โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วงการสงฆ์ไทย ฉาวไกลไปต่างแดน สื่อต่างชาติประโคมข่าวกันฉ่ำ!

INN News

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • INN News

กรณีเรื่องอื้อฉาวของวงการพระสงฆ์ของไทย ไม่เพียงแต่เป็นที่สนใจของคนในสังคมไทย ที่เป็นชาวพุทธ เท่านั้น เรื่องฉาว ๆ ในวงการผ้าเหลือง ยังดังกระฉ่อนไกลไปถึงต่างแดน โดยสื่อต่างชาติ ประโคมข่าวฉาวของพระสงฆ์ และวิเคราะห์กันไปในทิศทางที่หลากหลาย

อย่าง The Guardian (เดอะกาเดียน) สื่อของอังกฤษ รายงานโดยไล่เรียงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น มีจุดเริ่มต้น จากพระผู้ใหญ่ที่มีตำแหน่งสูงในกรุงเทพฯ หายตัวไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ตำรวจเริ่มสืบสวนและพบเบาะแส เรื่องการมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวชื่อ "วิลาวัลย์ เอมสวัสดิ์" ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับพระหลายรูป เดอะกาเดียน ยังรายงานด้วยว่า เบื้องหลังคือการแบล็กเมล์และเงินก้อนโต โดย สีกากอล์ฟ ถูกกล่าวหาว่า ล่อลวงพระระดับสูงหลายรูป ให้มีความสัมพันธ์ทางเพศ จากนั้นใช้ภาพถ่าย/วิดีโอลับมาแบล็กเมล์เรียกเงิน มีเงินไหลเข้าบัญชีของเธอกว่า 385 ล้านบาท ภายใน 3 ปี เธอถูกจับและยอมรับว่ามีความสัมพันธ์กับ พระหลายรูป

เดอะกาเดียน อ้างอิง ความคิดเห็นจาก นักวิชาการของไทยบางคน ที่ระบุว่า แม้สีกากอล์ฟ จะใช้วิธีผิดกฎหมาย แต่เธอก็ เปิดโปงความเสื่อมภายในสถาบันสงฆ์ ได้อย่างที่วงการภายในไม่เคยทำได้ หลายเสียงเตือนว่าไม่ควรโทษ ผู้หญิงฝ่ายเดียว เพราะพระเองก็ ฝ่าฝืนศีล และใช้ตำแหน่งทางศาสนาในทางที่ผิด

ขณะที่ Sky News สื่อของอังกฤษ นำเสนอข่าวของพระสงฆ์ไทยและสีกากอล์ฟ โดยระบุว่า วิลาวัลย์ ถูกจับกุม หลังพบว่ามีความสัมพันธ์กับพระสงฆ์ระดับสูงหลายรูปแล้วขู่เรียกเงิน โดยมียอดเงินที่พระสงฆ์โอนให้เธอรวม แล้วกว่า 385 ล้านบาท ซึ่งพระสงฆ์บางรูปลาสิกขา บางรูปหายตัวไป และบางรูปถูกสอบสวนโดยตำรวจไทย

ส่วน AP News สื่อของสหรัฐอเมริกา นำเสนอข่าวของสีกากอล์ฟ โดยระบุว่า เธอถูกจับในข้อหาแบล็กเมล์พระ สงฆ์ระดับสูงหลายรูป โดยใช้ภาพและวิดีโอส่วนตัวที่ถ่ายไว้ระหว่างมีความสัมพันธ์กัน จากการสอบสวน พบว่ามีเงินถูกโอนจากพระสงฆ์มายังบัญชีของเธอรวมกว่า 385 ล้านบาท ภายในเวลา 3 ปี ตำรวจพบหลักฐานสำคัญ ในโทรศัพท์มือถือของเธอ ทั้งภาพ ข้อความ และข้อมูลการโอนเงิน พระอย่างน้อย 9 รูปถูกสึกหรือแสดงตัวว่า ออกจากสมณเพศแล้ว

