โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตีแผ่ "จำนำ iCloud" : เมื่อชีวิตดิจิทัลถูกจับเป็นตัวประกัน แลกหนี้นอกระบบดอกเบี้ย 360%

BT Beartai

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 07.51 น.
ตีแผ่

ในยุคที่ทุกย่างก้าวของชีวิตถูกบันทึกและจัดเก็บในโลกดิจิทัล เคยจินตนาการหรือไม่ว่าข้อมูลส่วนตัวที่ลึกที่สุดของคุณ ตั้งแต่ภาพถ่ายในวันหยุด, ข้อความส่วนตัว, ไปจนถึงข้อมูลทางการเงิน จะสามารถถูกยึดและใช้เป็นเครื่องมือต่อรองได้ในพริบตา ? นี่ไม่ใช่พล็อตเรื่องในภาพยนตร์ไซไฟ แต่คือความจริงอันน่าสะพรึงของ “การจำนำ iCloud” บริการเงินกู้นอกระบบรูปแบบใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดในโลกออนไลน์ เสนอเงินด่วนทันใจ แต่ต้องแลกมาด้วยการมอบกุญแจสู่ตัวตนดิจิทัลของคุณให้กับมิจฉาชีพ

ปฏิบัติการล่าสุดของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ในชื่อ “I Lockdown” ได้ส่องไฟไปยังมุมมืดของธุรกิจนี้ ด้วยการบุกทลายเครือข่ายบริษัทรับจำนำ iCloud รายใหญ่พร้อมกันถึง 4 แห่ง รวมถึงบริษัท “IT Money” ที่โฆษณาตัวเองอย่างเปิดเผยบนโลกโซเชียล การจับกุมครั้งนี้ได้เปิดโปงกลไกอันตรายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสะดวกสบาย และยืนยันว่านี่คือกับดักหนี้ที่ร้ายแรงกว่าที่หลายคนคาดคิด

ไขความจริงของ iCloud : มากกว่าแค่ที่เก็บข้อมูล แต่คือ “ตัวตนดิจิทัล”

เพื่อที่จะเข้าใจถึงความร้ายแรงของการจำนำ iCloud เราต้องเข้าใจก่อนว่า iCloud ไม่ใช่แค่ “โกดังเก็บไฟล์” บนอินเทอร์เน็ต แต่มันคือศูนย์กลางระบบประสาทที่เชื่อมโยงทุกอุปกรณ์และทุกข้อมูลของคุณในระบบนิเวศของ Apple การมอบ Apple ID และรหัสผ่านให้ใครสักคน เหมือนกับการมอบสิ่งเหล่านี้ให้คนแปลกหน้าในครั้งเดียว

  • อัลบั้มรูปภาพและวิดีโอส่วนตัว : ทุกความทรงจำของคุณ ตั้งแต่ภาพครอบครัวไปจนถึงภาพที่ส่วนตัวที่สุด
  • สมุดรายชื่อและประวัติการโทร : ข้อมูลการติดต่อของทุกคนที่คุณรู้จัก
  • ประวัติข้อความ (iMessage) : ทุกบทสนทนาที่คุณเคยมีกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก
  • ข้อมูลสุขภาพ (Health Data) : ข้อมูลการออกกำลังกาย, อัตราการเต้นของหัวใจ และข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ
  • รหัสผ่านที่บันทึกไว้ (iCloud Keychain) : รหัสผ่านสำหรับเข้าสู่ระบบแอปพลิเคชันธนาคาร, อีเมล, โซเชียลมีเดีย และบริการอื่น ๆ ทั้งหมดของคุณ
  • ตำแหน่งที่ตั้งแบบเรียลไทม์ (Find My) : ความสามารถในการติดตามว่าคุณอยู่ที่ไหนได้ตลอดเวลา
  • ข้อมูลทางการเงิน (Apple Pay) : ข้อมูลบัตรเครดิตหรือเดบิตที่ผูกไว้

การส่งมอบ Apple ID จึงไม่ต่างอะไรกับการเปลือยชีวิตทั้งชีวิตของคุณให้มิจฉาชีพดู และมอบอำนาจให้พวกเขาสามารถควบคุม สอดส่อง ทำลายชีวิตดิจิทัล หรือแม้แต่ชีวิตจริงของคุณได้ทุกเมื่อ

เจาะลึกกลไก “กับดัก” จากผู้กู้สู่เหยื่อ

กระบวนการล่อลวงเหยื่อเข้าสู่วงจรนี้ถูกออกแบบมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

  • การล่อลวง : เหยื่อที่กำลังร้อนเงินจะพบเห็นโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย ด้วยข้อความชักจูงและชี้นำว่า “กู้ง่าย ได้เร็ว ไม่เช็กเครดิต” จากนั้นจะถูกชักชวนให้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันแชต
  • การ “สมัคร” และส่งมอบข้อมูล : ผู้ให้กู้จะขอข้อมูลส่วนตัวพื้นฐาน และที่สำคัญที่สุดคือ Apple ID พร้อมรหัสผ่าน โดยอ้างว่าเพื่อใช้เป็นหลักประกันในการอนุมัติเงินกู้
  • การยึดบัญชีและจ่ายเงินกู้ : ทันทีที่ได้รหัสผ่าน ผู้ให้กู้จะล็อกอินเข้าสู่บัญชี iCloud ของเหยื่อ และอาจเปลี่ยนแปลงข้อมูลความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าของที่แท้จริงเข้าถึงได้อีก จากนั้นจึงโอนเงินกู้จำนวนหนึ่งมาให้ ซึ่งมักจะเป็นจำนวนเงินที่ไม่สูงนัก

