โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐ-จีน เจรจาการค้ารอบ 2 ที่ลอนดอน

Businesstoday

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 13.45 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 06.45 น. • Businesstoday

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐกับจีนนั่งโต๊ะเจรจากันที่กรุงลอนดอนในวันจันทร์ (9 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อปลดชนวนข้อพิพาทการค้าระหว่างสองมหาอำนาจ

ทั้งสองฝ่ายจะพยายามสานต่อข้อตกลงเบื้องต้น ที่บรรลุความเห็นชอบเมื่อเดือนที่แล้ว ระหว่างการเจรจาที่นครเจนีวา ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิระหว่างสหรัฐกับจีนลงได้ชั่วคราว ทั้งยังสร้างความโล่งใจแก่นักลงทุนที่ถูกกระหน่ำจากคำสั่งเรียกเก็บภาษีศุลกากร ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ มาหลายเดือน

โฆษกรัฐบาลอังกฤษกล่าวว่า การเจรจาการค้ารอบต่อไประหว่างสหรัฐกับจีน จะมีขึ้นที่กรุงลอนดอนในวันจันทร์ อังกฤษเป็นประเทศที่ส่งเสริมการค้าเสรีและแสดงท่าทีชัดเจนมาตลอด ว่าสงครามการค้าจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ใคร

คณะผู้แทนของสหรัฐ ประกอบด้วยนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง, นายฮาวเวิร์ด ลัตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์ และนายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าพิเศษของสหรัฐ ส่วนฝ่ายจีนนำโดยรองนายกรัฐมนตรีเหอ ลี่เฟิง

การเจรจารอบ 2 มีขึ้น 4 วัน หลังจากทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแห่งจีน หารือกันทางโทรศัพท์ ซึ่งนับเป็นการพูดคุยกันครั้งแรกตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ม.ค.

รัฐบาลจีนเผยว่า ระหว่างการพูดคุยนานกว่า 1 ชั่วโมง ประธานาธิบดีสีบอกให้ทรัมป์เลิกใช้มาตรการทางการค้าที่สร้างปั่นป่วนแก่เศรษฐกิจโลก พร้อมเตือนทรัมป์ในประเด็นไต้หวัน

แต่ทรัมป์โพสต์ทางสื่อสังคมออนไลน์ ว่าการพูดคุยเน้นเรื่องการค้า และนำไปสู่ข้อสรุปแง่บวก ซึ่งปูทางไปสู่การเจรจารอบ 2 ที่ลอนดอน ทรัมป์ยังระบุด้วยว่าผู้นำจีนตกลงจะกลับมาส่งออกแร่หายากให้สหรัฐ หลังจากระงับการส่งออกแร่หากยากหลายชนิดเมื่อเดือนเม.ย. จนสร้างความปั่นป่วนแก่บรรดาห่วงโซ่อุปทานที่จัดหาวัตถุดิบป้อนผู้ผลิตรถยนต์, อุตสาหกรรมอวกาศ, บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ และผู้รับเหมางานกลาโหมทั่วโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...