โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘การรบกวนสัญญาณเรดาร์’อาจเป็นทีเด็ดในการสู้กับ‘ขีปนาวุธ PL-15 จีน’ที่ใช้สอย‘เครื่องบินขับไล่ราฟาล’

Manager Online

เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 19.31 น. • MGR Online

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.asiatimes.com)

Jamming could be key to dodging China’s PL-15 missiles

by Stephen Bryen

08/06/2025

ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศรุ่นใหม่ของจีนพลาดเป้าหมายไปหลายครั้งทีเดียวในการปะทะกันกลางเวหาระหว่างอินเดียกับปากีสถานเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นการเปิดเผยให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่มันมีจุดอ่อนเมื่อเจอกับการรบกวนสัญญาณเรดาร์

เมื่อ 1 เดือนก่อน ผมเขียนเรื่องเกี่ยวกับอินเดียสูญเสียเครื่องบินขับไล่ ราฟาล ไป 3 ลำ ในการทำศึกกลางเวหาช่วงสั้นๆ กับปากีสถานเหนือน่านฟ้าแคว้นแคชเมียร์ ผมชี้ให้เห็นในตอนนั้นว่าข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏออกมายังอยู่ในขั้นเบื้องต้นเป็นอย่างยิ่ง และจำเป็นต้องเรียนรู้อะไรให้ยิ่งกว่านั้นอีกมาก ในเวลาที่ผมเขียนตอนนั้น เรายังไม่มีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการสูญเสียของฝ่ายปากีสถานเลย และจนถึงเวลานี้เราก็ยังคงไม่ได้เห็นรายงานเรื่องราวที่น่าเชื่อถือออกมาจากแต่ละฝ่ายอยู่ดี

(อ่านข้อเขียนเมื่อ 1 เดือนที่แล้วของผู้เขียนได้ที่ https://asiatimes.com/2025/05/india-loses-top-fighter-jet-bad-news-for-its-future-air-combat/ หรือที่เก็บความเป็นภาษาไทยแล้วได้ที่ https://mgronline.com/around/detail/9680000044111)

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่สุด ถ้าหากเรายอมรับสมมุติฐานที่ว่ารายงานเบื้องต้นซึ่งออกมานั้นมีความเชื่อถือได้ ก็คือผลงานของขีปนาวุธยิงจากอากาศสู่อากาศรุ่นที่ค่อนข้างใหม่ของจีน ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อว่า PL-15

PL-15 เป็นขีปนาวุธที่มุ่งโจมตีใส่เป้าหมายจากระยะไกลเกินสายตามองเห็น (beyond-visual-range หรือ BVR) มีความคล้ายคลึงอยู่ไม่น้อยกับพวกขีปนาวุธ BVR ของสหรัฐฯ อย่างเช่น AIM-120 สำหรับ PL-15 ดูจะเป็นขีปนาวุธที่ทรงพลังและรวดเร็ว สามารถบินเข้าเล่นงานเป้าหมายของมันด้วยความเร็ว มัค 5 (Mach 5) ซึ่งก็คือเร็วกว่าความเร็วเสียง 5 เท่า อันถือเป็นระดับขั้นต่ำสุดของอัตราความเร็วไฮเปอร์โซนิก (hypersonic)

ขีปนาวุธนี้ใช้เครื่องยนต์แบบที่สามารถทำอัตราความเร็วได้ 2 ครั้ง (dual-pulse engine) การทำอัตราความเร็วครั้งแรก ซึ่งใช้ในตอนที่เริ่มยิงออกไป จะเป็นพลังขับดันให้ขีปนาวุธพุ่งไปยังเป้าหมายของมัน แล้วขณะที่ขีปนาวุธกำลังหมดพลังงานลงใกล้ๆ กับเป้าหมาย อัตราความเร็วครั้งที่สองของเครื่องยนต์ จะช่วยทำให้ขีปนาวุธกลับเร่งความเร็วขึ้นมาได้อีกครั้ง

คุณสมบัติเช่นนี้มีส่วนอย่างสำคัญในการทำให้ PL-15 มีพลังทำลายร้ายแรง เนื่องจากอัตราเร็วเช่นนี้ทำให้เป้าหมายของมันยากที่จะหลบหลีก ทั้งเครื่องบินขับไล่ของฝ่ายรัสเซียและฝ่ายจีนต่างเน้นหนักเรื่องการสู้รบแบบดำเนินกลยุทธ์ (maneuverability) ขณะที่เครื่องบินรบสหรัฐฯ โดยเฉพาะ F-35 ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ อากาศยานของทางฝ่ายสหรัฐฯนั้น ที่เป็นข้อยกเว้นก็เห็นแต่ F-22 ซึ่งเป็นเครื่องบินเทคโนโลยีหลีกเร้นเรดาร์ (stealth)

