โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

Business Today Thai Politics 24 มิถุนายน 2568

Businesstoday

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 16.44 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 09.33 น. • Businesstoday

นายกฯ ยัน ปรับ ครม. ลงตัว ส่งชื่อรอตรวจสอบ–ปัดนั่งควบกลาโหม

วันนี้ (24 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงยืนยันว่า ขณะนี้การปรับคณะรัฐมนตรีเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังหารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองต่าง ๆ ครบถ้วน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการส่งรายชื่อรัฐมนตรีบางส่วนให้ตรวจสอบคุณสมบัติ และเมื่อขั้นตอนดังกล่าวแล้วเสร็จ จึงจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คาดว่าจะสามารถทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม.ใหม่ได้เมื่อใด นายกรัฐมนตรีระบุว่า ยังไม่สามารถระบุเวลาแน่ชัด ต้องรอผลการตรวจสอบคุณสมบัติก่อน

ในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ยืนยันว่าไม่มีปัญหา และไม่มีแรงกดดันใด ๆ ให้ตนลาออกจากตำแหน่งตามที่มีกระแสข่าว โดยกล่าวว่า “โอ้ ไม่จริง ไม่จริงเลยค่ะ” พร้อมย้ำว่าทุกพรรคร่วมรัฐบาลยังคงให้การสนับสนุนอย่างแข็งขัน
เมื่อถามถึงกระแสความเป็นไปได้ที่จะมีพรรคการเมืองอื่นเข้าร่วมรัฐบาลเพิ่มเติมเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง นายกรัฐมนตรีระบุว่า เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนี้ “โอเค แข็งแรงอยู่”

สำหรับกระแสข่าวว่าจะนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายกรัฐมนตรีกล่าวชัดว่า “จะไม่นั่งควบตำแหน่งกลาโหมอย่างแน่นอน” และยังไม่ขอเปิดเผยว่าใครจะมารับตำแหน่งดังกล่าว โดยระบุว่า “ไว้สุดท้ายแล้วจะบอกอีกที”

เมื่อถามถึงหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกกระทรวงต้องมีความพร้อมในการทำงาน ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงกลาโหม และต้องมีการบูรณาการทำงานร่วมกัน โดยบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนี้ต้องสามารถดูแลและบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม ซึ่งขณะนี้รัฐมนตรีช่วยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็กำลังทำงานร่วมกับกองทัพในพื้นที่ชายแดนอย่างแข็งขันอยู่แล้ว
นายกรัฐมนตรีตั้งข้อสังเกตว่า สื่อให้ความสนใจเรื่องกระทรวงกลาโหมเป็นพิเศษ ก่อนย้อนถามผู้สื่อข่าวกลับ

ในส่วนของกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องจากสมาชิกวุฒิสภาเกี่ยวกับคลิปเสียงของนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจนำไปสู่การสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้มีการประเมินสถานการณ์ไว้แล้ว และพร้อมให้ข้อมูลหรือคำชี้แจงหากจำเป็น
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า คลิปเสียงที่ปรากฏเป็นบทสนทนาในลักษณะส่วนตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้นำประเทศต่าง ๆ ใช้พูดคุยกันตามปกติ โดยยืนยันว่าไม่ได้กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ พร้อมแสดงความพร้อมที่จะเล่าและอธิบายรายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมด หากจำเป็นต้องชี้แจงในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสเรียกร้องจากประชาชนให้ลาออกจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถาม และเดินออกจากโพเดียมในทันที

“สรวงศ์” รับ มีรัฐมนตรีได้กรอกประวัติในห้องประชุม ครม. ปัด มีแรงกระเพื่อมในเพื่อไทย

วันที่ 24 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนยื่นประวัติ ที่จะนำไปตรวจสอบ ส่วนจะกลับมาเมื่อไหร่และทูลเกล้าฯเมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับว่ามีการส่งผลการตรวจสอบประวัติกลับมาได้เมื่อไหร่ ซึ่งคงทำให้เร็ว เพราะมีหลายกระทรวงที่ขณะนี้ไม่มีเจ้ากระทรวง และขณะนี้เป็นเพียงรัฐมนตรีรักษาการ

เมื่อถามว่า ขณะนี้รายชื่อรัฐมนตรีใหม่อยู่ในมือนายกฯแล้วใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ใช่ครับ นายกฯทราบอยู่แล้ว แต่คนอื่นไม่ทราบจริงๆ
เมื่อถามว่า ที่มีกระแสข่าวมี สส.อีสานไม่เอานายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ดำรงตำแหน่งรมว. มหาดไทย นายสรวงศ์ ยืนยันว่า ไม่มี ตอนเห็นข่าวก็ตกใจ แต่ยืนยันว่า ในพรรคไม่มีเรื่องดังกล่าว จะมีในส่วนของการพูดคุยกันมากกว่าว่าให้กำลังใจนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไร

เมื่อถามถึง ตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองที่ว่างลง นายสรวงศ์ กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกันในพรรค และมีการเสนอชื่อจากหลายๆคนในพรรค ซึ่งเดี๋ยวจะดูว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทยเองมีเสนอชื่อใครมาบ้าง และจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคต่อไป ทั้งนี้ยอมรับว่า มีการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมมาสองคน แต่ไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง

