โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“นก” กว่า 500 สายพันธุ์ กำลังจะหายไปในศตวรรษนี้ และอาจพลิกระบบนิเวศทั่วโลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 05.00 น.
รายงานล่าสุดเผยว่าโลกอาจสูญเสีย “นก” ไปกว่า 500 สายพันธุ์ภายในศตวรรษนี้ หากไม่มีการลงมืออนุรักษ์อย่างจริงจัง วิกฤตครั้งนี้ไม่เพียงหมายถึงการสูญพันธุ์ของนกเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบนิเวศทั่วโลกกำลังเสี่ยงต่อการล่มสลาย ทั้งจากการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย การล่าสัตว์ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

รายงานล่าสุดจากทีมนักวิจัยนานาชาติชี้ว่า โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการสูญพันธุ์ของนกในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยคาดการณ์ว่าอาจมีนกมากกว่า 500 สายพันธุ์สูญพันธุ์ภายในศตวรรษนี้ หากไม่มีการดำเนินมาตรการอนุรักษ์อย่างเร่งด่วน รายงานฉบับนี้ตีพิมพ์ในวารสารNature Ecology and Evolutionโดยอ้างอิงข้อมูลจากนกเกือบ 10,000 สายพันธุ์ทั่วโลก ซึ่งแทบทั้งหมดเป็นนกที่มีการค้นพบในปัจจุบัน พร้อมใช้ฐานข้อมูลของ IUCN ในการประเมินความเสี่ยงของการสูญพันธุ์

หนึ่งในสาเหตุหลักที่ผลักดันให้นกจำนวนมากเข้าสู่ภาวะใกล้สูญพันธุ์คือ “การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย” ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากการขยายตัวและการทำเกษตรเชิงเดี่ยวอย่างเข้มข้น นอกจากนี้ “การล่าสัตว์” และ “ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ก็ล้วนเป็นปัจจัยร่วมที่เร่งกระบวนการสูญพันธุ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้อมูลในรายงานยังชี้ว่าต่อให้กิจกรรมมนุษย์ที่เป็นภัยคุกคามทั้งหมดหยุดลงในทันที ก็ยังมีนกกว่า 250 สายพันธุ์ที่อาจสูญพันธุ์อยู่ดี เนื่องจากพวกมันอยู่ในสภาพเปราะบางเกินกว่าจะฟื้นตัวได้เอง

นักวิจัยจึงเสนอให้ใช้ “โปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะ” สำหรับสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งรวมถึงการเพาะพันธุ์ในที่กักเลี้ยง การปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ และการฟื้นฟูถิ่นที่อยู่อาศัย โดยเน้นว่ามาตรการเชิงป้องกันเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องมีการแทรกแซงเชิงรุกหากต้องการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของนกไว้ให้ได้ในระยะยาว

ตัวอย่างของความสำเร็จในการอนุรักษ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เช่น นกแคลิฟอร์เนียคอนดอร์ ซึ่งเคยสูญพันธุ์ในธรรมชาติเมื่อปี 1987 เหลือเพียง 22 ตัวในที่กักเลี้ยง ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์จะดำเนินการเพาะพันธุ์และปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ปัจจุบันมีประชากรในป่ากว่า 350 ตัว เช่นเดียวกับนกบิตเทิร์นในสหราชอาณาจักร ที่เคยหายไปจากการเป็นนกพื้นถิ่นช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เพราะถิ่นที่อยู่อาศัยถูกแปลงสภาพเป็นพื้นที่เกษตรกรรม แต่หลังจากมีการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ ก็สามารถฟื้นจำนวนประชากรได้จนมีนกเพศผู้ร้องขับมากกว่า 280 ตัวในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่า 200 ปี

รายงานยังเสริมว่า ปัจจุบันมีนกเกือบครึ่งหนึ่งของโลกที่ประชากรกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักได้แก่ การสูญเสียที่อยู่อาศัย การตัดไม้ทำลายป่า สายพันธุ์รุกราน การใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินขนาด และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

แม้จะไม่มีวิธีแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จแต่การจัดตั้งเขตอนุรักษ์ การลดภัยคุกคามจากมนุษย์ และการใช้โปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะสำหรับนกบางสายพันธุ์ที่ไม่สามารถฟื้นตัวได้เอง ล้วนเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นและต้องดำเนินการควบคู่กัน หากมนุษยชาติยังต้องการรักษานกเหล่านี้ไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศต่อไปในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...