โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Finnomena 2025 Mid-Year Outlook: Harnessing Volatility with Unconventional Assets ปรับกลยุทธ์รับมือกับความผันผวน ด้วยสินทรัพย์นอกกรอบ

Finnomena

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 04.34 น. • Finnomena Funds

สรุปกลยุทธ์การลงทุนครึ่งปีหลัง 2025 Mid-Year Outlook แนะนำกลยุทธ์สร้างผลตอบแทนในตลาด Sideway ด้วยสินทรัพย์นอกกรอบ (Alternative Assets) กระจายการลงทุนที่หลากหลาย พร้อมใช้กลยุทธ์ Call Option เสริมผลตอบแทนจาก Premium Income และเตรียมสภาพคล่องบางส่วนเพื่อเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเมื่อตลาดปรับฐาน

Finnomena 2025 Mid-Year Outlook

Executive Summary ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา

  • ผลกระทบจากนโยบายภาษี (Tariff) จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาชะลอตัว (แต่ไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย) ขณะที่เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และตลาดแรงงานอ่อนแรงลงเพื่อเข้าสู่ดุลยภาพ

  • แรงหนุนเศรษฐกิจจากการลดดอกเบี้ยของ Fed ลดลง แต่หากเกิดความไม่แน่นอนอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ Fed ยังพร้อมเข้าช่วยเหลือ

  • ในระยะยาวเรามองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีความน่าสนใจจากการเติบโตของกำไรที่สูง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีการใช้งานด้าน AI มากขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนของธุรกิจ

  • ในระยะสั้นความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ร่างกฏหมาย One Big Beautiful Bill (OBBB) ความไม่แน่นอนของนโยบายของทรัมป์ และการเปลี่ยนแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed

  • ด้าน Valuation ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ณ ปัจจุบันอยู่ในระดับที่ค่อนข้างตึงตัว บ่งชี้ถึง Downside Risk ในระยะสั้น

  • เราจึงปรับมุมมองหุ้นสหรัฐฯ สู่ Slightly Negative จาก Slightly Positive โดยแนะนำกลยุทธ์การลงทุนสร้างผลตอบแทนในตลาดผันผวน หรือ Sideways อย่าง Multi Asset กองทุน ES-GAINCOME-A ซึ่งเน้นลงทุนการกระจายไปในหลายสินทรัพย์ทั่วโลกที่สร้างกระแสเงินสดสูง และกองทุน K-GPINUH-A(A) ซึ่งลงทุนในหุ้น Defensive ที่มีการจ่ายเงินปันผล พร้อมใช้กลยุทธ์ขาย Call Option เพื่อเสริมผลตอบแทนจาก Premium Income เพิ่มเติม

  • นอกจากนี้ เราแนะนำเตรียมสภาพคล่องบางส่วนเพื่อเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเมื่อตลาดปรับฐาน
    ตลาดหุ้นยุโรป

  • ปรับมุมมองหุ้นยุโรปสู่ Neutral จาก Slightly Positive ตามทิศทางตลาดหุ้นโลกที่เผชิญกับความไม่แน่นอน แม้แนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปจะทยอยฟื้นตัวอย่างช้า ๆ และ ECB กำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุดของวัฏจักรการลดดอกเบี้ย

  • อย่างไรก็ดี ตลาดยุโรปยังคงมีจุดเด่นจากระดับ Shareholder Yield ที่สูงกว่าสหรัฐฯ โดยเฉพาะในด้านอัตราการจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน

  • ขณะที่ด้าน Valuation ยังมีข้อจำกัดในการ Re-rate ขึ้น เนื่องจากการเติบโตของกำไรในตลาดยุโรปยังอยู่ในระดับต่ำ และมีสัดส่วนหุ้นเติบโต (Growth stocks) ที่น้อยเมื่อเทียบกับตลาดสหรัฐฯตลาดหุ้นญี่ปุ่น

  • เราคงมุมมอง Neutral ต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น แม้จะมีปัจจัยบวกหลายด้าน โดยเฉพาะการปฏิรูปธรรมาภิบาลองค์กร (Corporate Governance Reform) ที่ยังคงเป็นจุดเด่นสำคัญ พร้อมแรงกดดันจาก Activist Investors ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทญี่ปุ่นเร่งปรับปรุงธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง ภายใต้บทบาทนำของ TSE ซึ่งในครึ่งปีแรกของปี 2025 มีบริษัทถูกถอดออกจากตลาด (Delist) แล้วถึง 59 แห่ง

