โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GULF เล็งขายโรงไฟฟ้าเก่าตามแผนระยะยาว พร้อมเดินหน้าลงทุนต่อทั้งใน-ตปท. ไม่หวั่นศก.ชะลอตัว

efinanceThai

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 10.41 น.

GULF เล็งขายโรงไฟฟ้าเก่าตามแผนระยะยาว พร้อมเดินหน้าลงทุนต่อทั้งใน-ตปท. ไม่หวั่นศก.ชะลอตัว

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 มิ.ย. 68 17:41 น.

GULF เล็งปรับพอร์ตขายโรงไฟฟ้าเก่าในช่วงครึ่งปีหลัง สอดคล้องกับแผนลงทุนระยะกลาง-ยาว แย้มยังไม่ชะลอแผนลงทุนโครงการใหม่เล็งลุยโรงไฟฟ้าทั้งใน - ตปท. ยันไม่หั่นเป้ารายได้ปีนี้ แม้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่าคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีความชัดเจนในการขายทรัพย์สินของบริษัทบางส่วนออกไป เนื่องจากบริษัทมีแผนที่จะขายทรัพย์สินประเภทโรงไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศภายในปีนี้ เพื่อปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับแผนระยะกลางและยาวของบริษัท ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในการลงทุนของบริษัทดำเนินแบบนี้มาตลอดเวลา

ทั้งนี้มองว่าปกติบริษัทมีการปรับแผนตลอดทุกปีอยู่แล้วตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และยืนยันในแต่ละปีบริษัทไม่ได้มีแผนที่จะซื้อทรัพย์สินเข้ามาจำนวนเท่าไหร่ เพราะหากมีการกำหนดแบบนั้นอาจมีการซื้อของไม่ดีเข้ามา ซึ่งบริษัทจะพิจารณาเป็นโครงการๆไป แต่ในช่วงที่ผ่านมาสิ่งที่บริษัทได้ลงทุนไปถือว่าน่าพอใจ

สำหรับแผนขยายการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศ บริษัทยังรอกระทรวงพลังงานทำแผน PPP ซึ่งก็ล่าช้ามา 3-4 ปีแล้ว จึงยังไม่เห็นความชัดเจนในการลงทุนและต้องใช้แผน PPP ของเก่าอยู่

ส่วนการลงทุนในต่างประเทศก็พิจารณาอยู่หลายประเทศ อาทิ สหรัฐฯ,ยุโรป และโซนเอเซีย ซึ่งจะพิจารณาอยู่ว่าโครงการไหนจะให้ผลตอบแทนดีที่สุด ซึ่งการลงทุนของบริษัทมี 2 รูปแบบทั้ง การเข้าไปถือหุ้นและการเข้าซื้อกิจการ รวมถึงมีการขายทรัพย์สินด้วย

"หากมีการซื้อโรงไฟฟ้าใหม่ก็จะมีการขายโรงไฟฟ้าเก่าออกไปด้วย โดยการพิจารณาการขายทรัพย์สินส่วนไหนออกต้องดูว่าสอดคล้องกับแผนระยะกลาง-ยาวของบริษัทหรือไม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่บริษัทดำเนินแบบนี้มาประจำอยู่แล้ว" นายสารัชถ์ กล่าว

ขณะที่บริษัทยังไม่มีแผนซื้อหุ้นบริษัทไหนเพิ่มเติมในตอนนี้ เนื่องจากมองภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ซึ่งยังคงเป็นห่วงพวกกลุ่มธุรกิจ SME ที่หลายโรงงานตอนนี้ไม่กล้าผลิตอะไรมากนัก เพราะกลัวว่าหากผลิตสินค้าใหม่ออกมาจะโดนภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯไปจะขายไม่ได้และเป็นภาระ ซึ่งจะทำให้การขยายตัวของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจอาจชะลอนิดหน่อย แต่เชื่อว่ารัฐบาลน่าจะรับมือได้ เพราะเห็นมีหลายมาตรการที่เตรียมออกมา

ส่วนปริมาณการใช้ไฟฟ้าไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่ เพราะปัจจุบันมีกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และรถยนต์ EV เข้ามาจำนวนมาก จึงทำให้ยังไม่เห็นการใช้ไฟของอุตสาหกรรมที่ตกลงมา

ขณะที่แม้ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี แต่บริษัทก็ยังมีการขยายการลงทุนโครงการที่มีอยู่ตามแผนและยังไม่ได้ชะลอการลงทุนโครงการใหม่ๆ โดยเม็ดเงินการลงทุนของบริษัทใช้ปีละประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามยอมรับว่าบริษัทก็ระมัดระวังการลงทุน และยังไม่มีแผนปรับเป้ารายได้ปีนี้ เนื่องจากผลการดำเนินงานไม่ได้รับผลกระทบมาก เพราะมีการกระจายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

"เศรษฐกิจเชื่อว่าท้าทาย แต่ยังไม่ถึงขนาดติดลบ ซึ่ง GDP ก็ตกลงมาเยอะ ทำให้ท้าทายความสามารถในการแข่งขัน อย่างไรก็ต้องเทียบกับ GDP ประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเวลาต่างชาติเขามองเป็นกลุ่ม หากเราถดถอยกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก ฟันด์โฟลว์ก็จะไหลไปที่อื่นมาก แต่เชื่อว่ารัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาอยู่" นายสารัชถ์ กล่าว

เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย อนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...