JMT หุ้นเริ่มฟื้น ...สัญญาณซื้อมาหรือยัง ?
เช้านี้หุ้น JMT เริ่มฟื้น พุ่งสูงสุด 5.97% โบรกฯมองราคาหุ้นตอบรับปัจจัยลบก่อนหน้าไปมากแล้ว ระยะสั้นมีปัจจัยหนุนงบ Q2/66 จ่อโตแกร่งตามยอดเก็บเงินสดฟื้นแรง แถมครึ่งปีหลังยังโตต่อ มองปีนี้มีโอกาสซื้อหนี้ทะลุเป้า 1.5 หมื่นลบ. หลัง H1/66 ซื้อไปแล้วราว 7.4 พันลบ – 1 หมื่นลบ. มอง Valuation หุ้นกลับมาน่าสนใจสะสมอีกครั้ง !
*** หุ้นเริ่มฟื้น หลังก่อนหน้ามีแรงขายหนัก
ราคาหุ้น บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ช่วงเช้าวันนี้ (27 มิ.ย.66) ดีดขึ้นทำจุดสูงสุดที่ราคา 35.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.97% จากวันทำการก่อนหน้า ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 35.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 5.22% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 69.41% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า
ทั้งนี้ ราคาหุ้น JMT ที่ปรับตัวขึ้นแรง 5.97% ในเช้าวันนี้ ถือเป็นการฟื้นตัวที่โดดเด่นในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลงถึง 23% จากหลายปัจจัยลบกดดัน อาทิ ความกังวลในการถูกนำออกจากดัชนี SET50 รอบครึ่งหลังปี 66 หรือ แม้กระทั่งกระแสข่าวลือว่าหุ้นในกลุ่มตระกูล J จะถูกตรวจสอบการซื้อขาย เป็นต้น
*** กูรูชี้งบ Q2/66 จ่อโตแกร่ง หนุนช่วงสั้น
บล.บัวหลวง มองว่า ปัจจัยหนุนระยะสั้นของ JMT คือ ผลการดำเนินงานที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/66 ไว้ที่ 500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากคาดว่ายอดเรียกเก็บเงินสดช่วงดังกล่าวจะอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 5% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน
มีปัจจัยหนุน จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจช่วงหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลาย และการขยายพอร์ตหนี้ โดยพอร์ตหนี้ของ JMT อยู่ที่ 2.8 แสนล้านบาท ณ ไตรมาส 1/66 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และไตรมาสก่อน 17% และ 8% ตามลำดับ อีกทั้ง ยังคาดว่า จะได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานของ JK AMC มากขึ้นอีกด้วย
สอดคล้องกับ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ที่ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/66 ของ JMT ไว้ที่ 531 ล้านบาท เติบโตขึ้น 23% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 17% จากไตรมาสก่อน สะท้อนจากยอดตามเก็บเงินสด ที่คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้น 66% จากปีก่อน และ 15% จากไตรมาสก่อน (ใช้สมมติฐานยอดเก็บเงินสดของ JK AMC จะช่วยหนุนการเติบโต)
อีกทั้ง คาดว่ารายได้ equity income จาก JK AMC ในช่วงไตรมาส 2/66 จะอยู่ที่ 145 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสก่อนอยู่ที่ 133 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน
*** สถิติเผยงบครึ่งปีหลัง มักดีกว่าครึ่งปีแรก
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า จากการศึกษางบการเงินของ JMT ย้อนหลัง 5 ปี พบว่า ในช่วงดังกล่าว ผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของ JMT มักโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรกเสมอ และคาดว่า ผลการดำเนินงานปี 66 ก็จะเป็นดังเช่น 5 ปีที่ผ่านมา ไม่เปลี่ยนแปลง
เหตุผลที่ทำให้คาดการณ์ว่าจะเป็นเช่นนั้น เนื่องจากประเมินว่ารายได้ของลูกหนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ จากรายได้ธุรกิจบริหารหนี้เติบโต สอดคล้องกับพอร์ตลูกหนี้ อีกทั้งค่าใช้จ่ายการตัดมูลค่าเงินลงทุนในลูกหนี้ด้อยคุณภาพ ยังเริ่มทยอยหมดลงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังคาดว่า สถาบันการเงินในประเทศอาจมีการขายหนี้ออกมาเพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าว ประกอบกับ ปลายปี 66 จะสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งคาดว่าจะมีลูกหนี้บางส่วนที่ยังไม่สามารถจ่ายชำระได้ ทำให้สถาบันการเงินจะเร่งขายหนี้เสียออกมามากขึ้น
และด้วยหนี้เสีย (NPL) ส่วนใหญ่ เป็นหนี้ที่เกิดจากการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล ซึ่งถือเป็นโอกาสของ JMT เนื่องจากบริษัทมีความถนัดในการติดตามหนี้ประเภทนี้
*** โบรกฯคาดปีนี้ ซื้อหนี้ทะลุเป้า 1.5 หมื่นลบ.
บล.กรุงศรี ระบุว่า JMT เพิ่งปิดดีลซื้อหนี้ด้อยคุณภาพแบบไม่มีหลักประกันจากสถาบันการเงินมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท ทำให้พอร์ตบริหารหนี้ ณ ปัจจุบัน ขยับขึ้นเป็น 4.4 แสนล้านบาท (รวม JK AMC)
ทั้งนี้ JMT ไม่ได้เปิดเผยเงินลงทุนซื้อหนี้ดังกล่าว แต่อิงสมมติฐานเงินลงทุนที่ 10 – 15% ของมูลหนี้ คาดว่าเงินลงทุนดังกล่าวจะอยู่ที่ 6 – 9 พันล้านบาท ซึ่งหากนับรวมกับไตรมาส 1/66 ที่ซื้อไปแล้ว 1.4 พันล้านบาท ทำให้ปีนี้ JMT มีแนวโน้มจะซื้อหนี้เข้ามาบริหารได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งเม็ดเงินลงทุนไวที่ 1 – 1.5 หมื่นล้านบาท
*** กูรูมองจังหวะเข้า"ซื้อ"มาถึงแล้ว
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) มองว่า การเข้าลงทุนในหุ้น JMT ช่วงนี้ กลับมามีความน่าสนใจมากขึ้น หลังราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD) ปรับตัวลงราว 40% อีกทั้ง ยัง Underperform ดัชนีหุ้นไทยถึง 35% เนื่องจากการเติบโตของกำไรชะลอตัวลง ทำให้ราคาหุ้น ณ ปัจจุบันมีความน่าสนใจเข้าสะสม
สะท้อนจาก P/E ปี 66 – 67 ที่อยู่ในระดับ 28 เท่า และ 22 เท่า ตามลำดับ อีกทั้ง คาดว่าผลการดำเนินงานยังมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
ด้าน บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้ราคาหุ้น JMT ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จะมีความผันผวน แต่ได้สะท้อนปัจจัยเชิงลบไปมากพอสมควรแล้ว รวมทั้งเรื่องต้องออกจากดัชนี SET50 ช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานของ JMT ยังมีความแข็งแกร่งทั้งในระยะสั้น และระยะยาว จึงยังคงคำแนะนำการลงทุน"ซื้อ" เช่นเดิม
ทั้งนี้ มีนักวิเคราะห์ 5 ราย ให้คำแนะนำการลงทุน JMT ไว้ดังนี้
บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.) ทรีนีตี้ ซื้อ 66.00 เคจีไอ ซื้อ 60.00 กรุงศรี ซื้อ 56.00 เอเชีย พลัส ซื้อ 46.00 บัวหลวง ถือ 38.00 ราคาเฉลี่ย 53.20