อขาย เป็นต้น

*** กูรูชี้งบ Q2/66 จ่อโตแกร่ง หนุนช่วงสั้น

บล.บัวหลวง มองว่า ปัจจัยหนุนระยะสั้นของ JMT คือ ผลการดำเนินงานที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/66 ไว้ที่ 500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากคาดว่ายอดเรียกเก็บเงินสดช่วงดังกล่าวจะอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 5% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน

มีปัจจัยหนุน จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจช่วงหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลาย และการขยายพอร์ตหนี้ โดยพอร์ตหนี้ของ JMT อยู่ที่ 2.8 แสนล้านบาท ณ ไตรมาส 1/66 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และไตรมาสก่อน 17% และ 8% ตามลำดับ อีกทั้ง ยังคาดว่า จะได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานของ JK AMC มากขึ้นอีกด้วย

สอดคล้องกับ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ที่ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/66 ของ JMT ไว้ที่ 531 ล้านบาท เติบโตขึ้น 23% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 17% จากไตรมาสก่อน สะท้อนจากยอดตามเก็บเงินสด ที่คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้น 66% จากปีก่อน และ 15% จากไตรมาสก่อน (ใช้สมมติฐานยอดเก็บเงินสดของ JK AMC จะช่วยหนุนการเติบโต)

อีกทั้ง คาดว่ารายได้ equity income จาก JK AMC ในช่วงไตรมาส 2/66 จะอยู่ที่ 145 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสก่อนอยู่ที่ 133 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน

*** สถิติเผยงบครึ่งปีหลัง มักดีกว่าครึ่งปีแรก

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า จากการศึกษางบการเงินของ JMT ย้อนหลัง 5 ปี พบว่า ในช่วงดังกล่าว ผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของ JMT มักโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรกเสมอ และคาดว่า ผลการดำเนินงานปี 66 ก็จะเป็นดังเช่น 5 ปีที่ผ่านมา ไม่เปลี่ยนแปลง

เหตุผลที่ทำให้คาดการณ์ว่าจะเป็นเช่นนั้น เนื่องจากประเมินว่ารายได้ของลูกหนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ จากรายได้ธุรกิจบริหารหนี้เติบโต สอดคล้องกับพอร์ตลูกหนี้ อีกทั้งค่าใช้จ่ายการตัดมูลค่าเงินลงทุนในลูกหนี้ด้อยคุณภาพ ยังเริ่มทยอยหมดลงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังคาดว่า สถาบันการเงินในประเทศอาจมีการขายหนี้ออกมาเพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าว ประกอบกับ ปลายปี 66 จะสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งคาดว่าจะมีลูกหนี้บางส่วนที่ยังไม่สามารถจ่ายชำระได้ ทำให้สถาบันการเงินจะเร่งขายหนี้เสียออกมามากขึ้น

และด้วยหนี้เสีย (NPL) ส่วนใหญ่ เป็นหนี้ที่เกิดจากการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล ซึ่งถือเป็นโอกาสของ JMT เนื่องจากบริษัทมีความถนัดในการติดตามหนี้ประเภทนี้

*** โบรกฯคาดปีนี้ ซื้อหนี้ทะลุเป้า 1.5 หมื่นลบ.

บล.กรุงศรี ระบุว่า JMT เพิ่งปิดดีลซื้อหนี้ด้อยคุณภาพแบบไม่มีหลักประกันจากสถาบันการเงินมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท ทำให้พอร์ตบริหารหนี้ ณ ปัจจุบัน ขยับขึ้นเป็น 4.4 แสนล้านบาท (รวม JK AMC)

ทั้งนี้ JMT ไม่ได้เปิดเผยเงินลงทุนซื้อหนี้ดังกล่าว แต่อิงสมมติฐานเงินลงทุนที่ 10 – 15% ของมูลหนี้ คาดว่าเงินลงทุนดังกล่าวจะอยู่ที่ 6 – 9 พันล้านบาท ซึ่งหากนับรวมกับไตรมาส 1/66 ที่ซื้อไปแล้ว 1.4 พันล้านบาท ทำให้ปีนี้ JMT มีแนวโน้มจะซื้อหนี้เข้ามาบริหารได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งเม็ดเงินลงทุนไวที่ 1 – 1.5 หมื่นล้านบาท

*** กูรูมองจังหวะเข้า"ซื้อ"มาถึงแล้ว

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) มองว่า การเข้าลงทุนในหุ้น JMT ช่วงนี้ กลับมามีความน่าสนใจมากขึ้น หลังราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD) ปรับตัวลงราว 40% อีกทั้ง ยัง Underperform ดัชนีหุ้นไทยถึง 35% เนื่องจากการเติบโตของกำไรชะลอตัวลง ทำให้ราคาหุ้น ณ ปัจจุบันมีความน่าสนใจเข้าสะสม

สะท้อนจาก P/E ปี 66 – 67 ที่อยู่ในระดับ 28 เท่า และ 22 เท่า ตามลำดับ อีกทั้ง คาดว่าผลการดำเนินงานยังมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งทั้งในระยะสั้น และระยะยาว

ด้าน บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้ราคาหุ้น JMT ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จะมีความผันผวน แต่ได้สะท้อนปัจจัยเชิงลบไปมากพอสมควรแล้ว รวมทั้งเรื่องต้องออกจากดัชนี SET50 ช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานของ JMT ยังมีความแข็งแกร่งทั้งในระยะสั้น และระยะยาว จึงยังคงคำแนะนำการลงทุน"ซื้อ" เช่นเดิม

ทั้งนี้ มีนักวิเคราะห์ 5 ราย ให้คำแนะนำการลงทุน JMT ไว้ดังนี้

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.) ทรีนีตี้ ซื้อ 66.00 เคจีไอ ซื้อ 60.00 กรุงศรี ซื้อ 56.00 เอเชีย พลัส ซื้อ 46.00 บัวหลวง ถือ 38.00 ราคาเฉลี่ย 53.20

หากอ้างอิงข้อมูลของโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ พบว่าการเข้าลงทุนในหุ้น JMT ช่วงนี้ จะมีความน่าสนใจมากขึ้น สะท้อนจากราคาหุ้น YTD ที่ปรับตัวแรงกว่า 40% ได้สะท้อนปัจจัยลบที่รุมเร้าหุ้นก่อนหน้านี้ไปมากพอสมควรแล้ว ขณะที่ มองไปข้างหน้า พบว่าปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจของ JMT ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ ราคาหุ้น JMT ที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังเหลืออัพไซด์ให้นักลงทุนได้ลุ้นอีกกว่า 50% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ …

ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...