‘กลุ่มผู้ชุมนุม‘ ยื่นหนังสือ เรียกร้องนายกฯ ลาออก! พร้อมเขียนผ้าขาวล้อมหน้าทำเนียบ
‘กลุ่มผู้ชุมนุม‘ ยื่นหนังสือ เรียกร้องนายกฯ ลาออก! พร้อมเขียนผ้าขาวล้อมหน้าทำเนียบ ปมคลิปเสียงเจรจา ‘สมเด็จฮุนเซน’ - ตร. เผย พร้อมอำนวยความสะดวก แต่ให้ในกรอบกฎหมาย
วันที่ 24 มิ.ย. 2568 บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุมจากเครือข่ายต่าง ๆ นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่ม คปท. พร้อมด้วยสมาชิกจาก กองทัพธรรม และ ศปปส. รวมตัวกันแสดงพลังเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยนำผ้าขาวขนาดความยาวกว่า 100 เมตร ซึ่งมีข้อความจากประชาชนที่ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก มาปิดล้อมพื้นที่บริเวณด้านหน้าทำเนียบฯ เพื่อสื่อสารจุดยืนต่อรัฐบาล
ตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ตรึงกำลังบริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์และทางเข้าทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านจราจร โดยบรรยากาศโดยรวมยังเป็นไปอย่างสงบ การสัญจรของประชาชนโดยรอบยังสามารถดำเนินไปได้ตามปกติ
เมื่อเวลา 10.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มเคลื่อนขบวนพร้อมกับผ้าขาว เพื่อพยายามนำไปล้อมรอบทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม พันตำรวจเอกอธิบดี เสริมสุข ผู้กำกับการ สน.นางเลิ้ง ได้เข้าเจรจาขอความร่วมมือ โดยระบุว่าการปิดล้อมสถานที่ราชการไม่สามารถกระทำได้ตามกฎหมาย ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเปลี่ยนแผน มาแสดงสัญลักษณ์ด้วยการถือผ้าขาวอยู่บริเวณด้านหน้าทำเนียบฯ แทน
นายพิชิต ไชยมงคล ได้อ่านแถลงการณ์กลางพื้นที่ชุมนุม โดยกล่าวถึงกรณีปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมมองว่ารัฐบาลไม่มีท่าทีชัดเจนในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ โดยเฉพาะกรณี คลิปเสียงการเจรจาระหว่างนายกรัฐมนตรีกับสมเด็จฮุนเซน ที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการลดทอนความมั่นคงของชาติ และอาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งทางทหารในอนาคต
ในแถลงการณ์ ยังระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวแสดงถึงการขาดภาวะผู้นำ และสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทั้งยังอ้างถึงการที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติรับเรื่องสอบสวนจริยธรรมร้ายแรงจากกรณีคลิปเสียงดังกล่าว ทำให้นายกรัฐมนตรีขาดความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่ง และควรลาออกโดยไม่รีรอ
ภายหลังการแถลง นายพิชิตได้เป็นตัวแทนกลุ่ม นำรายชื่อและแถลงการณ์ส่งมอบให้กับผู้แทนจาก สำนักนายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะออกมาขอโทษต่อกรณีดังกล่าว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมเห็นว่าการขอโทษเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ และไม่อาจลบล้างความเสียหายทางความมั่นคงที่เกิดขึ้นได้
ในด้านการดูแลสถานการณ์ พลตำรวจตรีอัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยย้ำถึงระยะห้ามชุมนุมภายใน 50 เมตรจากสถานที่ราชการ ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ และยืนยันว่าจะใช้แนวทางสันติ ป้องกันการเผชิญหน้า พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการใช้กำลัง และไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน
ขณะเดียวกัน ทีมกฎหมายของตำรวจได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวของกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบว่า มีการละเมิดกฎหมายหรือเงื่อนไขการชุมนุมหรือไม่ อาทิ การใช้เครื่องขยายเสียงเกินกำหนด หรือการรุกล้ำพื้นที่ราชการ
สำหรับแนวโน้มการชุมนุมขยายตัวในวันที่ 28 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่มีข่าวว่าจะมีการรวมตัวขนาดใหญ่ ฝ่ายข่าวสันติบาลและฝ่ายความมั่นคงจะมีการประชุมประเมินสถานการณ์อีกครั้งในช่วงบ่ายวันนี้ โดยเบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือความเคลื่อนไหวในระดับที่น่ากังวล มีเพียงการรวมตัวในกลุ่มย่อยตามพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามยืนยันจากหน่วยข่าวกรอง