โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เศร้า ป้ากาลิ แรดอินเดีย หนึ่งเดียวในไทย จากไปแล้ว หลังอยู่คู่สวนสัตว์เชียงใหม่เกือบ 40 ปี

Khaosod

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 10.47 น.

เศร้า ป้ากาลิ แรดอินเดีย หนึ่งเดียวในไทย จากไปแล้ว หลังอยู่คู่สวนสัตว์เชียงใหม่เกือบ 40 ปี เผยสาเหตุการตาย

วันที่ 15 มิ.ย.2568 เพจ สวนสัตว์เชียงใหม่ Chiang Mai Zoo ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง การป่วยและตายของแรดอินเดีย "กาลิ" ในห้วงเวลาที่ผ่านมา โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2568 ที่ผ่านมา สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้สูญเสียแรดอินเดียเพศเมียชื่อ "กาลิ" ไปในช่วงเช้าของวันดังกล่าว โดยพนักงานเลี้ยงสัตว์ประจำจุด ได้รายงานการพบ "กาลิ" นอนนิ่งอย่างสงบบริเวณภายในส่วนจัดแสดง จึงเข้าไปตรวจดูพบว่าได้เสียชีวิตแล้ว จากนั้นได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบอย่างเร่งด่วน

ระยะเวลาที่ผ่านมาแรดอินเดียชื่อ "กาลิ" มีความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ คือมีของเหลวเป็นมูกไหลจากช่องคลอด (Vaginal Discharge) เป็นบางครั้งมาโดยตลอด พบครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2555 โดยพบว่าเป็นความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ในแรดอินเดียเพศเมีย ที่มีอายุมากและไม่เคยผสมพันธุ์หรือมีลูกมาก่อน โดยมักจะพบเนื้องอกในมดลูก กรณีนี้ตรวจพบมีของเหลวไหลจากช่องคลอด

ทางทีมสัตวแพทย์ได้วินิจฉัยและรักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะให้กินร่วมกับอาหาร เพื่อควบคุมการติดเชื้อแทรกซ้อน และเก็บตัวอย่างของเหลวเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการและได้ทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ สังเกตความผิดปกติต่างๆ ของร่างกายและพฤติกรรมทั่วไป มีการจัดเตรียมสูตรอาหารที่เหมาะสมกับแรดสูงอายุ ให้วิตามินเสริมเพื่อบำรุงร่างกายอย่างต่อเนื่อง

วันที่ที่แรดอินเดีย "กาลิ" ตายลง ทางองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยได้จัดส่งทีมสัตวแพทย์ จากสถาบันอนุรักษ์และวิจัยสัตว์ ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์เชียงใหม่ รวมผู้ช่วยสัตวแพทย์และทีมงานฝ่ายบำรุงสัตว์และฝ่ายอนุรักษ์วิจัย รวมจำนวน 15 คน ได้ทำการผ่าชันสูตรเบื้องต้น พบว่าสาเหตุการตายเกิดจากสภาพมดลูกอักเสบรุนแรง มีเนื้องอกในมดลูกขนาดใหญ่

ซึ่งสาเหตุดังกล่าว ได้มีการรักษามาอย่างต่อเนื่องตามความที่ระบุข้างต้น ขณะนี้ได้ส่งชิ้นเนื้อไปตรวจและรอผลการชันสูตรทางจุลพยาธิวิทยาเพิ่มเติมจากทางห้องปฏิบัติการชันสูตรโรค จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อไป

สำหรับประวัติแรดอินเดียเพศเมียชื่อ "กาลิ" ได้นำมาจากประเทศเนปาล โดยสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งประเทศเนปาล น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 จากนั้นทรงพระราชทานให้กับองค์การสวนสัตว์ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2529

ซึ่งขณะนั้น แรดกาลิมีอายุเพียง 1 ปี 2 เดือน องค์การฯ ได้จัดส่งมาไว้ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ "กาลิ" เกิดเมื่อปี 2528 ปัจจุบันอายุ 40 ปี เป็นแรดชรา (มีอายุขัยช่วง 30-40 ปี) มีน้ำหนักตัวประมาณ 2 ตัน สูง 1.5 เมตร มีนอเดียว ผิวหนังมีรอยย่นพับมองดูคล้ายเสื้อเกราะของนักรบโบราณ ชอบกินใบไม้เป็นหลัก ในระยะเวลาที่ผ่านมาได้ครองตัวเป็นโสดอยู่เพียงตัวเดียวเป็นระยะเวลานานทำให้การทำงานของระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ

จากการสูญเสียของแรดอินเดีย "กาลิ" ครั้งนี้ ในนามสวนสัตว์เชียงใหม่ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นแรดอินเดียหนึ่งเดียวที่มีในประเทศไทย และได้อยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่มาเกือบ 40 ปี

เป็นสัตว์เด่นที่มีเอกลักษณ์และความน่ารักเฉพาะตัว พนักงานเสมอสร้างสีสันให้กาลิเป็นข่าวอยู่เสมอในช่วงเวลาที่ผ่านมา และต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ให้การสนับสนุนและติดตามกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับแรดอินเดีย "กาลิ" ของสวนสัตว์เชียงใหม่ด้วยดีมาโดยตลอด

อนึ่งหลังจากที่แรด "กาลิ" ได้ล้มลงทางผู้บริหาร สัตวแพทย์ พนักงานเลี้ยง และผู้ที่เกี่ยวข้องนิมนต์พระภิกษุ วัดศรีโสดา มาทำพิธีทางศาสนา ส่งดวงวิญญาณของแรดกาลิไปสู่ยังภพภูมิที่ดีต่อไปแล้ว โดยผู้บริหารองค์การสวนสัตว์ ได้อนุมัติให้สวนสัตว์เชียงใหม่ ดำเนินการจัดทำแถลงการณ์แจ้งให้กับทุกท่านได้ทราบในห้วงเวลาที่เหมาะสมกับกาลเวลาต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศร้า ป้ากาลิ แรดอินเดีย หนึ่งเดียวในไทย จากไปแล้ว หลังอยู่คู่สวนสัตว์เชียงใหม่เกือบ 40 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...