โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

วิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา สงครามเศรษฐกิจใครเจ็บตัวมากกว่ากัน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 23.37 น.

ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย และอดีตประธานสภาธุรกิจประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เปิดเผยบทความพิเศษว่า สถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชารอบใหม่ เริ่มจากจากปลายเดือนพฤษภาคม 2568 ทหารกัมพูชาเข้ามาขุดสนามเพลาะหรือคูเลต (Culette) ที่ช่องบกลากยาวจากปัญหาเส้นเขตแดนบานปลายต่างเตรียมทหารยุทโธปกรณ์เต็มกำลังตรึงชายแดนทั้งสองประเทศ

จากปัญหาคลิปเสียงหลุดแบบเจตนาจาก “คุณอา คุณหลาน” แบล็คเมล์เขย่าภาวะนายกรัฐมนตรีและเสถียรภาพรัฐบาลไทย จนต้องปรับครม.แบบยกแผง ท่าทีซึ่งเปลี่ยนไป ไทย-กัมพูชา เล่มเกมส์สงครามเศรษฐกิจโดยกัมพูชาขู่แบนสินค้าไทยและปิดไม่รับซื้อกระแสไฟ-ระบบอินเตอร์เน็ต หันไปซื้อจากประเทศเวียดนามเพื่อทดแทนการพึ่งพิงไทย

ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย และอดีตประธานสภาธุรกิจประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)

ทั้งสองประเทศต่างมีการปิดบางด่าน-จุดผ่อนปรน โดยไทยไม่ให้ทั้งคนไทยและต่างชาติออกไปเล่นคาสิโนฝั่งปอยเปต ความตึงเครียดเพิ่มดีกรีทางกัมพูชาออกสงครามข่าวสาร (Information Operation) โจมตีไทยว่าลุกล้ำเส้นแบ่งเขตแดน ซึ่งต่างฝ่ายใช้มาตราส่วนไม่เหมือนกัน โดยกัมพูชาส่งเรื่องให้ศาลโลกเป็นผู้ตัดสิน แต่ไทยไม่ยอมรับ เพราะออกจากเขตศาลโลกมา 65 ปี

อีกทั้งรัฐบาลฮุน มาเน็ต กล่าวหาว่าไทยปิดด่านทำให้ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค-น้ำมันขาดแคลนราคาสูงประชาชนเดือดร้อนเพราะไทยเป็นต้นเหตุ

หลังการปล่อยคลิปเคลม “นายกอุ๊งอิ๊ง” ที่คุยแก้ปัญหาขัดแย้งแบบหลานคุยกับ “Uncle” (ฮุนเซ็น) ท่าทีของรัฐบาลแข็งกร้าวมอบอำนาจปิด-เปิดชายแดนให้กับกองทัพแบบเบ็ดเสร็จ

สถานการณ์ล่าสุด วันที่ 23 มิถุนายน กองทัพมีคำสั่งสองฉบับ กองทัพภาคที่ 1 มีคำสั่งปิดพรมแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นเส้นทางหลักขนส่งทางถนนจากด่านบ้านคลองลึก (อรัญประเทศ) ไปด่านปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย ผ่านเมืองกันดาล-โพธิสัต-พะตะบอง ถึงนครพนมเปญ ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหญ่ของกัมพูชาระยะทาง 405.8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4.5 – 5.0 ชั่วโมง

ทั้งนี้รถบรรทุกไทยจะต้องถ่ายสินค้าเปลี่ยนรถกัมพูชาที่ด่านปอยเปต ค่าขนส่งรถขนาดสิบล้อ ประมาณ 650 เหรียญสหรัฐ สัดส่วนการขนส่งสินค้าข้ามแดนฝั่งอรัญประเทศ มูลค่าประมาณร้อยละ 64.4 เป็นด่านสำคัญที่มีสินค้าเข้า-ออกมากสุด ด้านจังหวัดจันทบุรี ด่านบ้านผักกาดไปออกเขมรที่ด่านบ้านคลองจะกร๊อม จังหวัดพะตะบอง มีสัดส่วนการขนส่งมูลค่าร้อยละ 14.2 จันทบุรี ยังมีด่านบ้านแหลมแต่สินค้าไม่มาก

