โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ จี้จีนปรามอิหร่านปมปิดช่องแคบฮอร์มุซ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 05.10 น.
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จี้จีนออกโรงปรามอิหร่านไม่ให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบเส้นทางขนส่งทางเรือ

BBC รายงานว่า “มาร์ก รูบิโอ” รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ สนับสนุนให้ “จีน” หารือกับ “อิหร่าน” เพื่อไม่ให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งทางเรือที่มีความสำคัญมากสุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะจีนพึ่งพาน้ำมันที่ขนส่งผ่านเส้นทางนี้อย่างมาก

หากปิดช่องแคบดังกล่าวก็เท่ากับเป็นการฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจ ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงมีทางเลือกในการจัดการกับเรื่องนี้ แต่ประเทศอื่น ๆ ก็ควรพิจารณาเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะจะกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ มากกว่าสหรัฐฯ

ปัจจุบัน น้ำมันประมาณร้อยละ 20 ของทั้งโลกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ในตะวันออกกลางที่ใช้เส้นทางดังกล่าวในการขนส่งไปยังปลายทาง หากเกิดการหยุดชะงักบริเวณช่องแคบฮอร์มุซก็จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แสดงความเห็นหลังรัฐสภาอิหร่านอนุมัติแผนปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน

ทั้งนี้ การหยุดชะงักในการจัดหาน้ำมันจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจีนที่เป็นผู้ซื้อน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่สุด และมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่น

ข้อมูลจากบริษัทติดตามการเดินเรือ “วอร์เทกซา” (Vortexa) ระบุว่า จีนซื้อน้ำมันจากอิหร่านมากกว่าประเทศอื่น ๆ โดยจีนนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านมากกว่า 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนที่แล้ว

นอกจากนี้ เขตเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ ในเอเชีย อาทิ อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ก็พึ่งพาน้ำมันดิบที่ขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ โจมตีฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ขยับแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...