  • อีกหนึ่งแรงหนุนคือมูลค่าการทำ Share Buyback ในปี 2025 (ณ วันที่ 23 มิ.ย.) ซึ่งสูงเกินกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งปี 2024 ไปแล้ว สะท้อนความพยายามสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อ

  • แม้อัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่นยังเกินกรอบเป้าหมาย แต่ BOJ ยังคงดำเนินนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งในการขึ้นดอกเบี้ยและการลด QE ขณะที่ความกังวลเรื่อง Unwind Yen Carry Trade ดูจะคลี่คลายลงแล้ว

  • อย่างไรก็ดี ปัจจัยเสี่ยงยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะความไม่แน่นอนด้านการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ การรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับจีน และการพึ่งพาด้านความมั่นคงจากสหรัฐฯ
    ตลาดหุ้น Emerging Market

  • เรามีมุมมอง Slightly Positive ต่อตลาดหุ้น EM ex China เนื่องจากยังคงมีความน่าสนใจและได้ประโยชน์จากผลของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงประมาณการกำไรยังถูกปรับขึ้น

  • นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนจากค่าเงินสกุลเอเชียที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ และบางสกุลเงินที่สำคัญอย่างเช่น KRW และ INR ยังไม่ Overvalue และมีโอกาสแข็งค่าต่อ

  • แนะนำทยอยสะสมกองทุน TEMXCHตลาดหุ้นจีน

  • เราคงมุมมอง Slightly Positive หุ้นจีน H-shares และคงมุมมอง Neutral หุ้นจีน A-shares

  • นโยบายของรัฐบาลจีนมีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเน้นสนับสนุนภาคธุรกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่รัฐบาลเน้นรักษาเสถียรภาพด้านราคา มากกว่าการอัดฉีดขนาดใหญ่

  • ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาอสังหาฯ ที่เคยกดดันตลาดหุ้นจีนดูเหมือนจะผ่านจุดเลวร้ายที่สุดไปแล้ว โดยอ้างอิงจากบทเรียนของญี่ปุ่นและสหรัฐฯ

  • ชอบหุ้นจีน H-shares มากกว่า โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ จากการเติบโตของกำไรหุ้นเทคโนโลยีจีนขนาดใหญ่ที่น่าสนใจกว่า จากปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัว และได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นบริโภค รวมถึงกฏระเบียบที่ผ่อนคลายลงจะช่วยให้เพิ่มส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น

  • ขณะที่หุ้นจีน A-Shares ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Old Economy และการเติบโตไม่โดดเด่น

  • ด้าน Valuation หุ้นจีน H-Shares แพงกว่าในอดีต แต่มาจากโครงสร้างตลาดหุ้นที่มีน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีมากขึ้น

  • แนะนำทยอยสะสมกองทุน MEGA10CHINA-Aตลาดหุ้นอินเดีย

  • เราปรับมุมมองตลาดหุ้นอินเดียสู่ Slightly Positive จาก Positive หลังตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นทำให้ Valuation สูงขึ้น

  • แนวโน้มเศรษฐกิจระยะยาวยังเติบโตแกร่งกว่าประเทศ EM อื่น ๆ ขณะที่ภาครัฐบาลและธนาคารกลางใช้นโยบายเศรษฐกิจที่สอดคล้องกันเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้านการเติบโตของสินเชื่อธนาคารแม้ชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมาแต่เริ่มเห็นถึงการฟื้นตัว หลังธนาคารกลางอินเดียลดดอกเบี้ย 0.50%

  • ถึงแม้ว่าด้าน Valuation ของตลาดหุ้นแพง แต่ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดหุ้นหลัก ๆ หนุนมาจากการเติบโตของกำไร

  • แนะนำทยอยสะสมกองทุน TISCOINA-A และ B-BHARATA
    ตลาดหุ้นเกาหลีใต้

  • ปรับมุมมองตลาดหุ้นเกาหลีใต้สู่ Neutral จาก Slightly Positive หลังประธานาธิบดีคนใหม่มีเป้าหมายชัดเจนในการผลักดันตลาดหุ้นสู่ 5,000 จุด และการปฏิรูป Corporate Governance 2.0 อย่างจริงจัง

