โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘มาครง’ เยือนอังกฤษ กระชับสัมพันธ์ ขอแรงหนุนยุติสงครามกาซา-ยูเครน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 01.57 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 09.00 น.

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง เยือนอังกฤษ 3 วัน ตั้งวันที่ 8-10 ก.ค. นี้ ซึ่งถือเป็นทริปแรกที่ผู้นำใน สหภาพยุโรป (อียู) เยือนอังกฤษนับตั้งแต่เกิด Brexit

มาครงร่วมเฉลิมฉลองที่ฝรั่งเศสและอังกฤษกลับมามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น และกล่าวว่า สองประเทศต้องทำงานร่วมกันเพื่อยุติการพึ่งพาสหรัฐและจีนมากเกินไป พร้อมเรียกร้องให้สหราชอาณาจักรสนับสนุนการรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์และช่วยปกป้องยูเครน

การเดินทางเยือนอังกฤษสามวันของประธานาธิบดีฝรั่งเศสมีขึ้นตามคำเชิญของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 เมื่อเดินทางถึงอังฤษ มาครงได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจาก ราชวงศ์อังกฤษ รวมถึง เจ้าชายวิลเลียม องค์รัชทายาท และ แคทเทอรีน พระชายา ก่อนจะนั่งรถม้าไปยังพระราชวังวินเซอร์

มาครงได้เดินไปยังรัฐสภา และกล่าวว่าทั้งสองประเทศจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับยุโรป ซึ่งรวมถึงในด้านการป้องกันประเทศ การย้ายถิ่นฐาน สภาพภูมิอากาศ และการค้า

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสกล่าวว่า “สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสต้องแสดงให้โลกเห็นอีกครั้งว่าพันธมิตรของเราสามารถสร้างความแตกต่างได้ วิธีเดียวที่จะเอาชนะความท้าทายที่เรามี ความท้าทายในยุคสมัยของเรา คือการก้าวไปด้วยกัน ร่วมแรงร่วมใจ เคียงบ่าเคียงไหล่กัน”

มาครงให้คำมั่นด้วยว่า ชาติยุโรปจะไม่ทิ้งยูเครนในสงครามต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย และเรียกร้องให้มีการหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไขในกาซา

จากนั้นประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ขอให้อังกฤษทำงานร่วมกับฝรั่งเศสในการรับรองรัฐปาเลสไตน์ และเรียกว่าแนวทางนี้ว่าเป็นหนทางเดียวที่จะทำไปสู่สันติภาพ

“ฉนวนกาซาพังทลายและเวสต์แบงก์ถูกโจมตีรายวัน รัฐปาเลสไตน์ไม่เคยตกอยู่ในความเสี่ยงเท่านี้มาก่อน” มาครงกล่าว “และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการแก้ปัญหาสองรัฐและการยอมรับรัฐปาเลสไตน์จึงเป็น… หนทางเดียวที่จะสร้างสันติภาพและเสถียรภาพให้กับคนทั้งภูมิภาค” มาครงกล่าว และระบุถึงภัยคุกคามทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ฝรั่งเศสและอังกฤษเผชิญ

มาครงแนะนำด้วยว่าควรระวัง “การพึ่งพาทั้งสหรัฐและจีนมากเกินไป” โดยบอกว่าทั้งสองประเทศจำเป็นต้อง “ลดความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจและสังคมจากการพึ่งพาจีนและสหรัฐ”

นอกจากนี้ มาครงยังได้กล่าวถึงโอกาสในการรวมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยบอกว่าควรทำให้บรรดานักเรียน นักวิจัย และศิลปินสามารถอยู่อาศัยในประเทศของกันและกันได้ง่ายขึ้น และทำงานร่วมกันในด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และการปกป้องเด็กในโลกออนไลน์มากขึ้น

คำปราศรัยดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการปรับความสัมพันธ์สองประเทศที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ของอังกฤษ ต้องการให้เกิดขึ้น ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ของอังกฤษกับพันธมิตรในยุโรปหลังจากเกิดความบาดหมางเมื่ออังกฤษออกจากอียู

ฉันทไมตรีสู่มิตรภาพ

ในช่วงค่ำวันอังคาร สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ทรงเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่ครอบครัวมาครงและคณะในพระราชวังวินเซอร์ ซึ่งงานนี้มีแขกเข้าร่วมราว 160 คน รวมนักการเมือง นักการทูต และเซเลบริตีอย่างมิก แจ็กเกอร์ และเอลตัน จอห์น