เมื่อถามว่า กระแสข่าวที่ประชุม ครม. ให้มีการกรอกคุณสมบัติในที่ประชุม นายสรวงศ์ ยอมรับว่า มีการกรอกบางส่ว ที่จะต้องมีการปรับกระทรวง นอกนั้นก็ไม่มีอะไร ถ้าคนที่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนใดๆก็อาจไม่ต้องกรอกใหม่

เมื่อถามว่า มีการกรอกเอกสารแล้วกี่คนนายสรวงศ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ

“วราวุธ รับ ชทพ. ได้โควต้าเพิ่ม 1 รมช. แต่ยังไม่ชัดกระทรวงไหน

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีข่าวว่า พรรค ชทพ.ได้เก้าอี้ รมช.เพิ่ม 1 ตำแหน่ง ว่า ทราบว่า ได้เพิ่มมา 1 รมช. แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าอยู่กระทรวงใด เมื่อได้ข้อสรุปแล้วคงจะมีการอัพเดทให้ทราบอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า โควต้า 1 รมช.ที่ได้เพิ่มมาจะเป็นโควต้าของสุพรรณบุรีหรือนครปฐม นายวราวุธ กล่าวว่า ขอให้ได้ข้อสรุปจากพรรคแกนนำรัฐบาลก่อน เพื่อจะได้สรรหาบุคคลต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่ตำแหน่งดังกล่าวจะต้องเป็นของเลขาธิการพรรค ชทพ. นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องหาบุคคลที่เหมาะสม แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะไปอยู่กระทรวงใด แต่ในส่วนของตำแหน่ง รมว.นั้น ตนยังอยู่ที่ พม.เหมือนเดิม

เมื่อถามว่า พรรค ชทพ.จะเกิดปัญหาหรือไม่ เพราะมีสองกลุ่มในพรรค แต่ได้เพิ่มมาเพียงรมช. 1 เก้าอี้ นายวราวุธ กล่าวว่า เราจะมีการพูดคุยกัน แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป

เมื่อถามว่า นายกฯจะมีการแจ้งความชัดเจนเมื่อไหร่ นายวราวุธ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป

เมื่อถามถึงสาเหตุที่ยังไม่มีความชัดเจนเป็น เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า อันนี้ตอบไม่ได้

เมื่อถามถึงกรณีแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุว่าสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุป และเริ่มมีการกรอกประวัติกันแล้ว นายวราวุธ กล่าวว่า คนไหนสรุปได้แล้วก็คงสรุป แต่ถ้าคนไหนยังไม่ได้ข้อสรุปคงต้องรอความชัดเจน

เมื่อถามถึงกระแสกดดันพรรคร่วมรัฐบาลให้ถอนตัว นายวราวุธ กล่าวว่า พรรคได้แสดงจุดยืนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วฉะนั้นไม่ขอพูดอีก

“มาริษ” ย้ำ กต.ผลักดันเวทีทวิภาคีทางการทูตคุยกัมพูชา

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ขณะนี้ว่า เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีพูด เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่ว่าจะทหาร หรือเจ้าหน้าที่อื่น จะต้องพิจารณาและประเมิน

ส่วนทางกระทรวงการต่างประเทศก็จะพยายามพลักดันให้มีการหารือทวิภาคี ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ต้องการให้เกิดการปะทะ และสูญเสีย แม้ไม่ใช่เรื่องง่ายในการนัดเจอแต่ก็จะพยายาม เพราะการปะทะหรือสร้างความเป็นตึงเครียด ไม่ก่อให้เกิดผลดีใดๆ ทั้งสิ้น และในสภาวะสถานการณ์ปัจจุบัน ก็ไม่ได้เอื้ออำนวยให้สร้างความขัดแย้งอีกแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพยายามทำ และกระทรวงต่างประเทศก็รับนโยบายมา คือการผลักดันให้มีการประชุมทวิภาคีโดยเร็วที่สุด ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่

“เรายังสามารถพูดคุยกันได้แน่นอน เรายังมีช่องทางการพูดคุยอยู่ตลอดเวลา”

ส่วนกรณีที่ นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุจะไม่มีการพูดคุย JBC กันอีกแล้วนั้น นายมาริษ กล่าวว่า กัมพูชาก็มีพันธะกรณีที่ต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยตกลงไว้กันระหว่าง 2 ประเทศมาโดยตลอด อันนี้เป็นความเห็นของท่าน ตนก็เคารพในความเห็นนั้น แต่กระทรวงการต่างประเทศก็ต้องรับนโยบายของนายกรัฐมนตรีไปดำเนินการให้เห็นผล

