โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

2สื่อยักษ์ วิเคราะห์ผลเลือกตั้ง66 กระตุ้นไปใช้สิทธิ์ เตือนผู้มีอำนาจ ยึดติดมีสิทธิพัง

Khaosod

อัพเดต 05 พ.ค. 2566 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2566 เวลา 07.18 น.
2สื่อยักษ์ วิเคราะห์ผลเลือกตั้ง66 กระตุ้นไปใช้สิทธิ์ เตือนผู้มีอำนาจ ยึดติดมีสิทธิพัง

2 สื่อยักษ์ใหญ่ วิเคราะห์ผลเลือกตั้ง 66 ‘ปราปต์’ ชี้ผลโพล สะท้อนความรู้สึกคน กระตุ้นคนไปเลือกตั้ง ‘อัครพงษ์’ เตือนผู้มีอำนาจอย่าดูเบา อำนาจต้องแชร์กัน

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่อาคารสำนักงานมติชน ประชานิเวศน์ กรุงเทพฯ สองสื่อยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ “มติชน x เดลินิวส์” ร่วมสรุปผลและวิเคราะห์ผลโพลเลือกตั้ง 2566 และฟันธงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 2566 สะท้อนอนาคตการเมืองไทย

โดยช่วงแรกร่วมวิเคราะห์ผลเลือกตั้ง 2566 โดยมีนายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์,นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายอัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

นายปารเมศ กล่าวว่า การทำโพลครั้งนี้ถือว่าสำเร็จเกินคาด จากผลโพลคะแนนพรรคก้าวไกลเยอะมาก ก็สงสัยว่าจะเป็นคะแนนจากนิวเจน ผลปรากฎว่าไม่ใช่อย่างที่คิด ซึ่งต้องขอบคุณพันธมิตรทุกฝ่ายในการร่วมทำโพลที่ทำให้ประชาชนมีแนวทางความคิดในการเลือก ส.ส.เขต หรือ ปาร์ตี้ลิสต์ ที่ทำให้ประเทศเราจะก้าวหน้าหรืออยู่กับที่ จากผลโพลเทรนคนส่วนใหญ่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเป็นเรื่องสำคัญ พรรคการเมืองที่ทำเก่งและทำเยอะจะได้เปรียบเยอะ พรรคไหนที่ยังทำไม่เก่งก็ต้องไปกระตุ้นทำให้มากขึ้น ซึ่งวันที่ 14 พ.ค. นี้ เราจะรู้ผลกันแล้ว

ด้านนายปราปต์ กล่าวว่า ฐานคนอ่านมติชนกับเดลินิวส์น่าจะต่างกัน แต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์คือผลคะแนนออกมาไม่ต่างกัน ทั้งผลคะแนน ระยะห่างของคะแนน มีความสอดคล้องกันหมด เหมือนมีการดับเบิ้ลเช็คกัน อีกจุดหนึ่งของเป้าประสงค์ในการทำโพล คือ เราเป็นสื่อ และไม่ได้ต้องการทำโพลอย่างเป็นทางการเหมือนสำนักโพลมืออาชีพ แต่ต้องการกระตุ้นผู้อ่านและคนดูให้มีความสนใจ และอยากมีส่วนร่วมกับการเลือกตั้ง เราได้รับทราบเจตจำนงค์ทางการเมืองของประชาชน รวมทั้งการขยับขยายการผลิตคอนเทนต์ทางการเมืองใหม่ๆ จึงเป็นที่มาของการทำโพลและวิเคราะห์โพลการเมือง

นายปราปต์ กล่าวอีกว่า มีอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่นอกเหนือจากคะแนนโพล และเห็นเป็นรูปธรรมอันเกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้ง คือ มวลชนหน้าเวที ที่มีทั้งเสียงโห่ เสียงเชียร์ของแต่ละพรรค ที่มีความรู้สึก มีความรัก ความเกลียดชัง ความหวัง ทั้งหมดส่งผลต่อการเลือกตั้ง การมองเห็นถึงคะแนนผลโพล และมองความรู้สึกของคน นี่คือ พลังของประชาชนทั้งสิ้น

