โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศบ.ทก. ชี้ทั่วโลกรายงาน 'กัมพูชา' ที่ตั้งค้ามนุษย์ เหตุไทยต้องเข้มจุดผ่านด่านชายแดน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 06.29 น.

ศบ.ทก. ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หาช่องทางกระจายสินค้า จ่อผ่อนปรนรถขนส่งข้ามแดนหลังสินค้าตกค้างเสียหาย - อนุโลมแรงงานข้ามชาติรับฤดูเก็บเกี่ยว

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล การแถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) โดยมีพล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย และ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แถลง

รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึง สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ว่า สถานการณ์ตามแนวชายแดนทุกจุดวันนี้ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การควบคุมการผ่านเข้าออกแดนยังเข้มงวดตามมาตรการและย้ำว่ามีการอนุโลมสำหรับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยเฉพาะกรณีผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องรักษาพยาบาลและนักเรียนนักศึกษาที่มาเรียนในฝั่งไทย รวมถึงบุคคลที่มีความจำเป็นที่ต้องมากระจายใช้สอยของใช้ชีวิตประจำวันตามแนวชายแดน

ซึ่งในช่อง 10 วันที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดสระแก้วมีนักเรียนนักศึกษา 6,500 คนที่ได้รับการอนุโลมผ่านแดน เฉลี่ย 500 – 600 คนต่อวัน ขณะที่ผู้ป่วยจำนวน 30 ราย

อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่รับผิดชอบตามจุดผ่านอย่างใกล้ชิด เพราะในแต่ละวันอาจจะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ขอให้ประชาชนคลายกังวลเพราะไทยยึดหลักมนุษยชนและมนุษยธรรมขณะเดียวกันก็ได้มีการหารือกับฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่โดยตลอด

ส่วนเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ มีรายงานจาก สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาญากรรมแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีรายงานเกี่ยวกับ การหลอกลวงทางออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สำคัญคือระบุว่า “กัมพูชา” เป็นหนึ่งในที่ตั้งสำคัญของขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ และล่าสุดเมื่อวานนี้องค์กรนิรโทษกรรมสากลก็ออกรายงานอีกหนึ่งฉบับเรื่องการค้ามนุษย์และหลอกลวงทางออนไลน์

รายงานสองฉบับนี้ตอบย้ำความสำคัญและเหตุผลความจำเป็นที่รัฐบาลไทยจะต้องยกระดับมาตรการการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมาตรการสำคัญประการหนึ่งก็คือการเพิ่มความเข้มข้นการควบคุมจุดผ่านแดน เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากัมพูชาจะให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทยอย่างจริงจังและจริงใจในการขจัดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินและเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนทั้งสองประเทศ

ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมมือกับไทยที่จะแสดงบทบาทนำในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงถึงด้านความมั่นคงว่า เน้นย้ำกลไกการทำงานของไทยว่ายังเป็นเอกภาพ โดย ศบ.ทบ. รับผิดชอบขับเคลื่อนมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนต่างๆและติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

ส่วนเรื่องการผ่านเข้าออกของยานพาหนะขนส่งสินค้าข้ามแดน หลังจากที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้วเมื่อวานนี้ และมีข้อห่วงใยในเรื่องนี้ 2 เรื่อง คือการผ่อนผันการนำเข้าแรงงานตามฤดูกาล หรือ แรงงานตามมาตรา 64 ของแรงงานต่างด้าว การผ่านเข้าออกของยานพาหนะขนส่งสินค้าข้ามแดน บริเวณพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังบูรพา ซึ่งในปัจจุบันมียานพาหนะขนส่งสินค้าตกค้างตามแนวชายแดนทั้งฝั่งไทยและกัมพูชาอยู่หลายราย และไม่สามารถข้ามแดนได้

โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ศบ.ทก.กำหนดมาตรการผ่อนปรนใน 2 กรณีเป็นการเร่งด่วน ซึ่งศบ.ทก.ได้หารือและมีการกำหนดแนวทาง ซึ่งรายละเอียดจะเป็นการสั่งการไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อผ่อนปรนต่อไป ซึ่งศบ.ทก.จะยังคงติดตามสถานการณ์ผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ทั้ง 7 จังหวัด

