โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาสเตอร์การ์ดเผยผู้หญิงไทย 8 ใน 10 คน สนใจเริ่มธุรกิจของตัวเอง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 10.05 น.

ผู้หญิงไทยมีจิตวิญญาณผู้ประกอบการที่สูง พร้อมมุ่งมั่นที่จะทำตามความฝัน แสวงหาอิสรภาพทางการเงิน ปรับสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน และต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม

ผู้หญิงไทยยังพร้อมเปิดรับการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ แต่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งพบได้มากในกลุ่มคนรุ่นใหม่

ผลจากการศึกษาใหม่ของมาสเตอร์การ์ดเผยให้เห็นว่า ผู้หญิงไทย 81% เคยพิจารณาที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 51% อย่างเห็นได้ชัด ผลการศึกษายังระบุว่า คนไทยเกือบครึ่งหนึ่ง (49%) มองตนเองเป็นผู้ประกอบการ

หากจำแนกตัวเลข 49% ตามช่วงอายุ จะพบว่า กลุ่มคนรุ่น Millennials มีสัดส่วนสูงที่สุดที่ 56% ตามมาด้วย Baby Boomers ที่ 44% ในขณะที่ Gen X และ Gen Z มีสัดส่วนเท่ากันอยู่ที่ 40%

แรงผลักดันของการเป็นผู้ประกอบการนี้ไม่ได้จำกัดแค่ธุรกิจที่เป็นทางการเท่านั้น งานศึกษายังพบว่า ผู้หญิงไทย 59% ทำงานหรือทำธุรกิจเสริมเพื่อหารายได้พิเศษ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่อยู่ที่ 41% ปัจจัยนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ของผู้หญิงไทย

ผู้ประกอบการหญิงไทยไม่เพียงมีความทะเยอทะยาน แต่ยังเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมากกว่าผู้ชายในบางเรื่องด้วย โดย 73% ของผู้หญิงที่เป็นเจ้าของธุรกิจใช้ AI ในการดำเนินงานเป็นประจำ เมื่อเทียบกับผู้ชายที่มีเพียง 43% และ 85% ของผู้หญิงกลุ่มนี้ยังมองว่า AI มีส่วนช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนให้กับพวกเธอได้อย่างมาก

3 เหตุผลหลักที่กระตุ้นให้ผู้ประกอบการหญิงไทยริเริ่มทำธุรกิจ ได้แก่

  • การเห็นโอกาสในตลาดที่ยังไม่มีใครทำ (54%)
  • การทำตามความฝันของตนเองที่ได้วาดเอาไว้ (50%)
  • ความรู้สึกว่าช่วงชีวิตในตอนนี้พร้อมแล้วสำหรับการเป็นเจ้าของธุรกิจ (42%)

ผู้หญิงรุ่นใหม่กล้าเสี่ยงในธุรกิจมากกว่ารุ่นก่อนหน้า การศึกษาพบว่า ผู้หญิง Gen Z มักจะมีความกล้าเสี่ยงมากกว่า โดยมีเพียง 27% ที่กลัวความล้มเหลวเมื่ออยากเริ่มต้นทำธุรกิจ ในขณะที่ Gen X มีความกลัวถึง 41% และ Baby Boomers มีความกลัวมากที่สุดถึง 54%

ผู้หญิงไทยยังมีทัศนคติเชิงบวกมากกว่าผู้ชายเมื่อคำนึงถึงอนาคตของธุรกิจที่ทำอยู่ โดยผู้ประกอบการหญิงกว่า 83% เชื่อว่าธุรกิจจะมีรายได้เติบโตขึ้นจากเดิมในอีก 5 ปีข้างหน้า ในขณะที่ผู้ชายเชื่อแบบเดียวกันเพียง 78%

อุตสาหกรรมยอดนิยมที่ผู้หญิงไทยอยากเริ่มต้นธุรกิจ

  • อาหารและเครื่องดื่ม (31%)
  • ขายของออนไลน์ (28%)
  • ค้าส่ง ค้าปลีก และแฟรนไชส์ (25%)