เมื่อกระบวนการนี้เสร็จสิ้น เหยื่อได้กลายเป็นตัวประกันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว หากผิดนัดชำระหนี้แม้เพียงวันเดียว บทลงโทษก็จะเริ่มต้นขึ้น

ฝันร้ายเมื่อผิดนัด : การล็อกเครื่องและแบล็กเมล

เมื่อเหยื่อไม่สามารถชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยมหาโหดได้ทันเวลา ผู้ให้กู้จะใช้ “อาวุธ” ที่อยู่ในมือทันที นั่นคือฟังก์ชัน “Lost Mode” ของ Apple ซึ่งเป็นฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อใช้ล็อกเครื่องเมื่อโทรศัพท์สูญหาย แต่มิจฉาชีพได้นำมาดัดแปลงใช้เป็นเครื่องมือล็อกโทรศัพท์ของเหยื่อ ทำให้กลายเป็นเพียงที่ทับกระดาษราคาแพงที่ไม่สามารถใช้งานใด ๆ ได้

แต่การล็อกเครื่องเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ฝันร้ายที่แท้จริงคือ การข่มขู่และแบล็กเมลด้วยข้อมูลส่วนตัว มิจฉาชีพจะขู่ว่าจะนำรูปภาพหรือวิดีโอลับไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต, ส่งข้อความประจานไปยังรายชื่อเพื่อนและครอบครัวทั้งหมด หรือนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ก่ออาชญากรรมอื่น ๆ ต่อไป ทำให้เหยื่อตกอยู่ในสภาวะกดดันอย่างรุนแรง และต้องหาเงินมาจ่ายเพื่อยุติปัญหา กลายเป็นวงจรหนี้ที่ไม่สิ้นสุด

ดอกเบี้ยโหด 360% ที่ไม่มีวันถูกกฎหมาย

อัตราดอกเบี้ยที่สูงถึง 360% ต่อปีนั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ตามกฎหมายไทย การให้กู้ยืมเงินระหว่างบุคคลทั่วไปห้ามคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) ที่ได้รับอนุญาต ก็สามารถเรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกันได้ไม่เกินร้อยละ 25 ต่อปีเท่านั้น การกระทำของเครือข่ายจำนำ iCloud จึงเข้าข่ายความผิดหลายกระทง ทั้ง “ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ

เกราะป้องกันตัวและแนวทางแก้ไขเมื่อตกเป็นเหยื่อ

เราสามารถป้องกันตัวเองและคนรอบข้างจากกับดักหนี้ดิจิทัลนี้ได้ด้วยความรู้และความรอบคอบ

แนวทางการป้องกัน

  • กฎเหล็กข้อที่ 1 – ห้ามให้รหัสผ่าน : Apple ID และรหัสผ่านคือของส่วนตัวขั้นสูงสุด ห้ามมอบให้ผู้อื่นเด็ดขาดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
  • เปิดใช้การยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) : เปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ทันที เพราะมันจะเป็นเกราะป้องกันชั้นที่สอง แม้ว่ามิจฉาชีพจะได้รหัสผ่านของคุณไป ก็จะไม่สามารถล็อกอินได้หากไม่มีรหัสที่ถูกส่งมายังอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ของคุณ
  • เลือกแหล่งเงินกู้ที่ถูกกฎหมาย : หากมีความจำเป็นทางการเงิน ให้ปรึกษาสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยเท่านั้น

แนวทางแก้ไขเมื่อตกเป็นเหยื่อ

  • ตั้งสติและหยุดจ่ายเงิน : การจ่ายเงินเพิ่มมักจะนำไปสู่การเรียกร้องที่ไม่สิ้นสุด
  • พยายามกู้คืนบัญชีทันที : เข้าไปที่เว็บไซต์กู้คืนบัญชีของ Apple (iforgot.apple.com) และทำตามขั้นตอน เพื่อพยายามดึงบัญชีกลับคืนมาให้เร็วที่สุด
  • รวบรวมหลักฐานทั้งหมด : เก็บภาพหน้าจอการสนทนา, สลิปการโอนเงิน และข้อความข่มขู่ทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
  • แจ้งความดำเนินคดี : นำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พร้อมทั้งร้องเรียนไปที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

การจำนำ iCloud คืออุทาหรณ์ชิ้นสำคัญของโลกยุคใหม่ ที่ความสะดวกสบายอาจต้องแลกมาด้วยความปลอดภัยทั้งหมดในชีวิต การตระหนักรู้และสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลจึงเป็นทักษะที่จำเป็นที่สุด เพื่อให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัย และไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมในรูปแบบที่คาดไม่ถึง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...