โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม.เคาะโปรเจ็กต์ร่วมทุนฯ ทอท.ให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น-ให้บริการผู้โดยสาร รายที่ 2 “สุวรรณภูมิ”

Manager Online

เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 12.39 น. • MGR Online

ครม. อนุมัติทอท.เปิดร่วมทุนฯ โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นและกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 เพื่อให้งานต่อเนื่องหลังรายเดิมหมดสัญญาปี 2569 และรองรับผู้โดยสารเพิ่ม

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 1 ก.ค. 2568 มีมติอนุมัติตามที่ กระทรวงคมนาคม เสนอ ให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) หรือ ทอท. ดำเนินโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (Ground Support Equipment: GSE) และการให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นและกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (Passenger Handing Services: PHS) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (โครงการฯ) ของผู้ประกอบการรายที่ 2 ตามที่คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการนโยบายฯ) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบตามที่ ทอท. เสนอแล้ว

โดย ทอท. ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารท่าอากาศยานในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยในส่วนของโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (Ground Support Equipment: GSE) และการให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นและกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (Passenger Handling Services: PHS) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (โครงการฯ) โดย ทอท. ได้พิจารณาให้สิทธิการประกอบกิจการดังกล่าวแก่ผู้ประกอบการ (ให้สิทธิการประกอบกิจการแยกกัน) ดังนี้

ด้านกิจการ การให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (GSE) มีการให้สิทธิการประกอบกิจการในปัจจุบัน โดยมีผู้ประกอบการ จำนวน 2 ราย ได้แก่ (1) บริษัท การบินไทยฯ (สิ้นสุดสัญญาปี 2583) (2) บริษัท กรุงเทพเวิลด์ไวด์ (สิ้นสุดสัญญาปี 2569)

ด้านกิจการ การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น (PHS) มีการให้สิทธิการประกอบกิจการในปัจจุบัน โดยมีผู้ประกอบการจำนวน 3 ราย ได้แก่ (1) บริษัท การบินไทยฯ (สิ้นสุดสัญญาปี 2583) (2) บริษัท กรุงเทพเวิลด์ไวด์ (สิ้นสุดสัญญาปี 2564) (3) บริษัท สุฟท์ฮันซ่า เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์) จำกัด (สิ้นสุดสัญญาปี 2564)

โดยที่ผู้ประกอบการรายที่ 2 ของกิจการ GSE คือ บริษัท กรุงเทพเวิลด์ไวด์ จะครบกำหนดอายุสัญญาประกอบกิจการในปี 2569 ทอท. จึงมีความจำเป็นต้องพิจารณาให้สิทธิกับผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมล่วงหน้า เพื่อเป็นการรักษาจำนวนผู้ประกอบการให้เพียงพอต่อการให้บริการและสามารถรองรับการเติบโตของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยการให้สิทธิผู้ประกอบการรายใหม่ใหม่ในครั้งนี้ จะครอบคุมการดำเนินกิจการทั้ง GSE และ PHS เพื่อเพิ่มผู้ประกอบการในกิจการ PHS ให้มีความเหมาะสม เนื่องจากผลการศึกษาพบว่า ภายในปี 2575 จะมีจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินเพิ่มขึ้มขึ้นจนทำให้ผู้ประกอบการที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอ โดยเห็นว่าควรมีจำนวนผู้ประกอบการ ดังนี้ 1. ผู้ประกอบการ GSE จำนวน 3 ราย และ 2. ผู้ประกอบการ PHS จำนวน 4 - 5 ราย

สำหรับโครงการฯ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 รายใหม่ มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

หลักการโครงการ ประกอบด้วย วัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาให้สิทธิกับผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมล่วงหน้าก่อนที่สัญญาของผู้ประกอบการรายที่ 2 จะสิ้นสุดลง (สิ้นสุดสัญญาปี2569) ตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 เพื่อรักษาจำนวนผู้ประกอบการให้มีความเหมาะสมและเพียงพอต่อการให้บริการและสามารถรองรับการเติบโตของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบเขตการให้บริการ แบ่งออกเป็น 1. กลุ่มบริการหลักของผู้ให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นที่ต้องให้บริการแก่สายการบิน เช่น กลุ่มบริการอุปกรณ์สนับสนุนอากาศยาน กลุ่มบริการขนถ่ายและเคลื่อนย้ายกระเป้า สัมภาระ สินค้า และไปรษณียภัณฑ์ 2. กลุ่มบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การให้บริการการจัดการทั่วไปด้านภาคพื้น การให้บริการด้านผู้โดยสารขอบเขตการให้บริการ

รูปแบบการร่วมลงทุน จะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในรูปแบบ PPP Net Cost เนื่องจากเป็นรูปแบบการร่วมลงทุนที่มีความคุ้มค่าของเงิน (VFM) มากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่หน่วยงานของรัฐดำเนินการเองและกรณีที่ให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบอื่น ระยะเวลาโครงการ 20 ปี นับจากวันส่งมอบพื้นที่ (รายละเอียดการส่งมอบพื้นที่จะพิจารณาอีกครั้งในชั้นของการคัดเลือกเอกชน)

กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของโครงการ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของโครงการฯ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 จะเป็นของกระทรวงการคลังภายใต้กำกับดูแลของกรมท่าอากาศยาน โดยในส่วนของเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เอกชนเป็นผู้จัดหา เมื่อสิ้นสุดสัญญาทางภาครัฐมีสิทธิที่ตัดสินใจในการซื้อทรัพย์สินในราคามูลค่าตามบัญชี โดยคิดคำนวณจากราคาทุนหักด้วยค่าเสื่อมราคา ตามอายุการใช้งานตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป หรือทำสัญญาเช่าทรัพย์สินต่อในกรณีที่เอกชนเช่าเครื่องจักรและอุปกรณ์

การแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชน เอกชนจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรายได้ของโครงการฯ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 และเป็นผู้รับความเสี่ยงทางด้านรายได้โดยตรง โดยเอกชนต้องจ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ภาครัฐเป็นรายปีตามเงื่อนไขที่กำหนด

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาแล้วเห็นชอบในหลักการ/ไม่ขัดข้อง โดย สศช. มีความเห็นเพิ่มเติม เช่น เห็นควรมอบหมายให้ ทอท. ดำเนินการจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากความล่าช้าในกระบวนการคัดเลือกเอกชนทั้งในส่วนของผู้ประกอบการของโครงการฯ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 และผู้ประกอบการรายที่ 3 พร้อมทั้งเปิดกว้างให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการยื่นข้อเสนอร่วมลงทุนของโครงการฯ เพื่อให้ ทอท. สามารถคัดเลือกเอกชนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการให้บริการโครงการฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...