โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ก.แรงงาน จ่อชงบอร์ดใช้เงิน กองทุนประกันสังคม ปล่อยกู้ลูกจ้างทำอาชีพเสริม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 พ.ค. 2568 เวลา 16.08 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2568 เวลา 08.56 น.

รมว.แรงงาน ผุดไอเดียใช้เงิน กองทุนประกันสังคม ปล่อยกู้ลูกจ้างทำอาชีพเสริม 24,000 ล้านบาท เพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมเตรียมชงบอร์ด 26 มิ.ย. แบงก์กสิกรไทย และกรุงศรีอยุธยา ขานรับเตรียมวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท/คน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ชี้แจงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 โดยระบุว่า กระทรวงแรงงานได้รับการจัดสรรงบประมาณ 68,169 ล้านบาทเศษ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้รับการจัดสรรงบเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษกว่า 500 ล้านบาท เนื่องจากต้องมีการเพิ่มทักษะใหม่ รวมถึงการฝึกอบรมในด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์

ทั้งนี้ ในส่วนกองทุนประกันสังคม มีการปรับลดงบประมาณมากสุด แต่กองทุนประกันสังคม มีเงินสนับสนุนจากกองทุน ในแต่ละปีมีการจัดสรร 10% นำไปใช้จ่ายได้ แต่ไม่เคยใช้ถึง 10% ใช้เพียง 2% กว่า และในกองทุนประกันสังคม หากจะมีการอนุมัติในเรื่องใดต้องผ่านคณะกรรมการประกันสังคมที่มาจาก 3 ฝ่าย (นายจ้าง ลูกจ้าง และฝ่ายรัฐ)

ส่วนกรณีฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกต เรื่องการเยียวยาลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างนั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงแรงงานได้จัดทำเรื่องการของบประมาณช่วยเหลือเยียวยาลูกจ้าง นำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.แล้ว แต่อยู่ระหว่างเวียนของแต่ละกระทรวง ซึ่งกระทรวงได้หาออกเพื่อแก้ปัญหาถาวร

โดยตั้งคณะกรรมการศึกษาร่วมชุดหนึ่ง ได้ประชุมและมีแนวคิดที่จะให้นายจ้างสมทบเงิน 0.05% ฝากไว้ที่กองทุนเงินทดแทน และเมื่อมีปัญหาเลิกจ้าง หรือสถานประกอบการปิดกิจการ จะนำเงินส่วนนี้มาชดเชยให้กับลูกจ้าง และให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นเจ้าภาพต่อสู้คดีกับนายจ้าง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ได้มีโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ระยะที่ 3 (2568-2569) วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็น งบจากกองทุนประกันสังคม 20,000 ล้านบาท และงบกลางจากรัฐบาลอีก 10,000 ล้านบาท เป็นการปล่อยเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับสถานประกอบการ

โดยวงเงินสินเชื่อต่อรายแบ่งตามขนาดธุรกิจ ได้แก่ สถานประกอบการที่มีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน สามารถกู้ได้สูงสุด 15 ล้านบาท, กรณีมีลูกจ้าง 201-500 คน วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท และสำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างมากกว่า 500 คนขึ้นไป วงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท

โดยสถานประกอบการที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกิน 2.35% ต่อปีในช่วง 3 ปีแรก ขณะที่กรณีไม่มีหลักทรัพย์หรือใช้บุคคลค้ำประกัน ดอกเบี้ยไม่เกิน 4.75% ต่อปี ทั้งนี้ เพื่อต้องการกระตุ้นให้นายจ้าง รักษาการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 80%

รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า มีแนวคิดนำเงินจากกองทุนประกันสังคม 24,000 ล้านบาท นำมาสนับสนุนผู้ใช้แรงงานตามมาตรา 33 39 และ 40 เพื่อนำไปสร้างอาชีพอิสระ เพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริม โดยมีธนาคารตอบรับเข้าร่วมโครงการแล้ว 2 แห่ง คือ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีวงเงินให้ไม่เกิน 200,000 บาท/คน ส่วนดอกเบี้ยกำลังอยู่ระหว่างการหารือกับธนาคาร แต่จะพยายามไม่ให้เกิน 8% ต่อปี ทั้งนี้ หากมีผู้ใช้แรงงานไปกู้เงินนอกระบบ ก็สามารถมากู้เงินดังกล่าวไปชำระหนี้นอกระบบได้ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า

"เป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงฯ ในฐานะประธานบอร์ดประกันสังคม ที่ต้องไปของบฯ จากบอร์ดอีก 5% คือ จะได้เพิ่มอีกประมาณ 39,000 ล้านบาท รวมแล้วกว่า 60,000 ล้านบาท โดยอาจจะนำเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดประกันสังคม วันที่ 26 มิ.ย.นี้"

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...