โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“แบงก์ชาติศรีลังกา” คงดอกเบี้ยที่ 7.75% จับตาภาษีนำเข้าสหรัฐ 30% เส้นตาย 1 ส.ค.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 03.00 น.

แบงก์ชาติศรีลังกา คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายข้ามคืนไว้ที่ 7.75% ในวันที่ 23 ก.ค. ขณะติดตามสถานการณ์การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หลังมีแนวโน้มจะถูกเก็บภาษีนำเข้า 30% ตั้งแต่ 1 ส.ค.

วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.03 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางศรีลังกา ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายข้ามคืนไว้ที่ 7.75% ในวันพุธ (23 ก.ค.) ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายกำลังประเมินผลกระทบจากความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้ากับสหรัฐ ก่อนจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

จากการสำรวจของ Bloomberg นักเศรษฐศาสตร์ 7 ใน 10 รายคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะคงที่ ส่วนที่เหลือคาดว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 หลังจากธนาคารกลางปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างไม่คาดคิดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการกลับเข้าสู่รอบของนโยบายผ่อนคลายอีกครั้ง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

นโยบายครั้งล่าสุดมีขึ้นหลังจากที่สหรัฐเตรียมประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากศรีลังกาในอัตรา 30% มีผลวันที่ 1 ส.ค. โดยทางการศรีลังกากำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อลดอัตราภาษีดังกล่าวก่อนถึงกำหนดเส้นตาย

เศรษฐกิจของศรีลังกาพึ่งพาตลาดส่งออกสหรัฐอย่างมาก โดยในปีที่แล้วมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม

ทั้งนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่าความเสี่ยงด้านการค้าอาจกระทบอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจศรีลังกาได้มากถึง 1.5%

ศรีลังกากำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจและการผิดนัดชำระหนี้ครั้งประวัติศาสตร์ โดยสามารถทำผลงานทางเศรษฐกิจได้เหนือกว่าคาดการณ์ในปี 2567 ด้วยแรงสนับสนุนจากมาตรการช่วยเหลือทางการเงินของ IMF

Nandalal Weerasinghe ผู้ว่าการธนาคารกลางศรีลังกา กล่าวว่า ศรีลังกายังมีพื้นที่สำหรับการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม หากอัตราเงินเฟ้อยังคงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยในปัจจุบันความคาดหวังด้านเงินเฟ้อของประเทศอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ และอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาจะกลับมาอยู่ในทิศทางบวกอย่างค่อยเป็นค่อยไป

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...