โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

โจรใต้ป่วนปัตตานี”วางบึ้ม-เผารถ”ลอบวางจยย.บอมบ์สนามบินภูเก็ต

สยามรัฐ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 22.21 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 22.21 น.

“ปัตตานี” ป่วนหนัก! คนร้าย บุกเผา อบต.และรถ 4 คัน” ทิ้งวัตถุคล้ายระเบิดป่วนอีก 4 จุด 2 อำเภอ ระทึกอีก! จนท.เร่งค้นหาระเบิดอีก 3 ลูก พื้นที่“แหลมพรหมเทพ-หาดป่าตอง”จ.ภูเก็ต หลังคนร้ายลอบวาง “จยย.บอมบ์” สนามบินภูเก็ต

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้าย ลอบ วางเพลิงอาคารที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลแป้น ในพื้นที่ ม.2 บ.จะเฆ่ ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยเพลิงได้ลุกไหม้ไปยังรถยนต์ของ อบต. อีก 4 คัน

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.ธีรพจน์ ยินดี ผกก.สภ.สายบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่องรอยคราบน้ำมันเบนซินบริเวณที่เกิดเหตุทั้งภายในอาคารและบริเวณโรงจอดรถ นอกจากนี้ยังพบร่องรอยของคนร้ายบริเวณกำแพงด้านหลังตัวอาคาร และตามจุดต่าง ๆ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ได้มีเจ้าหน้าที่ของ อบต.แป้น จำนวน 3 คน ได้เข้าเวรแต่ช่วงกลางคืนโดยนั่งอยู่บริเวณด้านนอกตัวอาคาร ปรากฏว่าได้มีคนร้ายประมาณ 10 คน สวมใส่หมวกใบพรมปิดบังใบหน้าพร้อมอาวุธปืน ได้ปีนกำแพงด้านหลังตัวอาคารเข้ามาและได้บุกเข้ามาจับตัวเจ้าหน้าที่ อบต.3 คน ที่นั่งเฝ้าเวรอยู่หน้าอาคารพร้อมใช้อาวุธปืนข่มขู่ไม่ให้เสียงดัง ระหว่างนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ อบต.อีก 1 คน กำลังเดินเข้ามาคนร้ายจึงใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า ทำให้เจ้าหน้าที่วิ่งหนี จากนั้นคนร้ายได้แบ่งกำลังเป็นสองชุด โดยชุดแรกได้เข้าไปวางเพลิงรถยนต์ที่จอดไว้ในโรงรถ ส่วนชุดที่สองได้บุกเข้าไปในอาคารราดน้ำมันเบนซินเผาภายในห้องทะเบียน จุดเกิดเพลิงไหม้ทั้งสองจุด หลังก่อเหตุคนร้ายจึงได้หลบหนีไปทางด้านหลังอาคารก่อนจะปีนกำแพงหนีเข้าไปในป่า

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า คนร้ายได้ลอบเผายางรถยนต์ และวางตะปูเรือใบ บริเวณถนนภายในหมู่บ้านบางเก่าใต้ พื้นที่ ม.2 ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

นอกจากนี้ ยังพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดวางอยู่ในพื้นที่จำนวน 4 จุด ประกบด้อย จุดที่ 1 บริเวณริมถนน บ้านอุแตบือราแง ม.2 ต.ตะโละดือรามัน จุดที่ 2 บริเวณพื้นที่ ม.3 ต.กะรุบี บริเวณแผงกั้นถนนหน้าโรงเรียนบ้านมือลอ ม.4 ต.ปล่องหอย และจุดที่ 4 บริเวณสะพาน บ.มือลอ ม.7 ต.ปล่องหอย โดยเชื่อว่าคนร้ายมีความพยายามที่จะก่อกวนโดยไม่พุ่มทำร้ายประชาชนในพื้นที่เพียงต้องการสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้น

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า เหตุคนร้ายนำรถ จยย.บอมบ์ มาจอดทิ้งไว้บริเวณลานจอดรถ ในท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งห่างจากอาคารผู้โดยสารประมาณ 200 เมตร ก่อนเจ้าหน้าที่ EOD ตรวจพบและยิงทำลาย พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุครั้งนี้ไปสอบสวน

มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ปัตตานี ได้รับตัวผู้ต้องหาจากคดีดังกล่าว จาก สภ.เมืองพังงา มาส่งศูนย์ซักถาม ศพส.ศปก.ตร.สน. จ.ยะลา ซึ่งการสอบสวน นายมาหามะ วาเด็ง หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ได้นำระเบิดไปวางไว้ 3 ลูก เป็นรถจยย. บอมบ์ สีขาว ทะเบียน 3422 โดยมีแผนนำเข้าไปวางในสนามบินภูเก็ต โดยตนเองให้เพื่อนขับรถส่งที่บ้านเพื่อน ในพื้นที่ยะรัง เมื่อไปถึงมีรถเก๋งคันที่ถูกจับจอดอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังพบ รถจยย. อีก 3 คัน โดยสลับกันขับขี่ และนายสุไลมาน ขับรถเก๋งบรรทุกระเบิด และน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในรถ และแวะพักที่ จ.กระบี่ จำนวน 1 คืน จากนั้นออกเดินทางต่อไปยัง จ.ภูเก็ต ได้มีการนำกระเป๋าส่งอาหารมาติดตั้ง เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ จนกระทั่งถึงมัสยิดบ้านท่าฉัตรไชย ก็ได้จอดรวมตัวกันกินข้าว ละหมาด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นเดินทางต่อไปที่มัสยิดนูรุลญัณณะห์ บ้านบางโรง เพื่อทำการละหมาดอีกครั้ง

ทั้งนี้ หลังละหมาดเสร็จ นายปะจู ได้นำระเบิด 1 ลูก ใส่ไว้ใต้เบาะรถเวฟ สีขาว จยย. สีขาว ทะเบียน 3422 เพื่อทำเป็น จยย.บอมบ์ จากนั้น นายปะจู ได้ขี่ไปวาง โดยมี นายเปาะซู ขี่จยย.ไปรับ หลังจากวางเสร็จ ทั้ง 2 คน ขับกลับมาที่มัสยิดนูรุลญัณณะห์ จากนั้นได้ออกไปวางระเบิดที่แหลมพรหมเทพ จำนวน 1 ลูก และวางที่หาดป่าตอง จำนวน 2 ลูก จากนั้นได้แยกกันเดินทางกลับจนกระทั่งถูกจับกุม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...