  • แต่ตลาดหุ้นเกาหลีได้รับการ Re-Rating หรือปรับ Valuation ขึ้นด้วยสาเหตุข้างต้นไปมากแล้ว ซึ่ง Valuation ปรับตัวเพิ่ม (Re-rating) ขึ้นมาราว 20% จากช่วงต้นปี และปัจจุบัน Forward PE ซื้อขายที่ 10.4x ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยระยะยาว

  • หากเทียบกรณีศึกษาจากตลาดหุ้นญี่ปุ่น ที่ได้มีการผลักดัน Corporate Governance Reform จะพบว่าตลาดหุ้นมีการ Re-rating ขึ้ันมาประมาณ 15-20% และปัจจุบันซื้อขายที่ Forward PE 14.8x เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยระยะยาวเช่นเดียวกับตลาดหุ้นเกาหลี ณ ปัจจุบันตลาดหุ้นไทย

  • เราคงมุมมอง Slightly Positive ต่อตลาดหุ้นไทย ทิศทางเศรษฐกิจผสมผสานแต่ละกลุ่ม ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนหลักอ่อนแอลง การบริโภคมีแนวโน้มซบเซาจากโครงการเงินหมื่นถูกเลื่อนออกไป

  • แต่ภาคการส่งออกขยายตัวเร่งขึ้น จากการ Front load นำเข้าสินค้าของประเทศคู่ค้า จากความกังวลเรื่องการขึ้น Tariff

  • ความผันผวนทางการเมืองในประเทศกดดันต่อความเชื่อมั่นตลาดหุุ้น

  • ส่งผลให้ Valuation ตลาดหุ้นอยู่ในระดับถูกมาก และการเติบโตของกำไรตลาดหุ้นอยู่ในระดับต่ำ แต่ระดับ Dividend yield อยู่ในระดับที่น่าสนใจมาก

  • แนะนำทยอยสะสมกองทุน TISCOHD-A ซึ่งเน้นลงทุนหุ้นไทยปันผลสูงตลาดหุ้นเวียดนาม

  • เราคงมุมมอง Slightly Positive ต่อตลาดหุ้นเวียดนาม การเติบโตของสินเชื่อยังโตต่อเนื่อง ส่งผลให้การผลิตและการค้าปลีกแข็งแกร่ง FDI ยังไหลเข้าต่อเนื่อง ขณะที่ Fund flow จากนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาในตลาดหุ้นเวียดนาม

  • ตลาดหลักทรัพย์เวียดนามเริ่มใช้ระบบ KRX แล้ว หลังจากพัฒนามานานกว่า 10 ปี ถือเป็นก้าวเปลี่ยนผ่านสำคัญของเวียดนามในการยกระดับตลาด จาก Frontier Market ไปสู่ Emerging Market

  • เราแนะนำทยอยสะสม PRINCIPAL VNEQ-A และ KKP VGF-UI* (*ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย กองทุนรวมที่เสนอขายผู้ลงทุนสถานบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน)ตราสารหนี้โลก

  • เคงมุมมอง Positive ต่อตราสารหนี้โลก โดย Bond Yield สหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกอยู่ในช่วงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง และทิศทางเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวจะช่วยหนุนให้ Bond Yield เริ่มมีเสถียรภาพ เราชอบพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ที่มีคุณภาพดีเนื่องจาก Credit spread ยังอยู่ในระดับที่แคบ

  • โดยแนะนำกองทุน K-GDBOND-A(A)น้ำมันดิบ

  • ยังคงมุมมอง Slightly Negative ต่อน้ำมัน เนื่องจากตลาดน้ำมันยังเผชิญกับสภาวะอุปทานส่วนเกินโดยเฉพาะการเพิ่มกำลังการผลิตจากฝั่งสหรัฐฯ ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเรามองเป็นปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นทองคำ

  • เราปรับมุมมองทองคำขึ้นสู่ Slightly Positive จาก Neutral เนื่องจากทองคำยังมีแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางกลุ่มประเทศ BRICS และยังได้ปัจจัยสนับสนุนจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่

  • แนะนำทยอยสะสมกองทุน KT-GOLDUH-A และกองทุน K-GOLD-A(A)ดาวน์โหลดฟรี! “สไลด์มุมมองการลงทุน ครึ่งปีหลัง 2025”

จัดทำโดยบลป.เดฟินิท (Definit) สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)สามารถเข้าถึงรายละเอียดกองทุนต่าง ๆ และ Fund Fact Sheet ได้จาก Link บนชื่อกองทุน

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...