โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เริ่มแล้ว! ทรัมป์ ลงนามเพิ่ม ภาษีนำเข้าเหล็ก-อะลูมิเนียม จาก 25% เป็น 50% มีผลวันนี้

ฮั่วเซ่งเฮง

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 11.47 น.

ทรัมป์ ลงนามเพิ่ม ภาษีนำเข้าเหล็ก-อะลูมิเนียม จาก 25% เป็น 50% มีผลตั้งแต่ 11.01 น. วันนี้ (ตามเวลาไทย) กดดันทุกประเทศยื่นข้อเสนอเลี่ยงภาษีรอบใหม่ในเดือนกรกฎาคม 68

วันที่ 4 มิถุนายน 2568 เวลา 08.45 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐเตรียมเพิ่ม ภาษีนำเข้าเหล็ก-อะลูมิเนียม เป็น 50% เริ่มมีผลวันนี้ ขณะที่ทรัมป์เดินหน้าเพิ่มแรงกดดันพันธมิตรการค้า

โดยอัตราภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมส่วนใหญ่ของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในวันพุธนี้ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกระดับสงครามการค้าในระดับโลก โดยในวันเดียวกันนี้เขาคาดว่าประเทศคู่ค้าจะต้องยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าใหม่ที่อาจมีผลในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม

ทั้งนี้ทรัมป์ได้ลงนามในประกาศคำสั่งฝ่ายบริหาร (executive proclamation) เมื่อคืนวันอังคาร ซึ่งทำให้คำประกาศล่าสุดของเขาเมื่อสัปดาห์ก่อนมีผลบังคับใช้ โดยจะเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจาก 25% เป็น 50% เริ่มตั้งแต่เวลา 11.01 น. (ตามเวลาไทย) ของวันพุธ

เควิน ฮัสเซตต์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาว กล่าวในที่ประชุมอุตสาหกรรมเหล็กที่กรุงวอชิงตันว่า “เราเริ่มที่ 25% และเมื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม เราพบว่ามาตรการนี้ช่วยได้ แต่ยังไม่พอ จึงต้องเพิ่มเป็น 50%”

ทั้งนี้มาตรการขึ้นภาษีนี้มีผลกับทุกประเทศคู่ค้า ยกเว้นสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่สามารถตกลงการค้าเบื้องต้นกับสหรัฐได้ในช่วงพักเบรก 90 วันของภาษีรอบใหม่ ทำให้ภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากสหราชอาณาจักรจะยังคงอยู่ที่ 25% จนถึงอย่างน้อยวันที่ 9 กรกฎาคม แม้ว่าอังกฤษจะไม่ใช่หนึ่งในผู้ส่งออกเหล็กหรืออะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดมายังสหรัฐ

ขณะที่ประมาณ 1 ใน 4 ของเหล็กที่ใช้ในสหรัฐเป็นสินค้านำเข้า โดยข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐระบุว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้จะกระทบแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญที่สุดในสินค้านี้

แคนาดายังได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากภาษีอะลูมิเนียม โดยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 มายังสหรัฐ โดยมีปริมาณมากกว่าผู้ส่งออกอันดับอื่นรวมกันเกือบสองเท่า สหรัฐฯ นำเข้าอะลูมิเนียมประมาณครึ่งหนึ่งจากต่างประเทศ

มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีของแคนาดา แถลงว่ายังคงอยู่ระหว่างการเจรจาอย่างเข้มข้นเพื่อยกเลิกภาษีนี้และภาษีอื่น ๆ

ขณะที่ รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเม็กซิโก มาร์เซโล เอ็บบราด ระบุว่า ภาษีเหล่านี้ไม่ยั่งยืนและไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะเมื่อเม็กซิโกนำเข้าเหล็กจากสหรัฐมากกว่าที่ส่งออกไป

“มันไม่มีเหตุผลเลยที่สหรัฐจะเก็บภาษีสินค้าที่คุณส่งออกเกินดุล” เอ็บบราดกล่าว พร้อมเสริมว่าเม็กซิโกจะยื่นขอยกเว้นภาษีนี้ภายในวันศุกร์

การขึ้นภาษีแบบไม่คาดคิดนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดโลหะ โดยเฉพาะตลาดอะลูมิเนียมที่ราคาพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่าในปีนี้ เนื่องจากปัจจุบันสหรัฐฯ ยังไม่มีศักยภาพในการเพิ่มการผลิตภายในประเทศอย่างรวดเร็ว ทำให้คาดว่าปริมาณการนำเข้าน่าจะยังคงเดิม ยกเว้นแต่ว่าราคาเพิ่มขึ้นจนกระทบความต้องการ

ทั้งนี้วันพุธนี้ยังเป็นวันที่ทำเนียบขาวกำหนดให้ประเทศคู่ค้าต้อง ยื่นข้อเสนอ “Best Offer” เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีรุนแรงที่ทรัมป์เรียกว่า “Liberation Day Tariffs” ซึ่งจะมีผลในอีกห้าสัปดาห์ข้างหน้า

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ได้เจรจากับหลายประเทศตั้งแต่ที่ทรัมป์ประกาศพักการจัดเก็บภาษีในวันที่ 9 เมษายน แต่จนถึงขณะนี้มีเพียง ข้อตกลงกับสหราชอาณาจักร เท่านั้นที่มีความคืบหน้า แม้กระนั้นก็ยังเป็นเพียงกรอบเบื้องต้นสำหรับการเจรจาต่อ

โดยเมื่อวันจันทร์ สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ส่งหนังสือถึงหลายประเทศ ขอให้ยื่นข้อเสนอในด้านต่าง ๆ เช่น

ข้อเสนอด้านภาษีและโควตานำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรจากสหรัฐฯ
แผนการยกเลิกอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (non-tariff barriers)
จดหมายยังระบุด้วยว่า ประเทศที่ยื่นข้อเสนอจะได้รับคำตอบภายในไม่กี่วัน พร้อมระบุ “พื้นที่ลงจอด” (landing zone) คืออัตราภาษีที่ประเทศต่าง ๆ อาจต้องเจอหลังหมดช่วงพักเบรกวันที่ 8 กรกฎาคม

ปัญหาสำคัญคือหลายประเทศไม่รู้ว่าจะได้คงอัตราภาษีเดิมที่ 10% สำหรับสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ หรือจะเจอกับอัตราภาษีที่สูงกว่านั้นมาก

โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ ลีวิตต์ ยืนยันรายงานดังกล่าวเมื่อวันอังคาร โดยกล่าวว่า “USTR ได้ส่งจดหมายเตือนไปยังคู่ค้าทุกรายเพื่อย้ำว่าเส้นตายกำลังจะมาถึง”

ข้อเสนอที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการยังรวมถึงข้อผูกพันด้าน การค้าดิจิทัล, ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ, และ ข้อตกลงเฉพาะรายประเทศ

อ้างอิง : reuters.com
ที่มา : การเงินธนาคาร Money and Banking

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...