ขณะที่จังหวัดตราดด่านสำคัญคือด่านบ้านหาดเล็กข้ามไปฝั่งเขมรคือด่านจามเยียม จังหวัดเกาะกง ซึ่งสินค้าไม่มากโดยด่านดังกล่าวปิดห้ามคน-รถ-สินค้าเข้ากัมพูชาไปก่อนหน้า

นอกจากนี้การปิดด่านมีคำสั่งกองทัพภาค 2 ออกมาในวันเดียวกัน ปิดด่านสามจังหวัดตลอดชายแดนไทย-กัมพูชา ห้ามคน นักท่องเที่ยว ยานพาหนะทุกประเภทและรถบรรทุกสินค้าเข้า-ออกผ่านพรมแดน ด่านหลัก เช่น

(1) ด่านช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษข้ามไปด่านช่องจวม จังหวัดอุดรเมียนเจยหรืออุดรมีชัย สัดส่วนการค้ามูลค่าร้อยละ 1.1

(2) ด่านช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ สัดส่วนสินค้าข้ามแดนมูลค่าร้อยละ 3.5 ฝั่งตรงข้ามคือด่านโอร์เสม็ต จังหวัดอุดรเมียนเจย

(3) จุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ สำหรับช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานีมีการปิดด่านไปก่อนหน้า

การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา แบบยกแผง เป็นมาตรการที่ไทยตอบโต้กัมพูชาแบบแข็งกร้าว โดยให้เหตุผลว่าเพื่อกระดับการควบคุมการผ่านแดนป้องกันอธิปไตยและบูรณาภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย เพื่อป้องกันปราบปรามการก่ออาชญากรรมการค้ามนุษย์
ตลอดจนขบวนการคอลเซ็นเตอร์และไฮบริดจ์สแกม (Hybrid Scam) ซึ่งไทยอ้างจาก

รายงานของสหประชาชาติ (UN) ระบุว่ากัมพูชา GDP ร้อยละ 40 - 60 มาจากคอลเซ็นเตอร์ ถึงทางกัมพูชาจะปฏิเสธอย่างไรแต่ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) ประเด็นนี้เป็นการดิสเครดิตกัมพูชาขาดความชอบธรรมบนเวทีโลก

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา มีทั้งด้านเศษฐกิจและด้านความมั่นคง-บูรณาภาพอธิปไตย หากกล่าวเฉพาะมิติเศรษฐกิจมูลค่าการค้านำเข้า-ส่งออกภาพรวมมีมูลค่า 366,730 ล้านบาท เป็นการส่งออก 323,631 ล้านบาท ปีพ.ศ. 2567 เป็นคู่ค้าลำดับที่ 11 และช่วง 5 เดือนแรกปีพ.ศ. 2568 ขยายตัวประมาณร้อยละ 11 อยู่ในลำดับที่ 9 มีมูลค่ามากกว่าการส่งออกไปฟิลิปปินส์และหรือเกาหลีใต้ ซึ่งไทยได้ดุลการค้าหรือกำไรหลังหักการนำเข้า 280,533 ล้านบาท

การค้าครึ่งหนึ่งเป็นการขนส่งข้ามผ่านด่านและจุดผ่อนปรนมูลค่าประมาณ 174,530 ล้านบาท โดยด่านชายแดนหลักคืออรัญประเทศ-ปอยเปต-พนมเปญมีสัดส่วนถึงร้อยละ 64.37 โดยการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง-แก๊ส กัมพูชานำเข้าจากไทยมากกว่าร้อยละ 50 ตามด้วยนำเข้าจากเวียดนามและสิงคโปร์ ซึ่งการปิดด่าน ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งสูงและวิกฤตอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจทำให้น้ำมันในกัมพูชาขาดแคลน

สำหรับการขนส่งอีกครึ่งเป็นการขนส่งทางทะเลทางเลือกอาจใช้เรือประเภท “Direct Vessel” จากท่าเรือแหลมฉบังไปท่าเรือสีหนุวิลล์ (ห่างจากพนมเปญประมาณ 190 กิโลเมตร) ค่าระวางเรือหลังจากมีความขัดแย้งปรับขึ้นจากตู้ละ 600 USD/TEU เป็น 700 เหรียญสหรัฐหรือมากกว่า (ระยะเวลา4 – 5 วัน)

