โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จากวันนั้นถึงวันนี้ 50 ปี ไทย-จีน ครึ่งศตวรรษแห่งมิตรภาพ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 04.24 น.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จากวันนั้นถึงวันนี้ 50 ปี ไทย-จีน ครึ่งศตวรรษแห่งมิตรภาพ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ถือเป็นวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน ตลอดระยะเวลาครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ดำเนินความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้น โดยมีความร่วมมืออย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และวัฒนธรรม อันสะท้อนให้เห็นความเป็น “ไทยจีนใช่อื่นใกล้ พี่น้องกัน” อย่างแท้จริง

แม้ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีนอย่างเป็นทางการจะมีมา 50 ปี แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีรากฐานที่ยาวนานกว่านั้นมากและมีความน่าสนใจอย่างยิ่งยวด ศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับวิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย จัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ไทย-จีน ภายใต้หัวข้อเรื่อง Commemorating the 50th Anniversary of China-Thailand Diplomatic Relations and Golden Jubilee of China-Thailand Friendship โดยในบรรดาการเสวนาทั้งหมด หัวข้อ“พัฒนาการของความสัมพันธ์ไทย-จีน: การทบทวนและสรุปบทเรียน” ถ่ายทอดเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน

ศาสตราจารย์ ดร.หยาง เป่าอวิ๋น จากคณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน กล่าวว่า ไทยและจีนมีความสัมพันธ์มายาวนานกว่า 2,000 ปี นับตั้งแต่ราชวงศ์สุโขทัย โดยมีชาวจีนโพ้นทะเลเข้ามาอาศัยใบบุญพระมหากษัตริย์ไทย ขณะที่เครื่องสังขโลกยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดในช่วงหนึ่งซึ่งได้รับผลกระทบมาจากสงครามเย็น แต่หลังจากนั้นก็ได้มีความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต โดยเฉพาะหลังจากการประชุมบันดุงปี 2498 จนในปี 2518 ไทยและจีนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ เป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนในหลากหลายด้าน

ดร.หยางกล่าวว่า ในช่วงวิกฤตโควิด ไทยและจีนให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี ทั้งยังมีการลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างรถไฟความเร็วสูง อีกทั้ง มูลค่าทางการค้าทวีคูณเป็นเท่าตัว จาก 24.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงที่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ในปัจจุบัน มูลค่าทางการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 133,981.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 ด้วย ที่สำคัญ ทั้งสองฝ่ายต่างผลักดันความสัมพันธ์ระดับสูงโดยมีการเยือนในระดับผู้นำประเทศ ส่วนในระดับประชาชน นักท่องเที่ยวจีนก็เป็นกลุ่มหลักที่มาเที่ยวไทยเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวชาวไทยก็ให้เดินทางไปเที่ยวจีนเช่นกัน

ศาสตราจารย์ ดร. ซ่ง ชิงรุ่น คณะเอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศปักกิ่ง ประเทศจีน กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์กับจีน โดยได้บรรลุแผนความร่วมมือในศตวรรษที่ 21 เมื่อปี 2542 และในปี 2565 ระหว่างที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เยือนไทย ทั้งสองฝ่ายออกถ้อยแถลงร่วม ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยการดำเนินการเพื่อมุ่งสู่การเป็นประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันไทย – จีน เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้น และได้ลงนามในข้อตกลงสองฉบับ ได้แก่ ปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-จีน ฉบับที่ 4 ปี 2565-2569 และแผนความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง

ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ระหว่างการเยือนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร รัฐบาลของสองประเทศออกถ้อยแถลงร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านและการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันไทย-จีน เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ที่มุ่งมองไปข้างหน้าและมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ดร.ซ่งกล่าวเสริมในมิติเศรษฐกิจว่า จีนเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยเป็นเวลาต่อเนื่องกันถึง 12 ปี ขณะที่ไทยเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในด้านความมั่นคง ไทยเป็นประเทศแรกที่กระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศจัดตั้งกลไกการปรึกษาหารือด้านกลาโหมและความมั่นคงประจำปีเมื่อปี 2544 ประกอบกับมีการฝีกซ้อมรบร่วมกันสม่ำเสมอหลายครั้ง ไทยและจีนไม่ได้มีความร่วมมือด้านความมั่นคงแบบดั่งเดิมเท่านั้น เพราะมีความร่วมมืออย่างลึกซึ้งในการจัดการกับความท้าทายจากการก่อการร้าย การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางไซเบอร์ การแพร่ระบาดของโรคและวิกฤตเศรษฐกิจด้วย