อุปสรรคที่ผู้ประกอบการหญิงไทยต้องเผชิญ

แม้ผู้หญิงไทยจะมีความตระหนักรู้ด้านเทคโนโลยีสูงและมีใจรักและความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ประกอบการ แต่พวกเธอยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน

ปัญหาความมั่นใจในตัวเอง เป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด จากการสำรวจพบว่า 31% ของผู้หญิงที่อยากริเริ่มทำธุรกิจมักจะมีความลังเล และมักคิดว่า “การเป็นผู้ประกอบการไม่ใช่เรื่องสำหรับคนอย่างฉัน” ปัญหานี้รุนแรงกว่าในกลุ่มผู้หญิง Gen Z (43%)

นอกเหนือจากนี้ ผู้หญิงยังมีแนวโน้มที่จะขาดความมั่นใจมากกว่าผู้ชาย (40% เทียบกับ 25%) โดยผู้หญิง Gen Z (40%) เผชิญกับปัญหานี้มากกว่ารุ่น Millennials (28%)

ภาระครอบครัวเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญ โดยผู้ประกอบการหญิงต้องแบกรับความรับผิดชอบในการดูแลลูกและญาติผู้ใหญ่มากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า (31% เทียบกับ 14%)

นอกจากหน้าที่ในบ้านแล้ว ผู้ประกอบการหญิงยังต้องเจอกับอุปสรรคอื่น ๆ เช่น ปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนเพื่อทำธุรกิจ (46%) ความไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นวางแผนธุรกิจอย่างไร (38%) และการขาดเครือข่ายผู้ประกอบการให้พูดคุยและปรึกษา (31%)

ความช่วยเหลือที่จำเป็น

การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเฉพาะด้านที่ช่วยเสริมสร้างทั้งทักษะและความมั่นใจ งานศึกษานี้ได้ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยสนับสนุนที่ผู้หญิงไทยต้องการมากที่สุดเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเริ่มธุรกิจ คือการเข้าถึงเงินทุนสนับสนุนที่ง่ายขึ้น (37%) การฝึกอบรมด้าน AI (37%) และการมีเวลาที่สามารถอุทิศให้กับการพัฒนาธุรกิจได้โดยเฉพาะ (36%)

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการหญิงยังมีความต้องการที่แตกต่างจากผู้ชาย โดยร้อยละ 42 ต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ ซึ่งถือว่ามากกว่าผู้ชายเกือบสองเท่า (22%) น

อกจากนี้ หนึ่งในสามของผู้ประกอบการหญิง (33%) ยังต้องการเข้าร่วมโครงการที่มีระบบพี่เลี้ยงด้านการทำธุรกิจ (Mentorship) และร้อยละ 35 ต้องการความช่วยเหลือในการวางแผนธุรกิจ

วินนี่ วอง ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมา มาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า ผู้หญิงไทยมีจิตวิญญาณและความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ประกอบการที่โดดเด่น และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและนวัตกรรมของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงจำนวนมากยังต้องเผชิญกับอุปสรรคที่อาจทำให้พวกเธอสูญเสียโอกาสที่จะประสบู่ความสำเร็จ เพราะเมื่อความฝันไม่ได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอ ก็ยากจะต่อยอดเป็นความสำเร็จได้

ผลการศึกษาชิ้นล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของการมีระบบสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ผู้ประกอบการหญิงสามารถปลดล็อกศักยภาพของตนเองและต่อยอดโอกาสใหม่ ๆ ออกไปสู่สังคม

“มาสเตอร์การ์ดมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลที่ครอบคลุมถึงคนทุกคน ผ่านการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในประเทศไทย ด้วยโซลูชัน เครื่องมือ และการสนับสนุนที่จำเป็น เพื่อให้ธุรกิจไทยสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน”

มาสเตอร์การ์ดได้ริเริ่มโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการมาตั้งแต่ปี 2020 โดยใช้โซลูชันที่ช่วยผลักดันการเติบโตทางธุรกิจ ในปัจจุบัน มาสเตอร์การ์ดได้ช่วยสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กมาแล้วกว่า 50 ล้านรายทั่วโลก ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการผู้หญิงกว่า 37 ล้านราย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...