โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปปมสัมพันธ์ลับ ‘สีกากอล์ฟ’ สะเทือนวงการผ้าเหลือง บทเรียนวงการสงฆ์สะท้อน ‘อาบัติ’ ในโลกความจริง

THE STANDARD

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 13.24 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 13.24 น. • thestandard.co
สรุปปมสัมพันธ์ลับ ‘สีกากอล์ฟ’ สะเทือนวงการผ้าเหลือง บทเรียนวงการสงฆ์สะท้อน ‘อาบัติ’ ในโลกความจริง

‘สีกากอล์ฟ’ กลายเป็นคลื่นระลอกใหญ่ที่สาดสะเทือนวงการผ้าเหลือง อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลักฐานนับหมื่นที่โยงไปถึงพระผู้ใหญ่หลายรูป กลายเป็นประเด็นร้อนที่ไม่อาจซุกไว้ใต้อาสนะได้อีกต่อไป

เรื่องจริงในวันนี้ หากมองให้ดีมีบางส่วนที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่ ‘อาบัติ’ ภาพยนตร์ไทยเคยตั้งคำถามไว้เมื่อเกือบสิบปีก่อน ว่าเหตุใดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ถึงกลายเป็นพื้นที่ของความใคร่และอำนาจ

คำถามนั้นไม่ใช่แค่ ‘ใคร’ ผิดแต่คือ ‘ระบบ’ แบบไหนที่เปิดทางให้สิ่งนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ?

จาก ‘ทิดอาชว์’ สู่เครือข่ายอื้อฉาว

เรื่องนี้ถูกจุดชนวนขึ้นเมื่อทิดอาชว์ หรืออดีตพระเทพวชิรปาโมกข์ ลาสิกขาไปเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2568 อย่างกะทันหัน หลังมีคลิปวิดีโอความสัมพันธ์ของตัวเขากับสีกากอล์ฟ แพร่สะพัดในโลกออนไลน์

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลจากการตรวจค้นบ้านพักของสีกากอล์ฟ ในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งนำไปสู่การค้นพบจีวรจำนวนมากและโทรศัพท์มือถือที่บรรจุหลักฐานสำคัญ

และนำพาไปสู่การเข้าตรวจสอบที่ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ, วัดหลวงพ่อโสธร และวัดอื่นๆ จนสามารถรวบรวมรายชื่อพระสงฆ์ที่เกี่ยวข้องได้ 8 รูป

‘สีกากอล์ฟ’ หญิงวัย 35 ผู้เลือกพระมีฐานะ

สีกากอล์ฟคือหญิงสาววัยประมาณ 35 ปี ที่ให้การยอมรับว่าเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพระสงฆ์หลายสิบรูป และบางรูปถึงขั้นมีบุตรร่วมกัน โดยให้ญาติเป็นผู้จดทะเบียนรับรองบุตรแทน

เธอมีพฤติกรรมที่ชัดเจนในการเลือกเฉพาะพระสงฆ์ที่มีฐานะร่ำรวยและเข้าถึงง่าย พร้อมทั้งครอบครองจีวรของพระสงฆ์หลายสิบผืน รวมถึงโทรศัพท์มือถือ 4-5 เครื่องที่ใช้เป็นแหล่งเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมด

ปัจจุบันเธอได้แสดงความสำนึกผิดและพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่

วิกฤตศรัทธาจากความสัมพันธ์ฉาวกับพระชั้นผู้ใหญ่

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (บก.ปปป.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ทำให้ได้พบหลักฐานสำคัญคือ

‘คลิปวิดีโอและภาพถ่ายกว่า 80,000 ไฟล์’ ในโทรศัพท์มือถือของสีกากอล์ฟ ซึ่งแสดงความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพระสงฆ์หลายรูป

จากการพิสูจน์ตัวบุคคล สามารถระบุพระสงฆ์ที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 8 รูป ซึ่งล้วนเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ในวัดสำคัญ รวมถึงเจ้าคณะจังหวัดถึง 2 รูป ซึ่งมี 3 รูปที่มีหลักฐานชัดเจนถึงขั้นอาบัติปาราชิก ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงที่สุดทางพระวินัย ทำให้ขาดจากความเป็นภิกษุทันที

โดยมีภาพใบหน้าปรากฏขณะมีเพศสัมพันธ์ในจีวร นอกจากนี้ยังมีผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดใหญ่ฝั่งธนบุรี และพระชั้นผู้ใหญ่อื่นๆ จากวัดสำคัญในภาคกลางและภาคตะวันออกที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย

ผลกระทบต่อพุทธศาสนาและกฎหมาย

  • พระสงฆ์ที่มีหลักฐานชัดเจนถึงขั้นอาบัติปาราชิก กำลังถูกดำเนินการให้ลาสิกขาโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทันที
  • พระสงฆ์บางรูปที่พบหลักฐานแต่ยังไม่มีคำสั่งลงโทษ ได้รับคำแนะนำให้ลาสิกขาเอง เพื่อลดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของศาสนา
  • เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินจำนวนมากจากพระสงฆ์หลายรูปมายังสีกากอล์ฟ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา แม้จะยังไม่มีผู้เสียหายแจ้งความ แต่ตำรวจมั่นใจว่าสามารถดำเนินคดีได้

‘อาบัติ’ ในโลกจริง

จากหลักฐานที่ปรากฏ ทำให้สังคมได้เห็นถึงการละเมิดพระวินัยขั้นร้ายแรง ซึ่งรวมถึง อาบัติปาราชิก ของพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ การที่พระสงฆ์ ซึ่งควรเป็นผู้ถือศีลบริสุทธิ์และเป็นแบบอย่างทางจิตวิญญาณ กลับเข้าไปพัวพันกับความสัมพันธ์เชิงชู้สาว การใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือย และอาจเข้าข่ายการกรรโชกทรัพย์ สะท้อนให้เห็นถึง ความเปราะบางของวินัยสงฆ์ และขาดกลไก การตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพ

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า กิเลสตัณหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ ทรัพย์สิน หรืออำนาจ ยังคงสามารถครอบงำจิตใจผู้ที่ควรจะละวางได้ แม้จะอยู่ในผ้าเหลืองก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่การที่พระต้องลาสิกขา แต่คือการกัดกร่อนศรัทธาและความเชื่อมั่นที่สาธุชนมีต่อสถาบันศาสนา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญทางจิตใจของสังคมไทย

‘อาบัติ’ ในภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่องอาบัติ (2558) เคยเป็นประเด็นถกเถียงตั้งแต่ก่อนเข้าฉาย เนื่องจากเนื้อหา ที่ตีแผ่พฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระสงฆ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการประพฤติผิดศีลธรรมทางเพศ

ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของพระหนุ่มที่เข้ามาบวชในวัดชนบท และต้องเผชิญกับอดีตบาปของพระรูปอื่น รวมถึงเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่เกิดจากการกระทำผิดศีลธรรมเหล่านั้น

ในเวลานั้น หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ บ่อนทำลายศรัทธาและนำเสนอภาพที่ไม่เหมาะสม ของพระพุทธศาสนา จนกระทั่งต้องมีการปรับแก้ชื่อและเนื้อหาบางส่วนก่อนได้รับอนุญาตให้ฉาย

เมื่อพิจารณาจากกรณีสีกากอล์ฟ ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ภาพยนตร์พยายามนำเสนอเมื่อเกือบสิบปีก่อนนั้น ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันหรือการบิดเบือน แต่เป็นภาพสะท้อนของปัญหาที่มีอยู่จริง ในวงการสงฆ์ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...