ขณะที่ Euronews สื่อดังของยุโรป ย้ำข้อมูลนี้ว่า วิลาวัลย์ หรือ สีกากอล์ฟ ดึงพระสงฆ์ระดับสูงหลายรูป เข้ามาเกี่ยวข้องผ่านความสัมพันธ์ทางเพศ แล้วแบล็กเมล์เรียกรับเงินเป็นมูลค่านับล้านยูโร ตลอดช่วง 3 ปี เหตุการณ์นี้ส่งผลสะเทือนต่อวงการสงฆ์ไทย ด้านหน่วยงานศาสนาเตรียมทบทวนบทบาทและการควบคุมกิจการเงินวัด เพื่อป้องกันการทุจริตและละเมิดธรรมเนียมสงฆ์

สื่อของจีน อย่าง South China Morning Post ระบุว่า เหตุการณ์เริ่มต้นจากการหายตัวไปของเจ้าอาวาส จากวัดใหญ่ในกรุงเทพ หลังจากมีข่าวความสัมพันธ์กับ สีกากอล์ฟ และพระรูปนั้นได้สละสมณเพศไปแล้ว หลังจากนั้นตำรวจขยายผลและพบว่า มีพระสงฆ์ระดับสูงหลายรูปอยู่ในคลิปพร้อมกับข้อความแชต ซึ่งระบุว่ามีการเรียกรับเงินเพื่อปิดข่าว ยังให้ข้อมูลว่าเหตุการณ์นี้ได้ เปิดโปงระบบอำนาจและเงินทองในวัด สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในวงการสงฆ์ไทย โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎข้อบังคับเรื่องความเป็นโสดและการจัดการทรัพย์สินวัดอย่างไม่ชัดเจน

ยังมีการกล่าวถึงว่าพระบางรูปอาจเสียตัวเองเพื่อเงิน อีกทั้งการหายตัวของพระสงฆ์บางรูปก็สร้างคำถามว่าอาจเกี่ยวข้อง กับการคุกคามหรือความกังวลเรื่องการแบล็กเมล์หรือไม่

Navbharat Times (นับ บา รัท ไทมส์) สื่อของอินเดีย ระบุว่า จุดเริ่มเรื่อง:ของ สีกากอล์ฟ สีกาสุดอื้อฉาว เธอเป็นตกเป็น ผู้ต้องหาในคดีแบล็กเมล์พระสงฆ์ระดับสูงของไทย และเธอถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับพระหลายรูป แล้วบันทึก คลิป-ภาพไว้เพื่อนำมาแบล็กเมล์เรียกเงินมหาศาล โดยตำรวจพบไฟล์ภาพและคลิปวิดีโอกว่า 80,000 ไฟล์ บนมือถือของเธอ หลายชิ้นแสดงให้เห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพระระดับสูง ทั้งในห้องพักโรงแรมและในวัด เรื่องราวดังกล่าว สร้างความตกตะลึงในวงการศาสนาไทย และกระตุ้นให้สังคมหันมาสนใจการปฏิรูปวัดและวินัยสงฆ์

กรณีเรื่องราวข่าวฉาวของวงการพระสงฆ์ไทย ภาคส่วนของสังคมที่เกี่ยวข้องต่างเรียกร้องให้มีการปฏิรูปวงการผ้า เหลืองอย่างจริง โดยเฉพาะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม ควรมีบทลงโทษที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ ต่อพระสงฆ์ที่ประพฤติผิดพระธรรมวินัย

ทางด้าน นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น้อมนำข้อห่วงใยของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการสงฆ์ และกำลังพิจารณาแนวทางแก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เน้นประเด็น การลงโทษพระที่ประพฤติผิดวินัย และการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาเพื่อความรอบคอบและจะเร่งนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเร็วที่สุดรวมถึง ประสานกับกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกัน เนื่องจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่มีอำนาจในการจับกุม พร้อมยืนยันว่าทุกหน่วยงานไม่ได้นิ่งนอนใจ ในเรื่องนี้ เพราะตระหนักดีว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อศรัทธาของพุทธศาสนิกชน แต่ย้ำว่า ความผิดเป็นเรื่องของบุคคล ไม่ใช่เรื่องของพระศาสนา

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...