ลมหายใจสุดท้าย “กรมดำรง” พระราชอนุชาคู่พระทัยรัชกาลที่ 5
ลมหายใจสุดท้ายกรมดำรง พระราชอนุชาคู่พระทัยในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (พ.ศ. 2405-2486) หรือ “กรมดำรง” ทรงเป็นพระราชอนุชาที่รัชกาลที่ 5 ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ
หนึ่งในตำแหน่งที่พระองค์ทรงสร้างผลงานเป็นที่จดจำคือ เสนาบดี กระทรวงมหาดไทย มีบทบาทในการวางรากฐานและจัดระเบียบการปกครองของสยาม โดยทรงดำรงตำแหน่งนี้ถึง 23 ปีเลยทีเดียว
หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 คณะราษฎรไม่ค่อยวางใจเจ้านายชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์ กรมดำรงจึงทรงตัดสินพระทัยเสด็จลี้ภัยทางการเมืองไปประทับ ณ เมืองปีนัง พร้อมกับพระธิดา ซึ่งชีวิตของพระองค์ที่นั่นไม่ได้อยู่สุขสบาย ต้องทรงใช้จ่ายอย่างประหยัด
พระองค์และพระธิดาประทับ ณ เมืองปีนังอยู่ราว 9 ปี เมื่อสถานการณ์ต่างๆ ค่อยคลี่คลายลงบ้าง ประกอบกับพระพลานามัยของพระองค์ไม่ทรงแข็งแรงนัก จึงเสด็จกลับเมืองไทยในเดือนตุลาคม ปี 2485
ขณะนั้นกรมดำรงทรงมีพระชันษา 80 ปี ทรงเคลื่อนไหวช้าลงตามพระชันษาที่มากขึ้น ส่วนพระกรรณก็ฟังเสียงได้ไม่ดีดังเดิม ถึงอย่างนั้นก็ยังทรงมีพระเมตตาพบปะกับบุคคลทั้งหลายที่เคารพยกย่องพระองค์มาแต่ก่อน
ลมหายใจสุดท้ายกรมดำรง
หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล หรือ “ท่านหญิงพูน” พระธิดาในกรมดำรง บันทึกไว้ใน “สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น” ถึงช่วงบั้นปลายพระชนมชีพของกรมดำรงไว้ว่า
ปลายปี 2486 หลังจากกรมดำรงเสด็จกลับจากการเปลี่ยนที่ประทับที่ศรีราชา เมื่อทรงเห็นของที่พระโอรสและพระธิดานำกลับมาจากเมืองปีนัง พระองค์ก็ไม่ทรงสนพระทัยเท่าใดนัก นอกจากขอจับซองบุหรี่รัสเซียน ที่มีลายเซ็นรัชกาลที่ 5 แล้วตรัสว่า “ไม่มีใครรู้เรื่องแล้ว” เท่านั้น
วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน กรมดำรงเริ่มไม่ทรงสบายเพราะไม่หลับ ทรงบ่นถี่ขึ้นว่า “ไม่อยากอยู่ ไม่เห็นมีอะไรดีจะดู” ท่านหญิงพูนจึงทูลแย้งว่า “ก็อยู่ให้ลูกสบายใจไม่ได้หรือ?” เมื่อทรงฟังก็ทรงนิ่งไป
เช้าวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน ตรัสอีกว่า “พ่อตายเมื่อไร พวกเธอจะต้องคิดถึงวันละ 4-5 ครั้ง แต่แล้วจะต้องดีใจว่าสิ้นห่วง” ท่านหญิงพูนจึงทรงเถียงพระบิดาไปว่า “จะห่วงทำไม? เราเคยสู้กับความลำบากในปีนังมาได้แล้วอย่างไร เราก็ทำอย่างนั้นอีก”
วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน เวลาราวบ่าย 3 โมง กรมดำรงทรงสั่งให้เอารถยนต์ไปรับ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดเทพศิรินทร์ มาที่วัง แล้วเสด็จออกไปประทับคุยบนเก้าอี้พิง ทรงถามพระว่า “คนที่อยากตายนั้นบาปหรือไม่บาป?”