เหตุผลประการหนึ่งของเรื่องนี้ก็คือ การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ของเครื่องบินสเตลธ์นั้น เบื้องต้นเลยตั้งใจให้สามารถหลีกเร้นเรดาร์ได้ (โดยเฉพาะเรดาร์แบบ X-band) นอกจากนั้นแล้ว พวกเครื่องบินขับไล่รัสเซียยังใช้เครื่องยนต์แบบปรับทิศทางแรงขับได้ (thrust-vectoring engine) ทำให้เครื่องบินสามารถดำเนินกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วคล่องตัว

โดยเฉพาะเครื่องยนต์ AL-41F1 ที่ติดตั้งในเครื่องบินขับไล่ Su-57 มีหัวฉีดแบบทำให้ปรับทิศทางแรงขับได้ และบูรณาการเข้ากับระบบการบินและระบบควบคุมแรงขับดัน อันเป็นเทคโนโลยีซึ่งไม่มีใน F-35 ของสหรัฐฯ

ตามรายงานของสื่อมวลชนเฉพาะวงการหลายๆ แห่งระบุว่า กองทัพอากาศอินเดีย ซึ่งมีทั้งเครื่องบินขับไล่ ราฟาล ของฝรั่งเศส และพวก Su-30s ของรัสเซีย สามารถหลบหลีก PL-15 ได้อย่างน้อยที่สุด 8 ครั้ง

มีการกู้ชิ้นส่วนที่เกือบสมบูรณ์ของขีปนาวุธ PL-15 ได้หลายชิ้นทีเดียวในอินเดีย ประเทศจำนวนมากต่างกระหายอยากเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการศึกษาค้นคว้าจากขีปนาวุธที่โจมตีเป้าหมายไม่สำเร็จเหล่านี้ โดยที่มีอยู่ลูกหนึ่งซึ่งยังไม่ได้เกิดการระเบิดใดๆ เลย เวลาเดียวกัน ก็เกิดมีคำถามขึ้นมาว่าทำไมขีปนาวุธเหล่านี้จึงพลาดไม่สามารถทำลายเป้าหมายของพวกมันได้ แล้วตกลงสู่พื้นดินโดยไม่เกิดการระเบิด

PL-15 นั้นนำวิถีโดยเรดาร์ของเครื่องบินที่ยิงมันออกไป หรือโดยพวกเครื่องบินประเภทเครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้าและควบคุมกลางอากาศ (An airborne early warning and control หรืแ AEW&C) มันจะใช้เรดาร์แบบ AESA (active electronically scanned array)) ที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวมันเอง (โดยที่ขอบเขตการมองเห็นก็มีความจำกัด) ในช่วงสุดท้ายของเส้นทางการบินของมัน

อินเดียนั้นมีอุปกรณ์การรบกวนสัญญาณเรดาร์ชั้นดี ตัวอย่างเช่น เครื่องบิน ราฟาล ก็มาพร้อมกับระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ของมันเองที่เรียกว่า SPECTRA (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.key.aero/forum/modern-military-aviation/102520-french-ecms-history-technology-and-facts)

เครื่องบินขับไล่ Su-30MKI ของกองทัพอากาศอินเดีย ก็ติดตั้งเครื่องรับสัญญาณเตือนภัยเรดาร์ ทารัง (Tarang radar warning receiver) ของรัสเซีย และพ็อดรบกวนสัญญาณเรดาร์ (jammer pod) ทำในอิสราเอล ที่มีชื่อว่า EL/M 8222 อุปกรณ์รบกวนสัญญาณเรดาร์ตัวนี้ ผลิตโดย ELTA ที่เป็นแผนกงานหนึ่งของ อิสราเอล อะวิเอชั่น อินดัสทรีส์ (Israel Aviation Industries) ใช้เทคโนโลยี active phased array technology ในการตรวจจับภัยคุกคามและจัดแจงรบกวนสัญญาณของพวกมันได้อย่างละเอียดปราณีต (ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.google.com/search?sca_esv=a37d976588f1b321&cs=0&sxsrf=AE3TifMnk5EBOUL0HttThMEzR1tjtqf_8w%3A1749328590727&q=active+phased+array+technology&sa=X&ved=2ahUKEwilpdDplOCNAxU-FVkFHaq9EHkQxccNegQIBBAB&mstk=AUtExfCNNVyoWNQ9oAq3aKEo7lqNE4DNQtIDHfdWY9XVgDC1wVBHiLPvvF5xMWR63T-0DD8knkySOVILj1AfPosU5Hnm22qtXfPmrRKL3sN9TDCLYJY-1SIsSdPeCog-CaObGo38Zlfv652P_8EOlaYHN_UDZbnqQHFRuPZuYONByUhvvgQXW9URz31ZV_vqEZabiWjhv-XqqKQq3kB0WDWCQNCgnoNkEHHwiZSF5s6KdoiqC0KAqgzXterN92XhjWZ9fiXRL0d_DwnKvHSzCdyvUFbl&csui=3)