หรืออาจใช้เรือประเภท “Feeder Vessel” จากท่าเรือแหลมฉบังไปถ่ายลำที่ท่าเรือโฮจิมินห์ (เวียดนาม) และเปลี่ยนเรือมาท่าเรือสีหนุวิลล์ค่าระวางเรือประมาณตู้ละ 400 USD/TEU แต่ละสัปดาห์มีเรือออก 2 ลำแต่ละลำบรรทุกตู้ประมาณ 1,200 TEU ระยะเวลา 10 - 14 วัน การขนส่งทางเรือมีต้นทุนที่สูงกว่าและใช้เวลามากกว่าการขนส่งทางถนน

กัมพูชาพึ่งพาเศรษฐกิจจากไทยสัดส่วนค่อนข้างมาก กล่าวคือ การส่งออกสินค้าจากกัมพูชามาไทย มีมูลค่าประมาณ 43,099 ล้านบาท ซึ่งไทยถือเป็นประเทศคู่ค้าส่งออกอันดับ 1 การส่งออกมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรหลัก โดยไทยเป็นตลาดมากกว่าร้อยละ 51 ซึ่งการปิดด่าน จะกระทบไปถึงรายได้เกษตร ขณะที่การส่งออกไปเวียดนามคงได้แค่บางส่วน เพราะไปกดราคาผลผลิตของเวียดนาม

นอกจากนี้ ไทยเป็นตลาดสำคัญของการส่งออกผัก-ผลไม้ของกัมพูชา มีสัดส่วนร้อยละ 21.5 มูลค่าแตะหมื่นล้านบาท รวมถึงสินแร่โลหะต่างๆ มูลค่า 1.07 หมื่นล้านบาท

ข้อมูลนี้ยังไม่รวมรายได้ซื้อขายตามชายแดน สถานการณ์ขณะนี้ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค-วัสดุก่อสร้าง ตลอดจนราคาน้ำมันเริ่มขาดแคลนราคาปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะไทยเป็นโซ่อุปทานที่สำคัญ เช่น วัตถุดิบบางประเภทที่ต้องใช้ในโรงงานเสื้อผ้า สายไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ

ผลกระทบหากสถานการณ์สงครามเศรษฐกิจเพิ่มดีกรีสูงขึ้น กัมพูชาอาจได้รับผลกระทบจากภาคท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวไทย ติดอันดับหนึ่งด้วยจำนวน 1.820 ล้านคน ปีที่แล้วมีรายได้เข้าประเทศประมาณ 42,169 ล้านบาท ยังไม่รวมเงินที่ไปทิ้งในบ่อนคาสิโน ซึ่งเป็นรายได้หลักของผู้หลักผู้ใหญ่ในกัมพูชา

ด้านแรงงานเขมรทำงานในไทยมีประมาณมากกว่า 8.0 แสนคน เป็นแรงงานถูกกฎหมาย 515,350 คน ส่งเงินกลับประเทศปีละ 45,000 – 50,000 ล้านบาท เงินเหล่านี้เป็นแหล่งรายได้หลักของครัวเรือนกัมพูชามีผลต่อการจับจ่ายใช้สอย

คำถามว่าสงครามเศรษฐกิจระหว่างไทย-กัมพูชาใครจะเจ็บตัวมากกว่ากัน คำตอบขึ้นอยู่กับว่าใครจะอึดกว่ากัน โดยภาพรวมเศรษฐกิจกัมพูชาเล็กกว่าไทย 10.6 เท่า การส่งออกกัมพูชา เป็นลูกค้าอันดับที่ 11 แต่กลับกันการส่งออกของกัมพูชามาไทยเป็นลูกค้าอันดับที่ 1 แสดงให้เห็นว่าเขมรพึ่งพาไทยมากกว่าขณะที่การค้ากับเวียดนามไม่ค่อยจะดีนัก

การวัดศักยภาพเศรษกิจของประชากรพบว่า รายได้ต่อหัว/ปี (Income Per Capita) รายได้ประชากรไทย 8,271 USD/ปี ขณะที่รายได้ต่อหัวกัมพูชา 2,823 USD/ปี

ดังนั้นการกดดันปิดชายแดนเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการทำสงคราม ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะบอบช้ำทางเศรษฐกิจและเป็นบาดแผลทางใจที่แก้ยาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...