โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

119 ปีไม่พอจะหยุดบัญชีม้า? เมื่อโทษแรง แต่โครงสร้างอาชญากรรมยังแข็งแกร่ง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 02.59 น.
คนไทยเกี่ยวข้องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถูกจำคุกสูงสุด 119 ปี ข้อมูลล่าสุดเผยไทยเผชิญภัยไซเบอร์พุ่งถึง 168 ล้านครั้งในปีเดียว โครงข่ายบัญชีม้ายังเคลื่อนไหวหลักหมื่นคน

ในขณะที่หลายคนรับสายแปลกๆ แล้วรีบวางด้วยความรำคาญ มีบางคนที่ตอบรับ เสียเงิน และอีกบางคนที่กลายเป็นฟันเฟืองของขบวนการโดยไม่รู้ตัว เช่นเดียวกับชายหญิงชาวไทย 6 ราย ที่เพิ่งถูกส่งตัวกลับจากกัมพูชาเมื่อไม่นานนี้ และเข้าสู่กระบวนการสอบสวนหลังถูกต้องสงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

แม้เป็นข่าวที่หลายคนอาจมองข้าม แต่คดีนี้มีความสำคัญ เพราะสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยตกเป็นทั้งเหยื่อและผู้ร่วมขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และบางรายถึงขั้นถูกศาลไทยตัดสินจำคุกถึง 119 ปี

บทลงโทษที่ไม่ใช่แค่เตือนใจ แต่คือการส่งสัญญาณเข้ม

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศาลได้พิพากษาจำคุกผู้ต้องหาในคดีบัญชีม้า 4 รายเป็นเวลา 41 ปีเศษ และผู้ที่จัดหาคนไทยเข้าสู่ขบวนการอีก 2 ราย ถูกพิพากษาจำคุกคนละ 119 ปี ซึ่งแม้ตามกฎหมายไทยจะจำคุกได้ไม่เกิน 50 ปีต่อคน แต่โทษสูงขนาดนี้คือคำเตือนที่ชัดเจนว่า รัฐไม่อ่อนข้อให้กับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอีกต่อไป

การยึดรถยนต์ 4 คันและการคืนทรัพย์สินแก่ผู้เสียหาย 39 ราย มูลค่ารวมเกือบ 6 ล้านบาท แสดงให้เห็นความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการแกะรอยทรัพย์สินและฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้น

สถิติที่มากกว่าคำว่า “น่ากังวล”

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภัยไซเบอร์ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี ปี 2024 มีการรายงานสายและข้อความหลอกลวงรวมกันถึง 168 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 112% จากปีก่อนหน้า ข้อมูลจากหลายหน่วยงานระบุว่า ระหว่างมีนาคม 2022 ถึงกุมภาพันธ์ 2024 มีคดีอาชญากรรมไซเบอร์รวมกว่า 460,000 คดี มูลค่าความเสียหายเฉพาะจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากกว่า 53.8 พันล้านบาท

ในหนึ่งสัปดาห์ของปี 2023 เพียงสัปดาห์เดียว มีผู้แจ้งความคดีหลอกลวงมากถึง 529 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 65 ล้านบาท เผยให้เห็นความถี่และความรุนแรงของปัญหาที่ประชาชนทั่วไปต้องเผชิญโดยไม่มีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

โครงสร้างอาชญากรรมที่ยังคงปรับตัวได้ต่อเนื่อง

แม้จะมีการจับกุมเครือข่ายทั้งชาวไทยและต่างชาติหลายครั้ง รวมถึงการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา เมียนมา และลาว แต่โครงข่ายคอลเซ็นเตอร์ยังคงย้ายฐานได้ตามแรงกดดัน เช่น ข้ามชายแดนหรือใช้เทคโนโลยีอย่างคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อฟอกเงิน

ข้อมูลจากปี 2023 ยังระบุว่าคนไทยได้รับข้อความและสายหลอกลวงมากที่สุดในเอเชีย รวมกว่า 78.8 ล้านครั้ง ขณะที่จำนวนบัญชีม้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ในไทยนั้น คาดว่ามีมากถึงหลักหมื่นราย

เมื่อความรู้เท่าไม่ถึงการณ์กลายเป็นอาชญากรรม

กรณีที่พบได้บ่อยคือ คนที่เปิดบัญชีให้คนแปลกหน้า โดยคิดว่าเป็นการหารายได้ง่ายๆ แลกกับเงินไม่กี่พันบาท แต่กลับกลายเป็นการตกลงใจเข้าร่วมขบวนการฟอกเงิน ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 9 ปี แม้จะได้ค่าจ้างเพียง 2,000 บาท

ในกรณีที่ร้ายแรงกว่านั้น เช่น การรับหน้าที่จัดหาคน หาที่พัก หรือซ่อนตัวสมาชิกแก๊ง ผู้กระทำความผิดมีแนวโน้มได้รับโทษในระดับเดียวกับผู้บริหารขบวนการ

บทเรียนที่ต้องออกแบบใหม่ทั้งระบบ

รัฐพยายามเพิ่มมาตรการ เช่น การระงับเลขหมายต้องสงสัยทันที และการเอาผิดผู้ให้บริการที่ปล่อยให้เกิดช่องโหว่ แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าปัญหานี้จะจบลงในเร็ววัน โครงข่ายอาชญากรรมข้ามชาติยังคงปรับเปลี่ยนวิธีการหลอกลวงได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ประชาชนบางส่วนยังขาดความเข้าใจในความเสี่ยงที่แท้จริง

นี่ไม่ใช่แค่การประกาศจับหรือรายงานตัวเลขความเสียหาย แต่คือการชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างที่ยังต้องการการแก้ไขแบบองค์รวม ตั้งแต่การให้ความรู้พื้นฐาน การคัดกรองธุรกรรมต้องสงสัย ไปจนถึงการควบคุมช่องทางดิจิทัล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...