โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ม.หอการค้าไทย คาดไทยจำกัดการข้ามแดนไทย–กัมพูชา กระทบการส่งออก 5–10% เพราะไม่ได้ปิดด่านถาวร แม้ยืดเยื้อ 1 ปี มูลค่าการค้าลดไม่มาก เชื่อต่างมองปากท้องประชาชนเป็นหลัก

BTimes

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 16.08 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 06.44 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงกรณีไทยจำกัดการข้ามแดนกับกัมพูชา ว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดน โดยเฉพาะฝั่งกัมพูชาซึ่งพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทย ขณะที่ไทยก็จะได้รับผลกระทบต่อซัพพลายเชนเนื่องจากนำเข้าวัตถุดิบทางการเกษตรเป็นส่วนใหญ่

ผลกระทบที่เห็นชัดในปัจจุบันคือ การที่ด่านอรัญประเทศมีมาตรการห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่ข้ามแดน ทำให้ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนไปใช้รถกระบะลำเลียงสินค้าแทน ซึ่งทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการบางส่วนต้องปรับไปใช้ด่านบ้านหนองเอี่ยน บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชาที่ยังเปิดให้รถบรรทุกข้ามได้

อย่างไร็ตาม ประเมินว่า ทั้งสองประเทศน่าจะเข้าใจถึงผลกระทบจากการใช้มาตรการจำกัดการข้ามแดนที่ส่งผลกระทบต่อการค้าขายชายแดนและปากท้องของประชาชน ดังจะเห็นได้จาก หลังไทยเริ่มควบคุมเวลาปิดเปิดด่าน สถานการณ์ที่ตึงเครียดก็ผ่อนคลายอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ ไทยส่งออกไปกัมพูชาปีละกว่า 3 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้กว่า 2 แสนล้านบาทมาจากการค้าตามแนวชายแดน โดยด่านสำคัญที่สุดคือด่านอรัญประเทศและด่านบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว ซึ่งมีมูลค่าการค้ารวมกันมากกว่า 1 แสนล้านบาทประเมินว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อถึง 1 ปี มูลค่าการส่งออกจากไทยจะลดลงไป 5 หมื่นล้านบาท แต่ในเบื้องต้นคาดว่า มูลค่าการค้าจะไม่ลดลงอย่างรุนแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...