โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ โรสแมรี่ จากอดีตนักร้องยุค 90 ชีวิตพลิกผัน สู่ซิงเกิลมัมสู้ชีวิต

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 09.38 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 09.38 น.
ภาพไฮไลต์

กลายเป็นประเด็นดังที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก หลังเห็นข่าวของอดีตนักร้องดังยุค 90 โรสแมรี่ คาฮันดิง เจ้าของเพลงดัง "ให้ฉันทำอย่างไร" และ "เปล่ามีน้ำตา" ที่ตอนนี้ชีวิตแสนลำบากไม่มีงาน ไม่มีเงิน สามีแยกทาง ต้องเป็นซิงเกิลมัมต้องต่อสู้หาเลี้ยงลูกชายเพียงลำพัง จนต้องโพสต์ข้อความเฟซบุ๊กขอข้าวสารอาหารแห้งและขนมให้กับลูกชายของตัวเอง

สำหรับประวัติและเส้นทางงานในวงการบันเทิงของ โรสแมรี่

- โรสแมรี่ คาฮันดิง หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรสแมรี่ เป็นลูกครึ่งไทย-ฟิลิปปินส์ ปัจจุบันอายุ 43 ปี

- พ่อของเธอเป็นนักดนตรีชาวฟิลิปปินส์ ทำให้โรสได้รับการปลูกฝังเรื่องการร้องเพลงและเล่นดนตรีจากผู้เป็นพ่อ กีตาร์จึงเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่เธอคุ้นเคย และกลายเป็นเพื่อนคู่ใจสู่เส้นทางสายศิลปิน

- โรสแมรี่ จบการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนสาธรวิทยา และต่อระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนพระแม่มารี โดยเคยศึกษาระดับปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แต่ไม่จบการศึกษา

- โรสแมรี่ เริ่มเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 13 ปี ด้วยการเล่นโฆษณาและมิวสิกวิดีโอ และถูกค่ายคีตา เรคคอร์ดส เรียกไปออดิชั่นเพื่อเป็นนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปวงที-สเกิร์ต แต่เธอไม่ได้งานนี้

- แต่โรสแมรี่ก็ได้โอกาสเข้าสู่วงการโฆษณา โดยผลงานแรกคือโฆษณาลูกอมโอเลย์ จากนั้นเธอมีโอกาสได้แสดงมิวสิกวิดีโอเพลง หลอกเด็ก ของ ยุ้ย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี และ เพลง คิดถึงเธอ ของ แร็พเตอร์ ตามมาด้วยการได้เล่นละครเรื่องแรกคือ แม่เลี้ยงต่างดาว ทางช่อง 3 ในปี 2537 และละครเรื่อง หัวใจทระนง ทางช่อง 5 ปี 2541

- ในปี 2540 ด้วยความที่เธอเติบโตมากับดนตรี โรสแมรี่ ก็ทำสำเร็จ เธอได้รับโอกาสเป็นนักร้อง ได้เซ็นสัญญากับค่ายแลมด้าทรี และได้ออกอัลบั้มแรกในชื่อ ROSEMARIE โดยมีเพลงเปิดตัว "ให้ฉันทำอย่างไร" กลายเป็นเพลงฮิตในยุคนั้นหลายคนร้องได้ติดปาก ติดชาร์ตอันดับ 1 ตามคลื่นวิทยุต่างๆ

- จากนั้นเธอได้ย้ายไปอยู่ค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีอัลบั้มชื่อ Merry Rose และปล่อยเพลง "เปล่ามีน้ำตา" เป็นเพลงฮิตในอัลบั้มนี้

- ในปี 2558 โรสแมรี่ กลับมาอีกครั้งและได้ขึ้นคอนเสิร์ต "90's Concert First Album กำเนิดอินดี้ รุ่นพี่ออกเทป" เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ร่วมกับ โมเดิร์นด็อก, นครินทร์ กิ่งศักดิ์, P.O.P, Friday, Ford & friends, สุกัญญา มิเกล, อัยย์ พรรณี, บานาน่า โบ๊ท, The Must, จุ๊บ วุฒินันต์, อู๋ ธรรพ์ณธร เป็นต้น โดยเธอกลับมาหลังจากที่ห่างหายจากวงการเพลงไปถึง 15 ปีเลยทีเดียว

- อยู่ในวงการบันเทิงพักใหญ่ โรสแมรี่ ผันตัวไปร้องเพลงตามร้านอาหารในตอนกลางคืนอยู่หลายปี จนตั้งท้องและแยกทางกับพ่อของลูกตั้งแต่ยังไม่คลอด ก่อนที่เธอจะย้ายไปทำงานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ที่อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

- สำหรับชีวิตครอบครัว โรสแมรี่ เป็นซิงเกิลมัม ลูกชายได้เจอพ่อครั้งแรกตอนอายุ 3 ขวบ แต่อีกฝ่ายมีครอบครัวใหม่ไปแล้วและไม่รับรองเป็นบุตร แม้จะมีการตรวจ DNA ที่แน่ชัด แต่อดีตสามีก็ส่งเสียลูกบ้างแต่หลังๆ ก็ขาดการติดต่อไป

- เธอพาลูกกลับมาอยู่กรุงเทพฯ ไปขายเครปที่ตลาดแฮปปี้แลนด์และได้เป็นข่าวอีกครั้ง ทำให้โรสมีงานร้องเพลงบ้าง ส่วนลูกชายก็เริ่มมีงานจากโมเดลลิ่งติดต่อเข้ามา

- จากนั้นพ่อของโรสแมรี่ป่วยหนัก เธอต้องดูแลทั้งพ่อและลูกชายตามลำพัง มีหนี้จากค่ารักษาพยาบาลเป็นแสน

- เธอได้กลับไปร้องเพลงตามร้านอาหาร ซึ่งเธอจะพาลูกไปด้วย และขายของต่างๆ ที่สามารถขายได้

- เพราะต้องแบกรับภาระทุกอย่างเพียงคนเดียว ทำให้โรสแมรี่เริ่มเครียดจนเป็นโรคซึมเศร้าถึงกับเคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว

- แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้งานในวงการบันเทิงลดน้อยลงไป ทำให้เธอต้องพยายามอย่างหนักที่จะหางานต่างๆทำ เพื่อดูแลครอบครัว

- ก่อนหน้านี้เธอสุดหนทางต้องประกาศขอความช่วยเหลือ น้ำใจจากหลายๆ คนส่งให้เธออย่างล้นหลาม

- แม้จะอายเพราะตนก็มีสังคม ลูกก็มีสังคม แต่มันลำบากสุดๆ โรสแมรี่เลยยอมระเบิดตัวเองทิ้งเพื่อให้ลูกอยู่รอด

- ถึงวันนี้ โรสแมรี่ ยังคงต้องสู้เพื่อลูกชายต่อไป พร้อมกับประกาศรับงานร้องเพลง ใครสนใจสามารถติดต่อจ้างเธอได้

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดประวัติ โรสแมรี่ จากอดีตนักร้องยุค 90 ชีวิตพลิกผัน สู่ซิงเกิลมัมสู้ชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...