กษัตริย์ชาร์ลส์ ทรงมีพระราชดำรัสในงานเลี้ยงอาหารค่ำ และทรงใช้โอกาสนี้ประกาศการเริ่มต้นยุคใหม่แห่งความสัมพันธ์ที่ดีกับฝรั่งเศส และยุติการแข่งขันทางทหารที่มีมานานหลายศตวรรษ โดยทรงยกระดับ “ข้อตกลงฉันทไมตรี” (entente cordiale) ซึ่งเป็นข้อตกลงพันธมิตรที่มีมานานตั้งแต่ปี 1904 ให้เป็น “ข้อตกลงแห่งมิตรภาพ” (entente amicale)

“ขณะที่เรากำลังรับประทานอาหารค่ำ ณ สถานที่เก่าแก่แห่งนี้ ซึ่งอบอวลไปด้วยประวัติศาสตร์ร่วมกันของเรา ข้าพเจ้าขอดื่มอวยพรแด่ประเทศฝรั่งเศสและข้อตกลงใหม่ของเรา ข้อตกลงที่ไม่ได้เป็นเพียงอดีตและปัจจุบัน แต่เป็นข้อตกลงเพื่ออนาคต — และไม่เพียงแค่ฉันทไมตรี แต่ตอนนี้เป็นมิตรภาพแล้ว”

นอกจากนี้ อังกฤษและฝรั่งเศสยังได้ประกาศความร่วมมือด้านการลงทุนโดยบริษัทพลังงานนิวเคลียร์ EDF ของฝรั่งเศสจะลงทุน 1.1 พันล้านปอนด์ (4.88 หมื่นล้านบาท) ในโครงการพลังงานนิวเคลียร์ในอังกฤษตะวันออก

ทั้งสองประเทศยังได้ตกลงแลกเปลี่ยนสิ่งของล้ำค่าระหว่างกันเพื่อนำไปจัดแสดงในประเทศพันธมิตร โดยฝรั่งเศสจะให้พรมผนังบาเยอ (The Bayeux Tapestry) แก่อังกฤษ ซึ่งจะเป็นการส่งคืนผ้าทออันเป็นผลงานศิลปะแห่งศตวรรษที่ 11 กลับมายังอังกฤษเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 900 ปี แลกกับสมบัติของชาวแองโกล-แซกซอน และชาวไวกิ้ง จากอังกฤษ

ขณะที่ในการหารือวันพุธมาครงจะพบปะกับสตาร์เมอร์เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นการเมือง ทั้งการอพยพ การป้องกันประเทศ รวมถึงการลงทุน

แม้ว่าจะมีความตึงเครียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์หลังเกิด Brexit และมีความตึงเครียดเรื่องยับยั้งผู้ลี้ภัยไม่ให้ข้ามช่องแคบอังกฤษด้วยเรือขนาดเล็ก แต่สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสก็ยังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนด้านกองทัพสำหรับการสนับสนุนยูเครนหากมีการหยุดยิงกับรัสเซีย

สำนักนายกฯ อังกฤษยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่า ผู้นำทั้งสองจะเข้าร่วมประชุมกับพันธมิตรในวันพฤหัสบดี (10 ก.ค.) ด้วย “เพื่อหารือการเพิ่มการสนับสนุนยูเครนและเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซียต่อไป”

ด้านทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสเผยว่า ผู้นำสองประเทศจะหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน, นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซของเยอรมนี และนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนีของอิตาลี

สตาร์เมอร์หวังว่าการสนับสนุนยูเครนของอังกฤษจะช่วยโน้มน้าวให้มาครงใช้แนวทางที่แตกต่างออกไปในการยับยั้งการลักลอบเข้าเมือง ซึ่งรัฐบาลลอนดอนต้องการลองใช้ข้อตกลงส่งผู้ลี้ภัยกลับประเทศ

ข้อตกลงดังกล่าวจะเปิดให้สหราชอาณาจักรส่งผู้ลี้ภัยคนหนึ่งกลับฝรั่งเศส แลกกับผู้ลี้ภัยอีกคนหนึ่งที่มีเหตุผลอันชอบธรรมที่จะได้อยู่ในอังกฤษอย่างถูกกฎหมาย

ทั้งนี้ อังกฤษมีผู้ลี้ภัยที่เดินทางด้วยเรือขนาดเล็กเข้าประเทศมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้ ความท้าทายนี้จึงสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อรัฐบาลสตาร์เมอร์ในการแก้ไขปัญหา ขณะที่ก่อนหน้านี้ ฝรั่งเศสปฏิเสธลงนามในข้อตกลงดังกล่าว โดยมองว่าอังกฤษควรเจรจาข้อตกลงกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้งหมด

อ้างอิง: Al Jazeera

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...