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ทูลตอบว่า “จะว่าบาปหรือไม่บาปนั้นไม่ใช่ เป็นแต่ไม่ถูก เพราะว่าไม่อยู่ในอำนาจของใคร จะอยากไปเร็วหรือช้าก็ทำไม่ได้ทั้งสองอย่าง” กรมดำรงทรงยกพระหัตถ์คมรับ แล้วตรัสว่า “ถูกแล้ว” จากนั้นตรัสกับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์อีกว่า “กระผมคงจะได้คุยกับเจ้าคุณเป็นครั้งหลังวันนี้”
ตกค่ำวันนั้น กรมดำรงเสวยพระกระยาหารเย็นอยู่ที่เฉลียงและคุยเฮฮาตามเคยเช่นทุกวัน กระทั่งถึงเวลายาม 1 ก็ตรัสกับท่านหญิงพูนว่า “วันนี้พ่อสบาย จะนอนแต่หัวค่ำ” พระธิดาจึงทูลว่า “ดีแล้ว” แล้วกรมดำรงก็เสด็จเข้าพระวิสูตร พระธิดาถึงค่อยออกมานอน
ยาม 2 กรมดำรงทรงลุกขึ้นเสวยน้ำแล้วบรรทม แต่ไม่หลับ คราวนี้ลุกขึ้นและกลับบรรทมอยู่เช่นนั้น
เช้าวันพุธที่ 1 ธันวาคม ทรงอ่อนเพลีย หมอ Gotschlich (ก็อตชลิช) มาเฝ้า พระองค์ก็ตรัสเล่าพระอาการให้ฟังได้ถูกต้องในภาษาอังกฤษ
ท่านหญิงพูนทรงเล่าลมหายใจสุดท้ายกรมดำรงไว้ว่า
“เสด็จพ่อไม่ทรงมีพระอาการว่าจะสิ้นพระชนม์แต่อย่างหนึ่งอย่างใด นอกจากเพลียแล้วหมอถวายยาฉีดให้หลับพัก ข้าพเจ้าเคยเห็นทรงเป็นเช่นนี้มาหลายครั้งหลายหนในปีนัง จึงมิได้คิดว่าจะสิ้นดังหมอและคนอื่นๆ วิตก
ถึงเวลาบ่ายโมงบรรทมตื่นเรียกนมกับกาแฟที่เสวยค้างไว้แต่เช้าจะเสวยต่อ หญิงเหลือเป็นผู้ป้อนนมนั้นถวาย ยังตรัสถามข้าพเจ้าได้ว่า ‘นมกับอะไร?’ ข้าพเจ้าทูลว่า ‘นมกับกาแฟ หมออยากให้เสวยได้มากๆ จะได้ช่วยพระกำลัง’ ท่านก็ยิ้มรับ และหันไปดูลูกชายที่ยืนอยู่สองข้างด้วยจำได้ พระเนตรพระกรรณพระฉวีแดงดีเป็นปรกติ
ครั้นต่อมาอีก 40 นาทีก็ทรงดูไฟฟ้ากลางห้องแล้วพระเนตรก็หรี่ลงๆ เหมือนหลับไป ข้าพเจ้านั่งอยู่ข้างๆ ก็นึกว่าหลับ หยิบยาดมเข้าไปถวายที่พระนาสิกแต่ไม่เห็นทรงทำท่าสบายดังเคยมา
หญิงพิลัยกระซิบว่า ‘ไปแล้ว’ ข้าพเจ้ายังเอ็ดว่าอย่าอึกทึก เมื่อเห็นไม่สููดยาดมแล้วจึงสงสัยเรียกนางพยาบาลมาจับพระชีพจรอยู่นานจนเขาสั่นหน้า ข้าพเจ้าจึงรู้ว่าข้าพเจ้าถูกทิ้งไว้ในโลกบ้านี้ตามลำพัง”
ลมหายใจสุดท้ายกรมดำรงค่อยๆ แผ่วลง กระทั่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ปี 2486 สิริพระชันษา 81 ปี
อ่านเพิ่มเติม :
- รัชกาลที่ 5 ทรงสั่งย้ายฟ้าผ่า “กรมดำรง” มาเป็นเจ้ากระทรวงมหาดไทย เหตุการณ์เป็นอย่างไร?
- 6 สิ่งประหลาดและความน่ากลัวของ “แม่น้ำโขง” จากพระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ
- กรมดำรงซื้อไม่ได้ด้วยเงิน! พระดำรัสไม่กลับเมืองไทย ทรงยอมใช้ชีวิตมัธยัสถ์ที่ปีนัง
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
พูนพิศมัย ดิศกุล, ม.จ.. สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น (รวมเล่ม), พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : มติชน, 2562
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 มิถุนายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลมหายใจสุดท้าย “กรมดำรง” พระราชอนุชาคู่พระทัยรัชกาลที่ 5
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com