แม่น้ำสะแกกรังแดงจนน่ากลัวหวั่นกระทบผู้เลี้ยงปลากระชัง
แม่น้ำสะแกกรังแดงจนน่ากลัวประมงรุดตรวจออกซิเจนเปิดเผยยังคงเลี้ยงปลาได้แต่ขอให้เฝ้าระวังถือว่าเป็นเรื่องปรกติของผู้เลี้ยงปลากระชังต้องเจอทุกปี
จากสถานการณ์แม่น้ำสะแกกรังน้ำขุ่นเป็นสีแดงมาหลายวันแล้วทั้งลำน้ำ ซึ่งมีฝนตกจากทางเหนือและไหลระบายลงมานั่นเอง โดยล่าสุด เวลา 13.00 น. วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านน้ำตก ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีผู้เลี้ยงปลากระชังกว่า 20 ราย ในบริเวณดังกล่าวไปพบกับนายนายสมหวัง จินชัย อายุ 60 บ้านเลขที่ 74 บ้านน้ำตก ตำบลสะแกกรัง อ.เมือง จังหวัดอุทัยธานี หนึ่งในผู้ที่เลี้ยงปลาประชังนั้นได้พาไปดูกระชังที่เลี้ยงปลาแล้ว เปิดเผยว่า น้ำที่แดงนั้นมัผลกระทบบ้างในช่วงวันแรกๆ เข้าวันที่ 3 ปลาในกระชังก็เริ่มก็ปรับสภาพของน้ำได้ แต่ก็ยังคงมีตายบ้าง เป็นธรรมชาติของน้ำที่เปลี่ยนสี ซึ่งก็แก้ปัญหาโดยการทำออกซิเจนเพิ่มขึ้นในกระชัง โดยใช้ปั้มน้ำ และให้อาหารน้อยลง ปลาที่ตายไปเพราะปรับสภาพน้ำไม่ได้ จากน้ำที่ใสอยู่เปลี่ยนมาขุ่นจนแดง ปลาในกระชังก็จะมองไม่เห็นและมีการตื่นกลัว และจะกินอาหารน้อยลง และจากจะมีอาการป่วยบ้างก็เป็นธรรมชาติซึ่งน้ำแดงนี้ก็จะเจอปีละครั้ง แต่มาในปีนี้ต้องยอบรับว่าแดงมากกว่าในทุกปีที่ผ่านมาเลยเพราะมีน้ำทางเหนือลงมาเยอะนั่นเอง ส่วนเรื่องผลกระทบในเรื่องไรหรือนาข้าวปล่อยน้ำมานั้นไม่มีเพราะอยู่ไกลกันแต่ก็ไม่ได้ประมาทต้องเฝ้าระวังกันเนื่องจากลงทุนเลี้ยงปลาไปแล้วนั่นเอง
ขณะเดียวกันทาง นายโชควัตร ภูรินทร์ณัฐภูมิ หัวหน้า สำนักงานแประมงจังหวัดอุทัยธานี ได้รุดตรวจคุณภาพของน้ำพร้อมกับ นายจำลอง ราชจินดา อายุ 54 ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อมาดูและและให้ความช่วยเกลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำสะแกกรังและเจ้าพรพะยา โดยปรกติแล้วจะตรวจคุณภาพน้ำทุกเดือน เพื่อทดสอบว่าคุณภาพน้ำมีความเหมาะสมหรือมีปัญหาหรือไม่ ในช่วงน้ำแดงเป็นเรื่องปรกติของธรรมชาติซึ่งเกิดขึ้นทุกปี บางปีก็จะมากน้อยต่างกันน้ำที่ไหลงมาในสะแกกรังจะมาจาก จ.