และเนื่องจากมีรถขนส่งสินค้าตกค้างทั้งฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชา จึงสั่งการให้ ศบ.ทบ. กำหนดมาตร เพื่อผ่อนปรนในเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน รวมถึงเรื่องแรงงานกัมพูชาด้วย ทางศบ.ทก. จึง หาเรื่องนี้และจะสั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่ต่อไป

ส่วนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชามีข้อสรุป ในสองมาตรการคือมาตรการเร่งด่วนและมาตรการต่อเนื่อง

สำหรับมาตรการเร่งด่วน ผู้ส่งออกนำเข้า ผู้ประกอบการไทยในกัมพูชา ให้สำรวจสินค้าตกค้างเพื่อหาช่องทางกระจายสินค้า สำรวจรถขนส่งสินค้าตกค้างและประสานฝ่ายความมั่นคงเพื่อนำรถที่ติดค้างกลับฝั่งไทย และสำรวจความต้องการสินเชื่อ และ ประสานสถาบันการเงิน สนับสนุน(SME D-Bank ธนาคารออมสิน ฯลฯ)

ส่วนมาตรการต่อเนื่อง เช่น ให้ศึกษาหาเส้นทางขนส่งสินค้าใหม่ๆจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดทางเลือก(ภูมิภาคอาเซียน) (ก.ค. – ก.ย. 68) จำนวน 15 กิจกรรม ดังนี้ คณะผู้แทนการค้า Outgoing Mission 3 ครั้ง ณ ประเทศเวียดนาม/กิจกรรมงานแสดงและจำหน่าย สินค้าThailand Week 2025 จำนวน 3 ครั้ง ณ ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ Mini Thailand 2025 จำนวน 1 ครั้ง ณ ประเทศมาเลเซีย /กิจกรรม ส่งเสริมการขายสินค้า ร่วมกับห้างสรรพสินค้า / ซูเปอร์มาร์เก็ตสำคัญ(In-Store Promotion) 6 ครั้ง(อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา) และกิจกรรมเจรจาธุรกิจออนไลน์ (Business Matching) 2 ครั้ง ณ ประเทศฟิลิปปินส์

ขณะที่การระบายสินค้าพืชผลทางการเกษตร ตามช่องทางต่างๆ โดยพาณิชย์จังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบการประสานงาน ส่วนกลุ่มเกษตรกรก็จะดำรงการประสานงานกับผู้ค้าส่ง ค้าปลีก รวมทั้งขยายช่องทางต่างๆ เช่นความร่วมมือ กับสถานีน้ำมัน และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น น้ำดื่มผลไม้เป็นต้น ซึ่งนี่เป็นแนวทางของการระบายสินค้าเพื่อผลทางการเกษตรเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนกลุ่มเกษตรกร

ขณะที่กลุ่มผู้ค้ารายย่อยมี 2 มาตรการ คือมาตรการเร่งด่วน และมาตรการต่อเนื่อง โดยมาตรการเร่งด่วนจะมีการลงพื้นที่สำรวจความต้องการของผู้ค้ารายย่อย และมีการประสานจากสถานที่จัดแสดงสินค้าเพื่อระบายสินค้าของผู้ค้ารายย่อย และอบรมทักษะเพิ่มเติม เพื่อให้การต่อเนื่อง เพื่อให้มาตรการต่อเนื่อง เกิดช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพิ่มเติมเช่นช่องทางออนไลน์

ส่วนผู้นำเข้าส่งออกหรือผู้ประกอบการไทยในกัมพูชา มาตรการเร่งด่วนคือการเร่งสำรวจสินค้าที่ตกค้างและสนับสนุนการจัดหาช่องทางขนส่งสินค้าใหม่ๆ ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องและหาช่องทางการส่งเสริมสินค้าของไทยในตลาดใหม่ๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศบ.ทก. ชี้ทั่วโลกรายงาน ‘กัมพูชา’ ที่ตั้งค้ามนุษย์ เหตุไทยต้องเข้มจุดผ่านด่านชายแดน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...