โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดหนังสือไทยแจงรัฐสมาชิก UN ข้อเท็จจริงเหตุปะทะไทย-กัมพูชา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 03.49 น.

เปิดหนังสือไทยแจงรัฐสมาชิก UN ข้อเท็จจริงเหตุปะทะไทย-กัมพูชา

หลังเกิดเหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาบริเวณชายแดน เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ พบกับนายอาซิม อิฟติคาร์ อาหมัด เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรปากีสถานประจำ สหประชาชาติ ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและยื่นหนังสือเกี่ยวกับเหตุปะทะไทย-กัมพูชา ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อส่งหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไปยังคณะผู้แทนถาวรและคณะผู้สังเกตการณ์ถาวรประจำสหประชาชาติในนครนิวยอร์กทั้งหมด “มติชน” ได้แปลเนื้อหาในหนังสือดังกล่าวโดยมีรายละเอียดดังนี้

คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติขอแสดงความเคารพอย่างสูงต่อคณะผู้แทนถาวรและคณะผู้สังเกตการณ์ถาวรประจำสหประชาชาติ และขอแจ้งให้ทราบถึงสถานการณ์อันร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย อันเป็นผลจากการรุกรานทางทหารของประเทศกัมพูชา โดยมีรายละเอียดต่อไปนี้

1.เมื่อวันที่ 16 และ 23 กรกฎาคม 2025 ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารไทยกำลังลาดตระเวนตามเส้นทางปกติที่กำหนดไว้ ซึ่งอยู่ภายในอาณาเขตของประเทศไทย ทหารได้เหยียบทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ส่งผลให้ทหาร 2 นาย ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสส่งผลถึงขั้นพิการถาวร ขณะที่ทหารนายอื่นๆ ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการตรวจสอบพบว่าทุ่นระเบิด PMN-2 ทั้งหมดที่พบอยู่ในสภาพใหม่ ยังมีเครื่องหมายที่มองเห็นได้ชัดเจน หลักฐานบ่งชี้ว่าทุ่นระเบิดเหล่านี้เพิ่งถูกวางใหม่

ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ไทยได้ยื่นรายงานประจำปีเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินการตามพันธกรณีในอนุสัญญาดังกล่าว ตามมาตรา 7 ของอนุสัญญาอย่างต่อเนื่อง รายงานดังกล่าวได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าประเทศไทยได้ทำลายทุ่นระเบิดในคลังทั้งหมดแล้วตั้งแต่ปี 2003 และต่อมา ได้ทำลายทุ่นระเบิดทั้งหมดที่เก็บไว้เพื่อการฝึกอบรมและการวิจัยในปี 2019 ในทางตรงกันข้าม รายงานล่าสุดของประเทศกัมพูชาระบุว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2024 กัมพูชายังคงเก็บรักษาทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ไว้

2.เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2025 เวลา 08.20 น. ทหารกัมพูชาได้เปิดฉากยิงใส่ฐานทหารไทยที่ตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ ประเทศไทย เป็นเหตุให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บทันที 2 นาย หลังจากนั้นไม่นาน กองทัพกัมพูชาได้เปิดโจมตีอย่างไม่เลือกหน้าต่อดินแดนของประเทศไทยใน 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

การกระทำที่ก้าวร้าว ไม่เลือกเป้า และขัดต่อกฎหมายต่อพลเรือนไทยเหล่านี้ ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงและนำไปสู่การสูญเสียชีวิตของผู้บริสุทธิ์อย่างน่าเศร้า ซึ่งรวมถึงผู้หญิงและเด็ก โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน รวมถึงโรงพยาบาล และโรงเรียนก็ได้รับความเสียหายอย่างมากเช่นกัน

ณ เวลา 14.00 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2025 การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ราย และบาดเจ็บ 24 คน ในจำนวนนี้ 8 คนอาการสาหัส มีประชาชนมากกว่า 102,000 คน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนของตน

3.การโจมตีด้วยอาวุธอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากการยั่วยุใดๆ ของกองทัพกัมพูชา ถือเป็นการละเมิดอย่างชัดเจนต่อมาตรา 2(4) ของ กฎบัตรสหประชาชาติ รวมถึงหลักการแห่งความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างรัฐอย่างชัดเจน ประเทศไทยได้ใช้ความอดกลั้นและยับยั้งชั่งใจอย่างที่สุด ต่อการโจมตีด้วยอาวุธซึ่งมีการเตรียมการล่วงหน้าโดยกัมพูชา แต่ถูกบังคับให้ใช้สิทธิในการป้องกันตนเองโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ

มาตรการในการป้องกันตนเองที่ไทยดำเนินการอยู่ในขอบเขตจำกัดเท่าที่จำเป็น และเหมาะสมกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น โดยพุ่งเป้าไปที่การขภัยคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้นจากกองทัพกัมพูชาเท่านั้น

4.ประเทศไทยขอประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีโดยไม่เลือกเป้าหมายของกัมพูชาต่อพลเรือน ทรัพย์สินของพลเรือน และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาล ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 อย่างร้ายแรง โดยเฉพาะมาตรา 18 แห่งอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่หนึ่ง (ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บาดเจ็บและเจ็บป่วย – การคุ้มครองโรงพยาบาล)และมาตรา 19 แห่งอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 (ว่าด้วยการคุ้มครองหน่วยงานและสถานพยาบาล) การกระทำอันไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ได้ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานและความยากลำบากแก่พลเรือนผู้บริสุทธิ์

5.ประเทศไทยยังคงยึดมั่นอย่างแน่วแน่ในหลักการยุติข้อพิพาทโดยสันติวิธี และปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อการใช้กำลังเป็นเครื่องมือในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศ

ประเทศไทยขอเรียกร้องต่อประชาคมระหว่างประเทศเรียกร้องให้กัมพูชายุติการใช้การสู้รบโดยทันที และกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาอย่างสุจริตใจ ประเทศไทยขอยืนยันอีกครั้งถึงความพร้อมในการเจรจาผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่แล้ว รวมถึงคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ซึ่งมีกำหนดการประชุมในช่วงต้นเดือนกันยายน 2025 เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งที่ยังคงค้างอยู่

คณะผู้แทนถาวรแห่งราชอาณาจักรไทยประจำสหประชาชาติ

นครนิวยอร์ก

วันที่ 24 กรกฎาคม 2025

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดหนังสือไทยแจงรัฐสมาชิก UN ข้อเท็จจริงเหตุปะทะไทย-กัมพูชา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...