“ผมก็ต้องไปผลักดันให้เกิดการเจรจา ซึ่งกลไกระหว่างประเทศไม่ได้มีแค่ JBC RBC และ GBC เท่านั้น เรายังพูดคุยกันได้ หากให้ตีความจากสิ่งที่นายกฯ กัมพูชาพูดนั้น ท่านไม่ได้ปฏิเสธการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่ายอย่างเด็ดขาด เพียงแต่ว่าท่านคงอยากเห็นว่ามีความคืบหน้าไปก่อน ให้กลไกตรงนั้นเป็นทางการ แต่ช่องทางในการติดต่อทางการทูตยังคงมีอีกเยอะ สถานทูตไทยในกัมพูชา

ก็ยังสามารถพูดคุยกับกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชาได้ เช่นเดียวกับสถานทูตกัมพูชาในไทย ก็สามารถพูดคุยกับทางกระทรวงต่างประเทศของไทยได้ ยืนยันว่ายังมีช่องทางการพูดคุยในทุกระดับ เมื่อปูทางได้แล้ว ก็จะดำเนินการให้ไปสู่การพูดคุยแบบ JBC RBC และ GBC ได้อยู่แล้ว”

นายมาริษ ยังบอดด้วยว่า เอกอัครราชทูตไทยในกัมพูชา ขณะนี้ยังไม่ได้เดินทางกลับ โดยตนยังมีการหารือข้อราชการกับท่านทูตในหลายเรื่อง เพื่อให้ทั้งสองฝ่าย ได้มานั่งคุย ถึงแม้เอกอัครราชทูตไทยอยู่ที่นี่ ก็ยังมีอุปทูตในการทำหน้าที่ได้

เมื่อถามย้ำว่า แม้ไม่ได้เรียกทูตไทยกลับอย่างเป็นทางการ แต่การรั้งตัวไว้ที่นี่ จะถูกมองว่าจะเป็นการลดระดับความสัมพันธ์หรือไม่ นายมาริษ กล่าวว่า ไม่ เพราะเป็นกลไกล และเป็นกระบวนการทางการทูต ไม่มีปัญหา พร้อมยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ไม่จำเป็นต้องมีประเทศตัวกลาง ตนเชื่อว่าทั้ง 2 ประเทศจะสามารถทำงานร่วมกันได้ ตนกับรัฐมนตรีว่าต่างประเทศของกัมพูชา ก็ยังสามารถติดต่อกันได้ และติดต่อเป็นประจำอยู่แล้ว

“อยากให้เข้าใจว่าเราแข็งอยู่แล้ว แต่พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสีย เพราะนี่คือนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีที่ต้องใช้ทุกกลไกลขับเคลื่อนเท่าที่ทำได้ เพราะหากมีการสูญเสียก็จะไม่มีผลดีของประเทศไทยและกัมพูชา”

นายมาริษ ยังย้ำว่า เวทีในการพูดคุยยังมีอีกหลายเวที และ JBC ก็มีกำหนดการอยู่แล้วในช่วงเดือนกันยายนนี้

“ชาดา” ขอเป็นฝ่ายค้านไม่ใช่ฝ่ายแค้น เน้นการเมืองในสภา

วันนี้ (24 มิ.ย.) นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม สส. ครั้งแรกในฐานะฝ่ายค้าน ว่า ประชุมหลายครั้งแล้ว แต่เป็นฝ่ายค้านครั้งแรกก็ตื่นเต้นดี

“ไม่ได้เป็นฝ่ายค้านแบบมั่วซั่ว เราค้านแบบสร้างสรรค์ อันไหนที่ควรค้านก็ค้าน อะไรที่ควรสนับสนุนก็สนับสนุน เราเป็นฝ่ายค้านไม่ใช่ฝ่ายแค้น ก็อยู่กับการทำงานของรัฐบาลนำเสนอเรื่องที่สร้างสรรค์

เราเคยเห็นฝ่ายค้านที่น่าเบื่อมาแล้วเราไม่อยากเป็นแบบนั้นในอดีต นี่เป็นยุคใหม่น่าจะสร้างสรรค์ได้ดีกว่า ตนสนับสนุนการเมืองในสภาไม่สนับสนุนการเมืองนอกสภา ให้เป็นไปตามคันรองประชาธิปไตย การแสดงพลังของประชาชนก็เป็นเรื่องของประชาชน อย่าไปเอาการเมืองข้างถนนมาใช้ ประชาชนมีสิทธิ์ที่ออกมาแสดงความพอใจหรือไม่พอใจ

จากนั้นก็ขอให้กลับบ้านมาแสดงพลังและกลับบ้าน การเมืองก็จะสร้างสรรค์ เดี๋ยวก็ต้องมาเจอกัน ให้ยึดประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก เราทำงานการเมืองไม่ใช่เพื่อฐานอำนาจ เพื่อประโยชน์ของประชาชน การเมืองก็จะดีขึ้น”

เมื่อถามว่า มีอะไรในใจหรือไม่ ที่จะอภิปรายครั้งแรกในฐานะฝ่ายค้าน หลังจากที่เคยอภิปรายเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต นายชาดา กล่าวว่า ตอนนั้นตนอภิปรายสนับสนุนรัฐบาล ก็ต้องดูก่อน ตนไม่ใช่นักพูดฝีปากเอก ยังมีคนเก่งกว่าตนเยอะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...