ประวัติศาสตร์บางส่วนของเทคโนโลยีรบกวนสัญญาณเรดาร์ สามารถชมได้จากวิดีโอนี้

https://www.youtube.com/watch?v=f6jQaxyaRCw&t=6s

ไม่มีใครสามารถพูดได้ว่าพวกอุปกรณ์รบกวนสัญญาณเรดาร์เหล่านี้มีประสิทธิภาพแค่ไหนในตอนที่เกิดการปะทะกันช่วงสั้นๆ ระหว่างอินเดียกับปากีสถานครั้งนี้ แต่มีความเป็นไปได้ว่า ขีปนาวุธยิงจากอากาศสู่อากาศของจีน แม้กระทั่งพวกขีปนาวุธที่มีระยะ BVR ไกลมาก ก็ยังมีจุดอ่อนที่จะถูกรบกวนสัญญาณเรดาร์ได้

มีความเป็นไปได้มากที่พวกเรดาร์ AESA และส่วนประกอบนำวิถีอื่นๆ ของอาวุธ BVR จากอากาศสู่อากาศของจีน แม้กระทั่งพวกรุ่นใหม่ๆ อย่าง PL-15 จะใช้เทคโนโลยีแทบจะอย่างเดียวกันนี้

มีสิ่งที่จะได้เรียนรู้กันเพิ่มเติมมากกว่านี้แน่อน เมื่อ PL-15 ที่ตกลงสู่พื้นดินได้รับการศึกษาค้นคว้า และกระทั่งมีการหาประโยชน์มากกว่านี้อีก เมื่อกองทัพอากาศอินเดียสรุปรายงานกลับไปให้ทางฝ่ายฝรั่งเศสและฝ่ายรัสเซียรับทราบ แน่นอนทีเดียวว่าฝ่ายรัสเซียจะไม่ยอมบอกอะไรกับฝ่ายตะวันตก แต่ฝรั่งเศสน่าจะยินดีแบ่งปันข้อมูลกับสหรัฐฯตลอดจนพวกหุ้นส่วนชาตินาโต้รายอื่นๆ

ถ้าหากภัยคุกคามจาก BVR เป็นเรื่องที่สามารถรับมือได้แล้ว อนาคตของอาวุธเหล่านี้ก็จะตกอยู่ในสภาพไม่แน่ไม่นอน

ตัวอย่างเช่น กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ได้วางเดิมพันเอาไว้กับเทคโนโลยี BVR เหมือนกัน โดยเฉพาะในการติดตั้งกับพวก F-35 และเครื่องบินขับไล่เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ไม่สามารถติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์แบบอื่นๆ ซึ่งอยู่ในคลังแสงของสหรัฐฯ จุดอ่อนอย่างเดียวกันกับสิ่งที่เป็นไปได้ว่าอาจถูกค้นพบใน PL-15 จะปรากฏกับพวกอาวุธ BVR ของสหรัฐฯด้วยหรือไม่?

เราจึงสามารถสันนิฐานเอาไว้ก่อนว่า เพนตากอนน่าที่จะต้องการทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากนั้นแล้วการให้ความสนใจกับพวกอุปกรณ์รบกวนสัญญาณเรดาร์ และอะไรที่คล้ายๆ กัน ก็ต้องถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

สตีเฟน ไบรเอน เป็นผู้สื่อข่าวพิเศษอยู่ที่เอเชียไทมส์ เขาเคยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายเจ้าหน้าที่ของคณะอนุกรรมการตะวันออกใกล้ แห่งคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภาสหรัฐฯ รวมทั้งเคยเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหมด้านนโยบายของสหรัฐฯ สำหรับข้อเขียนนี้เผยแพร่ครั้งแรกใน Weapons and Strategy ที่เป็นบล็อกบนแพลตฟอร์ม Substack ของผู้เขียน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...