ขณะที่นายอัครพงษ์ กล่าวว่า การวิเคราะห์ผลโพล เราวิเคราะห์จากคะแนนที่ได้มา และจาก 4 คำถามของโพล คือ เลือก ส.ส.เขตจากพรรคใด เลือกปาร์ตี้ลิสต์พรรคใด สนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี และ ส.ว.ควรโหวตเลือกแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคใด ครั้งแรกมีผู้ร่วมทำโพลกว่า 8 หมื่นคน และรอบที่ 2 กว่า 7 หมื่นคน เรามีการทำสูตรในการวิเคราะห์โพลของมติชนกับเดลินิวส์ ซึ่งดึงเอากลุ่มตัวอย่างมาก่อน แล้วเอาความมีเหตุมีผลตามมา ซึ่งการทำโพลสะท้อนความเชื่อมั่น 95 % ความคลาดเคลื่อนมีเพียงร้อยละ 0.35 อีกทั้งโพลนี้มีผู้มีชื่อเสียง คนดัง นักการเมือง มีส่วนร่วมทำแบบสอบถาม รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นโพลที่สะท้อนกระแสของการมีส่วนร่วม และผลโพลที่ออกมาไปทางพรรคก้าวไกล

นายอัครพงษ์ กล่าวอีกว่า 4 คำถามนั้น มีการสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ระบุชื่อ ทั้งนี้เพศชาย มีสัดส่วนกว่า 60% พนักงานบริษัทมากที่สุด ระดับการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไปมากสุด กลุ่มรายได้ 5 หมื่นบาทขึ้นเยอะมากที่สุด โพลครั้งนี้คือ โพลของคนเสียงดัง แต่ตัวโพลที่มองไม่เห็นของคนตัวเล็กจะหาคำตอบได้จากพรรคการเมือง สุดท้ายนโยบายต่างๆ ของพรรคการเมือง ก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของประชาชนว่าชอบหรือไม่ กระทบต่อประชาชนหรือไม่ การเลือกตั้งในยุคดิจิทัล หรือ มาร์เก็ตติ้งดิจิทัล พรรคการเมืองต้องตามสมัย พรรคการเมืองไม่ตามกระแสออนไลน์มักไม่รอด

นายอัครพงษ์ สะท้อนมุมมองอีกว่า การเสนอขายการเลือกตั้งเป็นของชนหมู่มาก และมาพร้อมกับความนิยม ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม 1.กลุ่มที่เอาพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย 2.กลุ่มที่ไม่เอาพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย 3.กลุ่มที่เบลอๆ ไม่รู้จะเลือกอะไร กลุ่มนี้มีประมาณร้อยละ 20 ซึ่งจะหมุนไปตามกระแส และ 4.กลุ่มที่ Need Promotion ที่อิงตามนโยบาย สุดท้ายตนคิดว่าคำถามที่สำคัญ คือ คำถามที่เราไม่เห็นจากโพล คือโพลไม่เห็น 400 เขต แต่ละพรรคมีฐานพื้นที่อยู่แล้ว ให้แต่ละพรรคกลับไปดูฐานพื้นที่ของท่าน นั่นคือ บูมมาร์เกตของท่าน

“สิ่งสำคัญของโพล คือ การกระตุ้นความรู้สึกของคนให้มีส่วนร่วมกับการเลือกตั้ง มีจิตใจเป็นเจ้าของชาติ และ 14 พ.ค. นี้ ให้ออกไปเลือกตั้งกัน 8 ปีที่ผ่านมา ประชาชนสะสมความนึกคิด ผู้มีอำนาจอย่าดูเบา อำนาจต้องแชร์กัน เพราะไม่มีใครครองอำนาจอย่างยาวนาน สุดท้ายไม่แบ่งปัน คนๆนั้น จะโดนกำจัดอย่างสิ้นซาก ขณะเดียวกันคนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง อย่าไปดูแคลนคนที่ต้องการเหมือนเดิม ให้เรามีสติกับผลที่ออกมา ผู้คนที่มาเลือกตั้งล้วนกำหนดชะตาชีวิตของชาติ” นายอัครพงษ์ เผย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...