กำแพงเพชรและนครสวรรค์ แสดงว่ามีฝนตกค่อยข้างแรง จะผัดพาดินตะกอนจากภูเขาลงมาในแม่น้ำ ซึ่งเป็นเรื่องปรกติของฤดูฝน อยากให้เข้าใจว่าเป็นธรรมชาติซึ่งในวันนี้มาตรวจคุณภาพน้ำเช่นวันนี้ได้ 5.5 ยังถือว่าออกซิเจนในน้ำสูงสามารถเลี้ยงปลาหรือสัตว์ในน้ำได้ แต่ก็ยังมีบางช่วงที่ต่ำ เช่นเมื่อ 5 วันที่แล้วช่วงที่ฝนตกใหม่ๆ ออกซิเจนเหลือเพียง 3-4 ก็อยู่ในระดับกลาง ก็คือระกว่างดีกับไม่ดี อจากจะทำให้มีความเสี่ยงปลาจะตายบ้างตัวหรือสองตัวต่อหนึ่งกระชังก็เป็นเรื่องปรกติ ก็ไม่อยากให้ผู้เลี้ยงปลาตกใจกัน ซึ่งยังไม่ถึงกับตายยกกระชังซึ่งทางประมงก็มีการเฝ้าระวังให้คำแนะนำ จริงแล้วน้ำแดงนั้นไม่เป็นอันตรายกับปลาหรือสัตว์เลี้ยง ซึ่งก็มีทั่วประเทศหรือทั่วโลกเลยก็ว่าได้ แต่ที่เป็นอันตรายจริงก็คือน้ที่ไหลมากจากไร่นาที่มีสารเคมีหรือยาที่ใส่ข้าว ปละบางจุกก็เป็นน้ำที่ไหลมาจากบ้านเรือนประชาชน ซึ่งต้องเฝ้าระวังกัน วิธีการแก้ไขก็คือการเพิ่มออกซิเจนอาจจะเป็นเครื่องไดโว่พ้นน้ำขึ้นไปบนอากาศและให้ตกลงมา หรืออาจจะเอาลงไปปั้นน้ำในกระชัง หรือเป็นประเภทกังหันน้ำก็ได้ เพื่อเพิ่มออกซิเจนและการหมุนเวียนในแม่น้ำ ทำให้มีออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นรวบถึงบำบัดน้ำเสียไปในตัว ซึ่งฤดูน้ำแดงนั้นจะเกิดขึ้นในช่วงมิถุนายน-สิงหาคม ในช่วงฤดูฝน ก็ต้องเลี้ยงสัตว์น้ำหรือปลาให้น้อยลงเพื่อไม่ให้หนาแน่นจนเกินไป ยกตัวอย่างเช่นเคยเลี้ยงกระชังละ 100 ตัวก็ลดลงเหลือกระชังละ 700 ตัวเป็นต้น ก็จะลดการตายของปลาได้ ซึ่งแม่น้ำสะแกกรังนั้นมีการตรวจคุณภาพน้ำจากหลายหน่วยงานรวมถึงประมงจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ได้กำชับมาให้ดูแลเกษตรกรอย่างทั่วถึง ซึ่งปลากระชังในแม่น้ำสะแกกรังนั้นถือว่าเป็นปลาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปลาแรกมีชื่อเสียงมาก และมีผลผลิตต่อปีถึง 600 ตัน และมีมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาทต่อปี ทางประมงก็ให้ความสำคัญกับผู้เลี้ยงอีกด้วย ซึ่งอาจจะมีปลาตายกระชังละ 3-4 ตัวไม่อยากให้ตกใจถือว่าปรกติ หากมีปลาตายเยอะหรือน้ำเน่าเสียสามรถแจ้งไปยังทางประมงจังหวัดอุทัยธานีและอำเภอได้เลย ซึ่งในช่วงนี้เป็นฤดูปลาวางไข่อีกด้วยทางประมงได้ออกประชาสัมพันธ์ขอให้ทำตามกฎหมายห้ามหาปลาห้ามจับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือที่ผิดกฎหมาย เช่นตาข่าย แห โพรงพลางหรือให้อะไรกั้นเพื่อทำการจับปลา และอนุญาติให้ใช้ประเภทสุ่มดักปลาหรือเบ็ดตกปลาเพื่อนำมาทำอาหารเท่านั้น แต่เครื่องมือใหญ่สามารถจับปลาได้เยอะห้ามอย่างเด็ดขาด