NEWS UPDATE: เมื่อน้ำนมแม่กลายเป็นสินค้ายอดฮิตในอเมริกา แม่ลูกอ่อนปั๊มน้ำนมขายกำไรได้มากถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Mood of the Motherhood
อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 17.24 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 09.18 น. • News Updateในช่วงนี้ ประเทศสหรัฐอเมริกากำลังเกิดกระแสที่น่าสนใจขึ้นในโลกของการดูแลสุขภาพ เมื่อน้ำนมแม่กลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่ผู้คนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในหมู่นักเพาะกายที่เชื่อว่าน้ำนมจากร่างกายของผู้หญิงนั้นอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงกระแสนี้ทำให้คุณแม่ลูกอ่อนจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาปั๊มน้ำนมส่วนเกินของตัวเองเพื่อขายเป็นรายได้เสริม โดยบางคนสามารถสร้างรายได้แตะถึง วันละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 32,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่ไม่น้อยเลยในยุคเศรษฐกิจไม่แน่นอนเช่นนี้หนึ่งในคุณแม่ที่กลายเป็นที่พูดถึงคือ คุณวิลเลียมส์ อายุ 31 ปี จากเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ซึ่งเล่าว่าตนเริ่มขายน้ำนมส่วนเกินจากการให้นมลูกเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผ่านการโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ เธอเปิดเผยกับสื่อ New York Post ว่าเพียงวันเดียวก็สามารถขายน้ำนมได้มากถึง 800 ดอลลาร์ หรือราว 25,900 บาท และตั้งใจจะเก็บเงินที่ได้ทั้งหมดไปใช้ในพิธีแต่งงานที่เธอวาดฝันไว้คุณวิลเลียมส์บอกว่า ในตอนแรกเธอขายน้ำนมให้กับคุณแม่คนอื่นๆ ที่มีปัญหาในการผลิตน้ำนม โดยคิดราคาที่ออนซ์ละ 50 เซนต์ (ราว 16 บาท) แต่เมื่อกระแสน้ำนมแม่เริ่มได้รับความนิยมในกลุ่มนักเพาะกาย ราคาก็พุ่งขึ้นถึง ออนซ์ละ 2 ดอลลาร์ หรือประมาณ 65 บาท ซึ่งมากกว่าราคาทั่วไปถึง 4 เท่า และทำให้ยอดขายของเธอทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วความนิยมนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา เมื่อมีนักวิจัยบางกลุ่มขอตัวอย่างน้ำนมจากคุณแม่หลังคลอด เพื่อศึกษาว่าอาจมีแอนติบอดีที่ช่วยต่อต้านเชื้อไวรัสได้หรือไม่ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายคนมองน้ำนมแม่ในฐานะของอาหารเสริมสุขภาพเมื่อกระแสนี้เริ่มเติบโต บรรดาอินฟลูเอนเซอร์และผู้รักสุขภาพจำนวนมากก็ออกมาเล่าประสบการณ์ตรงผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย บางคนดื่มน้ำนมแม่ก่อนออกกำลังกาย บางคนใช้เพื่อฟื้นฟูร่างกายระหว่างพักฟื้นจากโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง ทำให้เกิดความสนใจในวงกว้างและนำไปสู่การซื้อขายในราคาสูงแม้ว่าจะเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย แต่การขายน้ำนมแม่ก็มีความเสี่ยงที่คุณแม่หลายคนต้องเผชิญ คุณวิลเลียมส์เล่าว่าเธอต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อลูกค้ารายนั้นเป็นผู้ชาย เพราะเธอเคยพบกับบางคนที่มีความสนใจในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น มีรสนิยมเฉพาะเจาะจงต่อผู้หญิงที่กำลังให้นมบุตร ซึ่งทำให้เธอต้องกลั่นกรองผู้ซื้ออย่างรอบคอบขณะเดียวกัน นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็ออกมาเตือนถึงการบริโภคน้ำนมแม่ในรูปแบบนี้ โดยเฉพาะหากซื้อมาจากช่องทางที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบด้านความสะอาดและความปลอดภัย เพราะน้ำนมแม่อาจปนเปื้อนเชื้อโรคได้หากไม่เก็บรักษาอย่างถูกวิธีมหาวิทยาลัยควีนแมรีแห่งลอนดอน ได้เผยแพร่บทความที่อธิบายว่า ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดที่ยืนยันว่าการดื่มน้ำนมแม่จากผู้ใหญ่จะให้ผลลัพธ์ทางสุขภาพเหนือกว่าการรับประทานอาหารที่สมดุลหรืออาหารเสริมทั่วไป พร้อมระบุว่า “ประโยชน์ของน้ำนมแม่ที่เราศึกษาได้ในห้องทดลอง ไม่สามารถเทียบเท่ากับผลลัพธ์จากการบริโภคในชีวิตจริง โดยเฉพาะจากแหล่งออนไลน์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานการควบคุม”อ้างอิงdailynews