โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ศบ.ทก.” ย้ำ แม้ควบคุมเข้า-ออกด่าน แต่ยึดหลักมนุษยธรรม วอนโซเชียลก้าวก่ายกิจการภายใน จี้ กัมพูชาแสดงความจริงใจแก้อาชญากรรมข้ามชาติ

สยามรัฐ

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 06.11 น.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ว่า ตามที่มีการคำสั่งการยกระดับการผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย- กัมพูชา มีผลให้จำกัดการผ่านแดนของบุคคลที่เข้มข้นขึ้น แต่ยังคงอนุญาตสำหรับบุคคลที่มีความจำเป็นและด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม ประชุม ศบ.ทก.ได้ติดตามผลในเชิงปฏิบัติของการเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการดังกล่าว เพื่อไม่ให้กระทบกับการใช้งานของจุดผ่านแดนที่จำเป็น ซึ่งได้รับรายงานว่า การอำนวยความสะดวกการเข้าออกส่วนใหญ่เป็นไปตามปกติ เช่น การอนุญาตให้ชาวกัมพูชากว่า 7,000 คนเดินทางกลับประเทศ ยกเว้นบางกรณีที่มีรถติดค้างอยู่บ้าง ซึ่งได้มีการคลี่คลายไปแล้ว ในส่วนของการอำนวยความสะดวกทางมนุษยธรรมยังคงดำเนินการไปตามปกติ อย่างในพื้นที่ จงสุรินทร์ สระแก้ว และจันทบุรี มีการเปิดด่านเพื่อรับตัวผู้ป่วยของกัมพูชา 7 ราย เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

นางมาระตี กล่าวว่า แม้ว่า จะมีความจำเป็นที่จะยกระดับความเข้มข้นของการบริหารชายแดนในลักษณะนี้ แต่ที่ประชุมได้ย้ำว่า ฝ่ายไทยให้ความสำคัญกับหลักมนุษยธรรมในการพิจารณาและติดตามผลของการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ซึ่งปรับใช้เป็นการพิเศษเฉพาะในช่วงนี้ ทางไทยได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ฉันท์มิตรในระดับประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ขณะเดียวกัน ยังหาเรือถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันของ ศบ.ทก.และกลไกที่เกี่ยวข้อง ที่จะดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลไทยที่ได้ยกระดับความเข้มข้น เรื่องของการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการหลอกลวงทางออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการลักลอบขนยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการออกรายงานเรื่อง สแกมเมอร์ เซนเตอร์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

“มาตรการที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศยกระดับ มีจุดมุ่งหมายโดยตรงต่อธุรกิจเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์เป็นหลัก และไม่ได้มีเป้าหมายต่อประชาชนทั่วไป แต่เป็นไปเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ ยืนยันว่า รัฐบาลไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกประเทศด้วยความจริงใจ เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคาม”นางมาระตี กล่าว

นางมาระตี กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงแนวทางการบริหารผลกระทบทางเศรษฐกิจ ในมาตรการต่างๆ เช่น มาตรการการระงับการนำเข้าน้ำมันของกัมพูชา ต่อผู้ประกอบการไทยในกัมพูชาและผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจกับฝ่ายกัมพูชา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันให้ข้อมูลชี้แจงข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงได้บริหารสถานการณ์ต่างๆต่อไป

นางมาระตี กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ยังขอความร่วมมือประชาชนชาวไทยไม่แสดงความเห็นที่อาจจะเป็นการยั่วยุหรือรุนแรงสุดโต่งเพื่อไม่ให้สร้างความตึงเครียดเพิ่มเติม และไม่เป็นช่องทางให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศโจมตีซึ่งกันและกัน ทั้งนี้รัฐบาลไทยต้องการเห็นการแสดงออกในโลกโซเชียลที่สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น ไม่ก้าวก่ายกิจการภายในของอีกฝ่าย เพื่อลดอุณหภูมิความตึงเครียด และส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อการหาทางออกร่วมกันของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะระหว่างรัฐบาลที่ต้องตอบสนองต่อประชาชน เป้าหมายสำคัญของฝ่ายไทย โดยเฉพาะของกระทรวงการต่างประเทศยังคงต้องการเห็นการกลับสู่โต๊ะการหารือ โดยหวังว่า ฝ่ายกัมพูชาจะตอบสนองต่อคำเชิญเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเขตแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) ในโอกาสแรก

ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะโฆษก ศบ.ทก. กล่าวว่า สถานการณ์ชายแดน โดยเฉพาะจุดผ่านแดนต่างๆ ที่ได้มีการยกระดับมาตรการควบคุมการผ่านเข้าออกที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น เป็นผลจากการตั้งใจของฝ่ายไทยในการปราบปรามขบวนการธุรกิจอาชญากรรมข้ามชาติตามแนวชายแดน ที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชาได้เคยกล่าวถึงเจตจำนงความต้องการในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติภายในกัมพูชา จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาแสดงความจริงใจในการให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทยในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการไทยทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้อง การค้า และการขนส่งสินค้า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และให้ดำเนินการมาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือเยียวยาไปบางส่วนแล้ว และเร่งหารือในที่ประชุม ศบ.ทก. อย่างต่อเนื่อง ในการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องขอบคุณกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ประสานภาครัฐ เอกชน เข้ามาช่วยเหลือรับซื้อผลไม้ของเกษตรกรในพื้นที่ตะวันออก ที่ได้รับผลกระทบจากการที่ไม่สามารถส่งผลไม้ไปยังกัมพูชาได้ ในเบื้องต้นมีการแจ้งความประสงค์รับซื้อมาแล้วกว่า 20,000 กิโลกรัม และยังมีคนไกของพาณิชย์จังหวัด ที่ช่วยเชื่อมโยงผลผลิตจากทั่วประเทศมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคในหลายพื้นที่ กว่า 75,000 กิโลกรัม ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในทันที จึงอยากขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันสนับสนุนสินค้าตามแนวชายแดน เพราะถือเป็นกำลังใจและเป็นกำลังที่สำคัญให้กับคนไทยทุกคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...