โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทยวันนี้ แกว่งในกรอบ 1,200-1,230 จุด ไร้ปัจจัยใหม่ เกาะติดดีลเจรจา”ทรัมป์-สีจิ้นผิง”-ตัวเลข PPI-ยอดค้าปลีกสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 09.31 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 02.31 น.

หุ้นไทยวันนี้ 15 พ.ค. นักวิเคราะห์คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,200-1,230 จุด รับข่าวประธานาธิบดีทรัมป์อาจจะเข้าพบประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเพื่อพูดคุยข้อสรุปสงครามการค้า ส่วนในประเทศยังไม่มีปัจจัยใหม่ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตช้าลง ติดตามตัวเลข PPI และยอดค้าปลีกเดือน เม.ย.ของสหรัฐคืนนี้

วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า เมื่อวานตลาดระหว่างวันมีช่วงอ่อนตัวลง ไปทำจุดต่ำสุดที่ 1,207 จุด ก่อนรีบาวด์ขึ้นมาปิดบวก 2.32 จุด แต่แรงซื้อเป็นผลมากจาก DELTA ถึง 7 จุด หากไม่รวมตลาด -4.68 จุด ระยะสั้นยังเป็นการพักฐานหลังขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าเป็นการสร้างฐานต่อ โดยการอ่อนตัวลงมีแนวรับหลักที่ 1,205/1,200-1,195 จุด ต้องไม่หลุดต่ำกว่าจะเป็นการสร้างฐานเพื่อรอขึ้น ส่วนการปรับตัวขึ้นมีแนวต้านที่ 1,225/1,235 จุด ผ่านได้จะกลับมาแกว่งตัวขึ้นรอบใหม่

ช่วงสั้นมอง SET จะปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า หลังสหรัฐและจีนบรรลุข้อตกลงปรับลดภาษีศุลกากรระหว่างกันเป็นเวลา 90 วัน อย่างไรก็ดีคาด SET ยังมีUpside จํากัด หลังปรับตัวขึ้นมาสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกจากการเจรจาทางการค้าไปก่อนหน้านี้จนทําให้ดัชนียืนเหนือระดับ 1,200 จุด สูงกว่าก่อนเกิดเหตุการณ์ ปธน. ทรัมป์ประกาศภาษีศุลกากรตอบโต้ประเทศคู่ค้าไปแล้ว

อีกทั้งในประเทศยังต้องติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับไทยที่ยังไม่มีความคืบหน้า และการเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายประกาศงบ 1Q68 ของหุ้น Real Sector ทําให้บรรยากาศลงทุนน่าจะยังเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยมองมีแนวต้านสําคัญบริเวณ 1,250 จุด ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงคงแนะนําให้ “Selective Buy”

นายกรภัทร วรเชษฐ์ หัวหน้าสายงานวิจัย บล.กรุงศรี กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบ ตอบรับข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อาจเข้าพบ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เร็ว ๆ นี้ เพื่อหาข้อสรุปสงครามการค้าสหรัฐ-จีน หลัง 2 ประเทศได้ข้อตกลงลดกำแพงภาษีชั่วคราวไปแล้ว

ขณะที่ในประเทศ ตอนนี้ยังไร้ปัจจัยใหม่ให้ติดตาม ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่เริ่มเติบโตช้าลง พร้อมให้แนวต้าน 1,230 จุด แนวรับ 1,207 จุด

ด้านบล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET Index จะแกว่งไซด์เวย์ ในกรอบ 1,210-1,225 จุดหลังจากตอบรับเชิงบวกต่อสงครามการค้าที่ผ่อนคลายลงไปมากพอสมควรแล้ว ขณะที่ระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น โดยรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ PPI และยอดค้าปลีกเดือน เม.ย.ของสหรัฐคืนนี้ โดยหากตัวเลขยังออกมาในเชิงบวกอย่างเช่น CPI ในช่วงต้นสัปดาห์ จะเป็นปัจจัยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงให้ฟื้นตัวต่อไประยะสั้น จากแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ในการดำเนินนโยบายการเงินที่ลดลง

ขณะที่ความคาดหวังเชิงบวกต่อดีลการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศต่าง ๆ ยังเป็นปัจจัยหนุนและทำให้ตลาดประเมินความเสี่ยง Recession ของเศรษฐกิจสหรัฐต่ำลงจากเดือนก่อน สำหรับไทยมีการเปิดเผย 5 ข้อเสนอทางการค้าจูงใจสหรัฐฯซึ่งต้องดูว่าจะได้คิวเจรจาการค้าเมื่อไร

ด้านผลประกอบการไตรมาส 1/68 ของบจ. ล่าสุดเท่าที่ประกาศออกมาแล้ว โดยรวมดีกว่าตลาดคาดราว 6% ซึ่งนำโดยหุ้นขนาดใหญ่เป็นหลัก ทำให้ภาพรวม Bloomberg EPS ของ SET ปัจจุบันยังทรงตัวที่ราว 90 บาท หลังจากถูกปรับลงจากเดือนก่อนที่ราว 93 บาท ยังมองการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการใช้จ่ายจะยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อแนวโน้มกำไรบจ.ในไตรมาส 2/68 ถึงครึ่งหลังปี 68รวมถึงจำกัด Upside ของ SET Index มากขึ้น จึงยังเน้นเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งและมั่นคง โดยเฉพาะสินค้าบริการจำเป็นที่ราคายัง Laggard กว่าตลาด ซึ่งมีโอกาสกลับมา Outperform หลัง SET ฟื้นตัวจาก Low มาแล้วราว 16%

บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,200 – 1,220 จุด ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังคงแนะลดพอร์ตการลงทุนเช่นเดิมเพราะปัจจัยพื้นฐานไทยที่ยังอ่อนแอ แม้จะมีข่าวเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับนานาประเทศแต่ก็เป็นเพียงชั่วคราวและอาจกลับมาขึ้นภาษีอีกก็เป็นไปได้ หรือในอีกมุมหนึ่งก็คือภาษีการมีกำแพงภาษีระหว่างกันมิใช่เรื่องที่ดีต่อการค้าโลกหรือเศรษฐกิจโลก (แท้จริงแล้วภาษีนำเข้าระดับ 10 – 30% ก็ยังเป็นระดับที่สูง)

อย่างไรก็ตามนักลงทุนระยะสั้นอาจเลือกเก็งกำไรในหุ้นที่ผลประกอบการรายงานออกมาดี อาทิ CPALL AMATA OSP CPF

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...