โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: ใส่หน้ากากประท้วง ผิดกฎหมายในสหรัฐฯ จริงหรือ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 06.34 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 23.34 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

01 กรกฎาคม 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลน่าสงสัย :

มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเหตุประท้วงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ หรือ ICE ในลอสแอนเจลิสเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศทางสื่อ Truth Social เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2025 ว่าเตรียมออกกฎหมาย ให้การสวมหน้ากากประท้วงรัฐบาลเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

บทสรุป :

1.ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจออกกฎหมายห้ามผู้ชุมนุมใส่หน้ากาก
2.หน้ากากถูกมองว่าเป็นเครื่องมือส่งเสริมการแสดงออกตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

กฎหมายห้ามสวมหน้ากากในสหรัฐฯ

สหรัฐฯ เคยใช้กฎหมายห้ามสวมหน้ากากตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โดยปี 1845 รัฐนิวยอร์กได้ผ่านกฎหมายห้ามสวมหน้ากาก เพื่อรับมือเหตุกลุ่มชาวนาประท้วงการเรียกเก็บค่าเช่าย้อนหลัง ด้วยการปลอมตัวเป็นชาวอเมริกันพื้นเมืองและทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ในทศวรรษที่ 1950s หลายรัฐได้ออกกฎหมายห้ามสวมหน้ากาก เพื่อรับมือกับกลุ่มก่อการร้าย Ku Klux Klan ที่พรางตัวในชุดคลุมสีขาวระหว่างก่ออาชญากรรมทางเชื้อชาติ

แม้หลายรัฐมีความพยายามนำกฎหมายห้ามสวมหน้ากากกลับมาบังคับใช้ แต่ก็มีการโต้แย้งว่าการห้ามสวมหน้ากากคือการขัดขวางการแสดงออกโดยไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ

ในแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นศูนย์กลางการประท้วง มีประมวลกฎหมายแคลิฟอร์เนีย มาตรา 185 ห้ามการสวมหน้ากากหรือปกปิดตัวตนระหว่างการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย

แต่กฎหมายดังกล่าวไม่ครอบคลุมการสวมหน้ากากระหว่างการชุมนุมประท้วงอย่างสันติ ซึ่งได้รับการคุ้มครองจากการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐครั้งที่ 1 หรือ First Amendment ที่ห้ามรัฐบาลออกกฎหมายลดทอนเสรีภาพในการพูด เสรีภาพทางศาสนา เสรีภาพสื่อ เสรีภาพในการสมาคม หรือสิทธิการร้องทุกข์ต่อรัฐบาลเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน

ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจ

โจนาธาน มาร์โควิตซ์ ทนายความจากสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน สำนักงานแคลิฟอร์เนียใต้ อธิบายว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีอำนาจออกคำสั่งจับกุมผู้ประท้วงที่สวมใส่หน้ากาก หากมีการดำเนินคดี ศาลจะพิจารณาว่า การปกปิดตัวตนช่วยให้ประชาชนแสดงออกตามสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

ราเชล โมราน รองศาสตราจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์โทมัส อธิบายว่า ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจห้ามหรือทำให้การสวมหน้ากากระหว่างการประท้วงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เพราะการจะทำให้การสวมหน้ากากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เป็นการตัดสินใจของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่ของฝ่ายบริหาร

นอกจากนี้ ผู้ประท้วงยังเป็นกลุ่มที่สามารถอ้างสิทธิการสวมหน้ากากได้มากที่สุด เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อการแสดงออกทางการเมืองโดยไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งได้รับการคุ้มครองจาก First Amendment

แจน เวอร์เนอร์ มูลเลอร์ ศาสตราจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ชี้แจงในบทความของเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Guardian ว่า อาจมีการตั้งคำถามผู้ประท้วงที่สวมหน้ากากว่า พวกเขาจำเป็นต้องปกปิดสิ่งใด แต่ในบริบทของสังคมที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางการเมือง การสวมหน้ากากระหว่างร่วมกิจกรรมทางการเมืองช่วยป้องกันผู้ร่วมกิจกรรมจากผลกระทบที่อาจได้รับจากคนที่เห็นต่างทางการเมือง เช่น หน่วยงานของรัฐหรือคนในสถานที่ทำงาน

ข้อโต้แย้งเรื่องการปฏิบัติสองมาตรฐาน

ความตั้งใจของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในการดำเนินคดีผู้ประท้วงที่ปกปิดตัวตนภายใต้หน้ากาก อาจนำมาซึ่งข้อกล่าวหาเรื่องการเลือกปฏิบัติ เช่น การให้สิทธิเจ้าหน้าที่ควบคุมการชุมนุมสามารถปกปิดใบหน้าและชื่อของตนเองได้ รวมถึงเหตุการณ์ประท้วงบุกยึดรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อประท้วงการแพ้เลือกตั้งของ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2021 ซึ่งผู้ประท้วงไม่น้อยสวมหน้ากากระหว่างบุกรัฐสภา แต่กลับได้รับการอภัยโทษจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ในเวลาต่อมา

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.politifact.com/article/2025/jun/12/Trump-ban-masks-protesters-LA-California-Newsom/
https://www.theguardian.com/commentisfree/2025/jun/11/protesters-masks-trumps-double-standard

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...