ดร.ซ่งยังบอกด้วยว่า ในระดับประชาชน มีนักเรียนจีนมากกว่า 20,000 คนที่กำลังศึกษาในไทย และการท่องเที่ยวก็เป็นเสาหลักสำคัญ โดยปี 2555 เป็นปีแรกที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยมากที่สุดในจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด ระหว่างปี 2561 ถึง 2562 นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยมากกว่า 10 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในทางการทูต นอกเหนือจากการมีสถานเอกอัครราชทูตที่เมืองหลวงของสองประเทศแล้ว ยังมีการดำเนินการสถานกงสุลและสำนักงานเศรษฐกิจหรือการค้าจำนวนมากในหลายจังหวัด สำหรับในมิติวัฒนธรรม ลาบูบู้ ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ที่ออกแบบโดยชาวจีน ได้ความรับความนิยมอย่างมากในไทยด้วย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยพร พยาครุฑ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ระหว่างปี 2496 ถึง 2498 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม พยายามที่จะถ่วงดุลอำนาจกับสหรัฐและเข้าหาจีนเพื่อให้ความสัมพันธ์เกิดขึ้น ถือเป็นความพยายามแรกๆ ในการสร้างความสัมพันธ์ที่นำไปสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการที่สหราชอาณาจักรรับรองจีนเมื่อปี 2493 ส่งผลให้ผู้นำไทยทบทวนว่าจะทำอย่างไรหากสหรัฐออกจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปแล้ว

ในสมัยสงครามเกาหลีใต้ สหรัฐเรียกร้องให้ไทยสนับสนุนส่งเสบียงและกำลังทหารเพื่อสู้รบในสงคราม ในเอกสารระบุว่า จอมพล ป. ส่งทหารไปช่วยรบ 1,200 รายในรอบแรกและเว้นระยะจนสหรัฐมาทวงถาม จึงได้ตอบไปว่าทหารไทยต้องอยู่ในไทยเพื่อพิทักษ์ประเทศ แสดงให้เห็นว่าไทยไม่ได้ทำตามสหรัฐทุกอย่าง

นายชัยพรกล่าวว่า ไทยมองการประชุมเจนีวา พ.ศ.2497 ว่าเป็นโอกาสในการสานสัมพันธ์กับจีนจึงได้ส่งกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ไปเป็นประธาน ขณะที่นายปรีดี พนมยงค์ที่กำลังลี้ภัยอยู่ที่จีนในตอนนั้น กล่าวว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้เป็นอิสระเสียที จากนั้นในการประชุมที่บันดุง 2 ปีถัดมา ไทยตอบรับกับสหรัฐว่าจะส่งผู้สังเกตการณ์ไปเข้าร่วมเป็นประเทศแรกและได้ส่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศไป แสดงให้เห็นว่าไทยให้ความสำคัญกับการประชุมนี้เป็นอย่างมาก

นายชัยพรกล่าวอีกว่า ในการประชุมบันดุง พระองค์เจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศในขณะนั้นพบหารือกับนายโจ เอินไหล นายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งได้คลายความกังวลที่ไทยมีโดยได้กล่าวกับไทยในที่ประชุมว่า การปฏิวัติสำเร็จได้ด้วยชาวจีนเองไม่ใช่การปฏิวัติการภายนอก จีนคัดค้านการแทรกแซงจากภายนอกแล้วทำไมจีนจะไปแทรกแซงประเทศอื่น ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จีนที่ยกทัพไปประเทศอื่น

หลังจากการประชุม พระองค์เจ้าวรรณกล่าวกับนักข่าวว่า การพูดคุยระหว่างไทยกับจีนทำให้มีการสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน ประเทศไทยควรที่จะพิจารณาทบทวนนโยบายต่างประเทศเสียไปเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา

ด้าน ศาสตราจารย์ จาง ซีเจิ้น คณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน กล่าวว่า นายสังข์ พัธโนทัย เป็นบุคคลสำคัญในการก่อตั้งความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีน หลังจากที่ตระหนักถึงความมั่นคงของไทยจากเหตุการณ์ที่สหรัฐไม่ได้ชนะสงครามเกาหลี รวมถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะถอนอิทธิพลออกจากเอเชีย อีกทั้ง ในการประชุมเจนีวา สหรัฐและจีนได้มีการพูดคุยกันในระดับเอกอัครราชทูต จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ไทยมีต่อจีนใหม่ โดยได้มีการส่งทูตใต้ดินของไทยไปจีนเมื่อเดือนกันยายน 2498 และส่งบุตรของตนไปลูกบุญธรรมของนายโจวเอินไหล เพื่อแสดงให้เห็นความไว้เนื้อเชื้อใจที่มีต่อฝ่ายจีน นับได้ว่านายสังข์เป็นผู้ที่บุกเบิกความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและเป็นหมุดหมายสำคัญของมิตรภาพที่ไทยและจีนมีต่อกันในปัจจุบัน

ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ไทยและจีนได้พิสูจน์ให้เห็นถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นและความร่วมมือที่เข้มแข็ง ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ ขับเคลื่อนด้วยรากฐานอันมั่นคงและความไว้เนื้อเชื้อใจ เพื่อร่วมกันสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน และเดินหน้าเคียงคู่กันตลอดไปในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จากวันนั้นถึงวันนี้ 50 ปี ไทย-จีน ครึ่งศตวรรษแห่งมิตรภาพ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...